ผู้เขียน: admin

  • โปลิศ ไอโอ 101 ตอนที่ 2 : ว่าด้วยทีมไอโอและการปฏิบัติการ

    โปลิศ ไอโอ 101 ตอนที่ 2 : ว่าด้วยทีมไอโอและการปฏิบัติการ

    11062547_1676770682536377_4685347162478526281_n

    การทำ io (Information Operation) หรือการทำการปฏิบัติการข่าวสาร เป็นเรื่องของ “กระบวนการ” ดังนั้นเมื่อเป็นกระบวนการ แน่นอนว่าต้องมี “ผู้ร่วมกระบวนการ” ไม่สามารถทำงานอย่างโดดเดี่ยว เดียวดายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานใหญ่ ๆ อย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วยแล้ว กระบวนการการทำทีมไอโอ ยิ่งต้องได้รับการรับรอง รับรู้ ของผู้บริหารองค์กรในทุกระดับ เริ่มตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจ จนถึงระดับสูงสุดที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจาก หากเผลอผิด พลาดพลั้งไป มันหมายความถึงความ “พ่ายแพ้” ในเชิงสังคม ยกตัวอย่างง่าย ๆ หากวันนี้มีตำรวจไทยหัวใจไอโอคนหนึ่ง ปล่อยภาพตำรวจจูงคุณยายสูงวัยข้ามถนน แต่ภาพที่ถ่าย ไม่ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองมา เนื่องจากมุมที่ถ่าย ทำให้อาจถูกตีความไปได้ว่า “คุณยายสูงวัยน้ำใจงาม จูงตำรวจหนุ่มข้ามถนน”….(ฮา !)

    เริ่มต้นด้วยการทำ “ทีมไอโอ”
    ทีมไอโอ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำไอโอ เป็นจุดเริ่มต้น เป็นแหล่งสร้างชื่อ ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นแหล่ง “หมดอนาคต” ของใครหลายคน ดังนั้น การสร้างทีมไอโอ จำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถัน คัดเลือกคนเข้ามาร่วมงาน ไม่ว่าจะหน่วยงานในระดับย่อยเช่นกองกำกับ ระดับบริหารเช่นกองบังคับการ กองบัญชาการ หรือว่าที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็ตาม จะต้องมีการ “คัดเลือก” ตัวกันสักหน่อย ไม่ใช่ว่าเอาใครก็ได้มาร่วมทีม หรือสักแต่ว่าเอาคนที่ชอบนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือเป็นพวกมนุษย์ไอที มาเป็นทีม จงจำไว้เสมอว่า คนที่อยู่ในทีมไอโอ ไม่จำเป็นต้องเป็น “มนุษย์คอมพิวเตอร์” (แต่ถ้าเป็นด้วย ก็จะเกิดประโยชน์ สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นไปอีก)
    เมื่อคัดคนได้แล้ว ทีนี้ก็ต้องมาเข้ากระบวนการ “ปรับทัศนคติ” …เอ๊ย กำหนดบทบาทให้คนเหล่านั้นรู้ว่า จะมาทำอะไร ไม่ใช่เอามาเป็นทีโฆษณาชวนเชื่อ แต่เป็นทีมที่จะเอาของดีที่หน่วยของตนเองมีอยู่มาบอกกล่าวกับสังคม แน่นอนว่าก่อนจะทำอย่างนั้นได้ต้องผ่านการอบรม ซึ่งการอบรมนี้ก็จะเป็นการอบรมทั้งเรื่องหลักการการทำไอโอ จะถ่ายรูปอย่างไร จะเอารูปไปเผยแพร่อย่างไร เขียนโปรยหัวอย่างไรให้ดึงดูด ถ่ายคลิปอย่างไรให้มีคนเข้ามาดู ฯลฯ
    InfoIO.001
    ถึงเวลา “ผลิตงาน”
    หลังจากที่ทีมไอโอเข้าใจบทบาทและหน้าที่แล้ว ก็มาถึงการเริ่มต้นทำงาน นั่นคือการ “ผลิตงาน” ซึ่งแน่นอน ก่อนออกไปผลิตงาน จะต้องผ่านการ “วิเคราะห์ แยกแยะ” ให้ดีก่อนว่า จะผลิตงานออกมาในแนวไหน เช่นหากวิเคราะห์มาแล้วว่า ช่วงนี้ประชาชนในพื้นที่รถจักรยานยนต์หายกันเยอะ จะทำไอโออย่างไรเพื่อให้ประชาชนรู้วิธีการในการโจรกรรมรถ หรือ จะทำอย่างไรให้ประชาชนอุ่นใจว่าตำรวจได้ทำอย่างเต็มที่ ทำดีที่สุดแล้ว ในการระวังป้องกันรถหาย ซึ่งหากโจทก์ออกมาเป็นอย่างนี้ บทความในการไอโอ ภาพ หรือคลิปที่จะปล่อยออกไป ก็จะต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ ซึ่งการที่จะเขียนบทความอย่างไร ถ่ายภาพอย่างไร ถ่ายคลิปอย่างไร เราจะไว้พูดในรายละเอียดกันอีกทีในเรื่องของการผลิตภาพ ผลิตคลิป ผลิตบทความต่าง ๆ
    จะว่าไปแล้ว เวลานี้ที่แม้ว่าการทำไอโอของตำรวจไทย เริ่มจะมีปริมาณที่พอไปวัดไปวา ไปอวดชาวบ้านเค้าได้ แต่ก็ยังไม่ถึงกับ “โดน” แบบจัง ๆ เนื่องจากว่า เราผลิตแบบไม่ได้ผ่านกระบวนการ “คิดก่อนทำ” พวกเราสักแต่ว่าทำตามอารมณ์ วันนี้อยากจะเสนอเรื่องอะไร ภาพอะไร ไม่ได้ดูอารมณ์ของตลาด อารมณ์ของลูกค้าว่าต้องการอะไร หรือว่า ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่าอะไรกำลังเป็น “จุดอ่อน” ของเราอยู่ ก็ต้องหาหนทาง “กำจัดจุดอ่อน” นั้นโดยเร่งด่วน จงจำไว้ว่าเรื่องดีต้องทอดเวลาให้อยู่ในกระแสให้นาน ส่วนเรื่องไม่ดีให้หลุดไปจากกระแสเร็วที่สุด
    10687964_714603798617679_3786521266711071669_o
    ได้เวลา “ปล่อยของ”
    การแชร์ โดยเฉพาะในยุคของ “ใคร ๆ ก็เป็นสื่อมวลชน” ได้ ในวันที่แทบจะทุกหัวระแหง ไม่ว่าจะยากดีมีจนต่างมีสมาร์ดโฟน เป็นของตัวเอง การ “ปล่อยของ” จึงถือเป็นเรื่องปกติของคนยุคปัจจุบัน การแชร์ถือเป็นพิธีกรรมของคนในศตวรรษนี้ โดยเฉพาะการถ่ายภาพอาหารเริ่ด ๆ แล้วแชร์กันไปในโลกออนไลน์
    ดังนั้นที่ผมพูดว่าการไอโอ มันไม่ใช่เรื่องจำกัดวงเฉพาะคนไอทีอีกต่อไปแล้ว มันจึงไม่น่าจะเกินเลย การไอโอเป็นเรื่องที่ “ใคร ๆ ก็ทำได้” แต่….เดี๋ยวก่อน จะแชร์อย่างไรให้มีประสิทธิภาพ ตรงเป้าเข้าประเด็นนี่ซิ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใคร ๆก็ทำได้
    การรู้ช่องทาง และประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ ที่เหมาะสมกับ “ของที่จะปล่อย” ถือเป็นหัวใจสำคัญในการปล่อยของให้ตรงเป้า ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์ที่อยากจะแนะนำให้ใช้ จนถึงขนาดว่า “ต้องใช้” มีด้วยกันหลายตัว ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของคนปล่อยของ เช่น ถ้าต้องการเผยแพร่คลิปวิดีโอ แน่นอนว่า Youtube เป็นตัวแม่ในเรื่องนี้ หรือหากต้องการแชร์ภาพสวย ๆ วันนี้ Facebook หรือ Line ก็ยังเป็นแหล่งที่ยังคงอยู่ในกระแส แต่หากจะอวดรูปสวย ๆ แล้วให้คนมาติดตามกัน instagram ก็เป็นสื่อที่มองข้ามไม่ได้  ถ้าอยากกระจายข่าวให้นักข่าวส่วนใหญ่รู้ Twitter ก็เป็นเครื่องมือสำคัญที่นักข่าวในประเทศ หรือทั่วโลกเค้านิยมใช้กัน ถ้าอยากจะเขียนบทความหรือมีเว็ปไซต์ ที่เป็นลักษณะ Blog เป็นลักษณะสื่อ Social Media แล้วละก็ นาทีนี้ต้องเป็นเจ้าตัวนี้เลย WordPress
    อย่างไรก็ตาม สื่อทุกยี่ห้อที่ผมว่าไว้ข้างต้น มันสามารถเชื่อมโยงกันได้….น่าอัศจรรย์มาก สำหรับความเก่งของสื่อสังคมออนไลน์ในยุคสมัยนี้ เช่นว่า เราเอาคลิปวิดีโอไปแปะไว้ใน Youtube มันจะสามารถเชื่อมโยงไปทุกสื่อ ที่ผมสาธยายไว้ข้างต้น เรียกว่าทำงานครั้งเดียวครอบคลุมไปทุกสื่อ หรือถ้าเราเขียนบทความแสดงใน Blog WordPress มันก็จะสามารถเชื่อมโยงไปเผยแพร่ใน Facebook ใน Line ได้ด้วย โดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรใหม่….โอ้…มายสิทธัตถะ มันเยี่ยมมากเลยยยย !
    ผมคงไม่พูดถึงเรื่องการปล่อยของในสื่อแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ เนื่องจากว่า สื่อเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และที่สำคัญ มันเป็นความไม่แน่นอนว่า สื่อเหล่านั้นจะสามารถไปถึงกลุ่มเป้าหมายของเราได้มากน้อยแค่ไหน ถึงเวลาถ้าปล่อยของไปแล้ว มันอาจจะลอยวูบเดียวหายไปในอากาศ โดยที่เราไม่สามารถย้อนไปดูย้อนไปฟังได้อีก ผมจึงอยากจะเน้นย้ำเฉพาะการใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งใช้ได้ดี ใช้ได้ฟรี และที่สำคัญมีประสิทธิภาพกับกลุ่มเป้าหมาย
    141596
    วิเคราะห์ของที่ปล่อย
    ปล่อยของเสร็จแล้ว ก็อย่าลืมกลับมาดู กลับมาวิเคราะห์กันด้วยนะครับว่า เสียงตอบรับบวกลบเช่นไร ถ้าเสียงตอบรับดี …แน่นอน ตอกย้ำมันเข้าไป แต่ถ้าเสียงตอบรับเป็นลบ ก็แน่นอนอีกเช่นกัน ต้องรีบ “เอามันออกไปจากกระแส” โดยเร่งด่วน
    และนี่ก็เป็นบทสรุปแบบง่าย ๆ ของการสร้างทีมไอโอ และการปฏิบัติการโดยสรุป คราวหน้าผมจะมาคุยให้ฟังในรายละเอียดเรื่องอื่น ๆ ที่คั่งค้างเอาไว้…ติดตามอ่านได้ในตอนต่อไปครับ
  • โปลิศ ไอโอ 101 ตอนที่ 1: เกริ่นนำ

    โปลิศ ไอโอ 101 ตอนที่ 1: เกริ่นนำ

    วันนี้  หลาย ๆ คนเริ่มคุ้นเคยกับสไตล์การทำงาน การบังคับบัญชาแบบทางไกล หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่าการ “ประชุมทางไกล” (Video Conference) ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่แต่เดิมดูไม่คุ้นหู เริ่มนำมาพูดกันทุกวันจนคุ้นชิน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนมากเป็นศัพท์แสงทางการทหารที่บางคนอาจจะเคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คงจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง
    12027523_1675255226021256_1404887765356387272_n แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าหลาย ๆ คนใช้มันทุกวัน พูดมันจนติดปาก โดยยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่า “มันคืออะไรกันแน่…ฟะ” ? ….ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งทำท่าที “แอ๊ค” ใช้คำศัพท์เท่ห์ ๆ นั่นกะเค้าบ้างเหมือนกัน หนึ่งในคำศัพท์เจ้าปัญหาที่ว่านั้นก็คือคำว่า IO (ไอโอ) หรือคำเต็ม ๆ ว่า Information Operations แปลเป็นภาษาไทยตรง ๆ ว่า การปฏิบัติการข่าวสาร

    ไอ้เจ้า IO นั้นมันคืออะไรกันแน่ สำคัญแค่ไหน แล้วในส่วนของม๋าต๋า ตำรวจไทย จะเอาเจ้า IO นี้ไปใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ได้อย่างไร….ลองตามมาสำรวจความคิดของกระพ้มกันนะครับ

    ว่ากันว่าการปฏิบัติการข่าวสาร หรือว่าไอ้เจ้า IO นี้เร่ิมเข้ามามีบทบาทสำคัญจริง ๆ หลังสงครามเย็นสิ้นสุด แล้วโลกทั้งโลก ไม่ว่าโลกทางธุรกิจหรือจะโลกทางการทหาร เริ่มเปลี่ยน เริ่มปรับตัวมาสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ที่เมื่อซักเกือบ ๆ  20 ปีที่ผ่านมามีผู้กล่าวกันว่าข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ นั่นหมายความว่า ใครมีข้อมูลในมือคนนั้นก็จะมีอำนาจเหนือคน…ว่าไปนั่น

    422095

    กล่าวโดยรวบรัดก็คือ การปฏิบัติการข่าวสารก็คือการชิงความได้เปรียบเรื่องข้อมูลข่าวสารนั่นเอง โดยมีสมมติฐานเบื้องต้นว่า ข่าวสารที่แม่นตรงถูกต้องจะทำให้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาถูกต้องเกิดประสิทธิภาพไปด้วย และในทางกลับกันข่าวสารที่บิดเบี้ยวไม่ถูกต้องแม่นตรงก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามสั่งการผิด ทำงานผิด ผลก็คือความพ่ายแพ้ในสนามรบนั่นเอง

    ไอ้ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น เป็นการกล่าวสรุปรวบรัดแบบลูกทุ่งนะครับ อย่าได้เอาไปอ้างอิงที่ไหนเชียว…อายเค้า แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบขนานแท้ กระพ้มก็ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้วครับ สามารถเข้าไปอ่าน เข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ …เป็นบทความเรื่องนี้โดยตรง จากจุลสารความมั่นคงศึกษา ซึ่งมีปรมาจารย์การยุทธสมัยใหม่ที่ชื่อ “สุรชาติ บำรุงสุข” เป็นบรรณาธิการ ครับ

    (คลิกเพื่อเข้าไปอ่านได้เลยครับ …ปฏิบัติการข่าวสาร : Information Operations โดยสุรชาติ บำรุงสุข)

    11062547_1676770682536377_4685347162478526281_n

    ทีนี้มาว่าเรื่องของเรากันต่อครับ เรื่องของเรายังไม่จบง่าย ๆ ถ้าหากว่าวันนี้ท่านผู้บังคับบัญชา ยังคงสั่งงานผ่าน Video Conference ให้หลาย ๆ หน่วยไปทำ “ไอโอ”…หลายคนหน้าตาตื่นมาถามผมว่า ไอ้เครื่องทำไอโอนี่มันไปหาซื้อได้ที่ไหนฟะ…นัยว่าคุ้น ๆ ว่ามันเป็นเครื่องกรองน้ำ หรือว่าเครื่องทำน้ำแร่ …อะไรประมาณนั้น …ฮา !

    หลังจากที่กระพ้ม ได้พากเพียรอ่านสารพัดตำรา ของท่านอาจารย์สุรชาติ ฯ รวมทั้งของท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างด้าว ก็สรุปความได้ว่า การ “ไอโอ” ในบริบทของความเป็น “ตำรวจไทย” มีความหมาย และการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากความหมายดั้งเดิม จะเป็นด้วยภารกิจ จะเป็นด้วยประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งประเพณีนิยมของตำรวจไทย

    และต่อไปนี้เป็นสรุปความหมายของคำว่า “ไอโอ”, IO, Information Operations, หรือ การปฏิบัติการข่าวสาร ในบริบทของการเป็น “ตำรวจไทย” …ผมขอย้ำนะครับว่าในบริบทของ “ตำรวจไทย” ซึ่งไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตำรวจพม่า หรือตำรวจเขมร ในฐานะเป็นประชาคมอาเซี่ยนเดียวกันอย่างเด็ดขาด… หากเมื่อไหร่ก็ตาม ท่านผู้อ่านได้รับคำสั่งให้ไปทำ “ไอโอ” ….มันหมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่อไปนี้

    1502262_622532667824793_8165580846553377555_o

    1. สำรวจความเคลื่อนไหวของข่าวเปิดจากสื่อ ซึ่งรวมถึงทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทุกชนิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (พ.ศ.2556) สื่อใหม่ที่ชื่อว่า Social Media มีบทบาทในสังคมโลก “สูงมาก” สูงจนบางครั้งมีบทบาทนำสื่อกระแสหลัก อย่างหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ เสียด้วยซ้ำ สังเกตุได้จากข่าวซุบซิบ หรือข่าวคลิปหลุด ภาพหลุด …อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มักมีจุดเริ่มต้นจากสื่อที่ชื่อว่า Social Media แล้วถูกส่งต่อกันไปในสื่อผู้น้องของ Social Media นั่นก็คือ Social Network ยี่ห้อ Facebook, Twitter หรือสื่อน้องใหม่ไฟแรงที่ชื่อ Line นั่นเอง…โดยคนที่ทำหน้าที่ IO จะต้องเข้าไปดูประเด็นข่าวในเรื่องที่จะทำ แล้วสรุปให้ได้ว่าประเด็นที่กำลังเผยแพร่ในสื่อดังกล่าวในสังคม มีประเด็นใดบวก มีประเด็นใดลบกับเราบ้าง แล้วจง “หาข้อสรุปกับสิ่งนั้น”

    2. ประเด็นข่าวด้านใดเป็นบวก…ทำให้คงอยู่ให้ยาวนานที่สุด  ประเด็นข่าวด้านใดเป็นด้านลบ…ทำให้ลบออกไปจากกระแสสังคมให้เร็วที่สุด…เรื่องนี้นี่แหละ ที่เป็นหัวใจสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องใช้ทักษะในเรื่อง “สื่อมวลชนสัมพันธ์” (Media Relations) ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะสร้างในวันสองวัน มันต้องมี “กระบวนการ” และกระบวนการดั่งว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ศิลปะ รวมทั้งต้องใช้ทุนทรัพย์บ้างพอประมาณ  เนื่องด้วยสื่อมวลชน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกกล่าวข่าวเชิงบวกกับสาธารณะชน ในขณะเดียวกัน ก็จะคอยปิดปาก ไม่พูดข่าวลบ แต่..ช้าก่อนพี่น้อง วันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Social Network มาเป็นตัวช่วยที่ดีมาก มีประสิทธิภาพมาก Social Network จะเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้สื่อสารกับสื่อสารมวลชนทุกแขนง รวมทั้งสาธารณะชน ในการชี้แจงเรื่องทุกเรื่อง รวมทั้งในการสร้างภาพความทรงจำที่ดี

    S__13828162

    แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จกับการสื่อสารด้วยสื่อที่เรียกว่า Social Network เสมอไป การใช้ Social Network จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ครับพี่น้อง อาทิเช่น ต้องมีความเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการจ๋า ต้องรู้จักกลยุทธ์การใช้ถ้อยคำโปรยห้ว หรือ Headline มาสร้างความน่าสนใจ แล้วที่สำคัญ ต้องมีกลยุทธ์ในเรื่องเวลา ไม่ใช่ว่าอยากจะโพสต์อะไร เวลาไหนก็ใส่เข้าไปแบบไม่รู้จักกาละเทศะ ….กลยุทธ์การเลือกรูป การ “สร้างรูป” การ “สร้างคลิป” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องมีการวางแผน ไม่ใช่ว่า “อะไรก็ได้” ประโคมเข้าไป บางทีนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นขยะที่ในระยะเวลาหนึ่ง ก็ทำให้คนเบื่อหน่าย ไม่อยากจะเข้ามาดู มาเกี่ยวขัองด้วย

    พูดถึงเรื่อง Social Media รวมทั้งญาติผู้น้องที่ชื่อ Social Network แล้ว คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันอีกเยอะ ไว้วันหลังเรามาคุยแบบเจาะลึกกันอีกครั้งก็แล้วกันครับ

    3. มีทักษะการนำเสนอที่ดี น่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ….เรื่องนี้ถือเป็นทักษะของการประชาสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์นี่เอง เป็นเวทีของการ “ปล่อยของ” หลังจากที่ทีมไอโอ ได้ทำการ “ใคร่ครวญ วิเคราะห์ แยกแยะ” (เรียกเป็นคาถาย่อ ๆ ว่า….ค….ว…..ย….อย่า ! อย่าคิดเป็นอื่นโดยเด็ดขาด) การเลือกใช้สื่อ การปรากฏตัวต่อสื่อ การทำเอกสารข่าวแจก หรือแม้กระทั่งก้าวหน้าไปกว่านั้น ก็คือการทำ Video Clip ข่าวแจก และส่งต่อไปตามสื่อทุกแขนง ถือเป็นการใช้ทุกช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน นอกจากนั้น ส่ิงสำคัญก็คือประเด็นที่จะสื่อออกไป ต้องไม่ “เยิ่นเย้อ” ต้อง “ตรงประเด็น” และสื่อที่ข้อจริง ข้อเท็จอย่าได้นำมาสื่อโดยเด็ดขาด เพราะหากสื่อหรือสังคม “จับได้” ว่าส่ิงที่ท่านสื่อออกไปเป็นเท็จ ท่านจะเสียคน เสียความน่าเชื่อถือ แบบไม่ต้องผุดต้องเกิดโดยทันที

    Io_4168

    พูดถึงเรื่องการทำ “เอกสารข่าวแจก” หรือที่เรียกว่า Press Release  นั้น ขออนุญาตเหน็บแนม กระแนะกระแหนหน่อยเหอะครับ ….ด้วยว่าจะเป็นประเพณีนิยมหรืออะไรก็ไม่รู้ การทำเอกสารข่าวแจกกว่าจะเข้าเรื่องได้ บางหน่วยต้องเกริ่นนำแบบเยิ่นเย้อ ประมาณว่า…ตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซื่งสื่อมายังผู้นำชาติอาเซี่ยนทุกชาติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งท่านก็ได้มีบัญชามายังท่านผบ.ตร. ผบ.ตร.ก็เลยสั่งมายังผบช. ผบช.กำชับมายัง ผบก. ผบก.กระเด้งรับ สั่งต่อไปยัง ผกก. ผกก.สั่งรองผกก.สส. รองผกก.สส. สั่งต่อไปยังสว.สส. สว.สส.สั่งผบ.หมู่ ผบ.หมู่ชื่อดาบปื๊ด ก็เลยไปจับครอบครองยาบ้ามาได้ 10 เม็ด….บ้าไปแล้วครับพี่น้อง ไม่ต้องเยิ่นเย้อยืดยาดขนาดนั้นครับ คนอ่านสื่อ ไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่าผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร เป็นใคร ชาวบ้านเค้าต้องการรู้เพียงว่า ไอ้เจ้าผู้ต้องหาเนี่ยมันทำอะไรผิดมา แล้วโดนจับด้วยข้อหาอะไร มีพฤติการณ์ที่น่าสนใจเป็นประโยชน์กับคนที่เค้ารับทราบข่าวสารอย่างไร…ประมาณนี้ครับ ไม่ต้อง “เยอะ”

    และทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นสรุปเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารในบริบทตำรวจไทย สุดท้ายสำหรับวันนี้ …ผมสรุปเป็นคำบรรยายแบบง่าย ๆ สำหรับมิตรรักแควนเพลงที่อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ ได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่ท่านหล่ะครับ…แล้วก็เป็นคู่มือประกอบการบรรยายของกระพ้ม ในสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ คลิกเข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

    12037991_885366508221910_4158907494429171103_n

  • 191สระแก้ว…เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง !

    191สระแก้ว…เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง !

     

    IMG_2433

    191…โครงสร้างพื้นฐานที่วันนี้ประเทศ “จำเป็นต้องมี”

    นับเนื่องจากความ “เอาจริง” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ในการปลุกปั้นศูนย์บริการหมายเลขฉุกเฉิน 191 ให้ทำงานได้ “จริง” จนบางครั้งก็คิดเลยไปถึงการอาสาเป็นเจ้าภาพ “หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ” ไปซะเลย ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ในอนาคตอันใกล้นี้ หมายเลข 191 หรือหากจะเปลี่ยนไปเป็น 911, 122, 121, ฯลฯ หรืออะไรก็ตาม เริ่มมีเค้าลางจะกลายมาเป็น “หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ” ไปจริงๆ ซะแล้ว ซึ่งก็หมายความว่า หากมีเรื่องอะไรก็ตามที่ถือ เป็น “เหตุฉุกเฉิน” ศูนย์ 191 ซึ่งตอนนี้มีกระจายครอบคลุมแทบจะเกือบทุกตารางนิ้วในประเทศ ก็จะเป็นเจ้าภาพหลัก สนธิกับหน่วยงาน หรือหน่วยราชการอื่น ในการให้การช่วยเหลือประชาชนใน “ทุกเรื่อง” ไม่ว่าโจรเข้าบ้าน ต้องการรถพยาบาล รถเสียกลางทาง น้ำไม่ไหล ไฟดับ เพลิงไหม้ ฯลฯ พูดง่าย ๆ ก็คือ ไม่ต้องไม่จดจำสารพัดหมายเลขฉุกเฉินที่นับวันจะมีมากมายจะออกอาการ “เกลื่อนเมือง” จนจำแทบไม่หวัดไม่ไหวกันแล้ว

    ซึ่งแน่นอน ในประเทศที่พัฒนาแล้ว หมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ ถือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง เป็นเสมือน “โครงสร้างพื้นฐาน” ของประเทศที่มีความสำคัญไม่แพ้โครงสร้างพื้นฐานอื่น ไม่ว่าจะเป็นระบบการคมนาคม ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ และที่สำคัญมันเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของประเทศ ในการที่จะสร้างความมั่นใจให้กับคนในชาติ รวมทั้งคนต่างชาติที่จะเข้ามาท่องเที่ยว เข้ามาทำมาหากินในบ้านเมืองเรา โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศกำลังเปิดประตูประเทศ สู่การเป็น “ประชาคมอาเซี่ยน” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

    IMG_2428

    191…กับบทบาทที่เป็นมากกว่า “ศูนย์รับโทรศัพท์”

    เมื่อพูดถึงศูนย์ “รับแจ้งเหตุ 191” หลายคนอาจจะมีความคิดว่ามันเป็นเพียงศูนย์รับแจ้งเหตุ ซึ่งหลังจากรับแจ้งแล้ว อะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจทราบได้ หรือบางคน หรือหลายคน อาจมีประสบการณ์เลวร้าย ในการแจ้งแล้วไม่มีคนรับ รับช้า รับแล้วไม่มีคนติดตามแก้ปัญหาให้ ฯลฯ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นความจริง ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลสุดคลาสสิค “คนไม่พอ” หรือไม่ว่าจะด้วยความไม่จริงใจ ไม่เอาใจใส่ ไม่ทุ่มเท….หรืออะไรก็แล้วแต่ ทำให้ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 แทบจะไม่ได้มุมมองที่เป็นบวกจากสังคมเอาเสียเลย

    แต่วันนี้ ผมกล้ารับประกันได้ ถึงแม้ว่าผมอาจจะพูดแทนตำรวจที่ทำหน้าที่ประจำศูนย์ 191 ไม่ได้ทั้งประเทศ แต่อย่างน้อย ภายในจังหวัดเล็ก ๆ ชายแดน หรือที่ผมมักจะเรียกทีเล่นทีจริงว่า “ตำรวจท้ายซอย” ว่าพวกเราในวันนี้ พร้อมแล้วครับที่จะทำหน้าที่ “หมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินประจำจังหวัดสระแก้ว” ผมกล้าท้าพิสูจน์ได้เลยว่า ภาพเก่า ๆ ในอดีตที่หลายท่านเคยประสบ แทบจะหาไม่ได้สำหรับการทำงานของพวกเรา “ศูนย์แจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว

    IMG_2430

    ผมยืนยันได้ครับว่า พวกเราไม่ได้ทำหน้าที่รับแจ้งเหตุอย่างเดียว หลังจากแจ้งเหตุแล้ว เรายังทำหน้าที่สั่งการ ควบคุมติดตาม และประเมินผลการทำงานของตำรวจ หรือหน่วยอื่น ๆ ที่เข้าไปแก้ปัญหาฉุกเฉินของผู้แจ้งด้วย เรียกได้ว่าทำกันเป็น “กระบวนการ” ไม่ใช่ว่ารับแจ้งเหตุเฉยๆ

    IMG_2431

    ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะเน้นการทำงานเป็นกระบวนการแบบนี้ว่าเป็น “ระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191” ครับ ไม่ใช่เฉพาะการทำหน้าที่เป็นแค่ศูนย์รับแจ้งอย่างเดียว….ผมมีความคิดว่า ระบบ ฯ นี้จะทำหน้าที่คล้ายศูนย์ควบคุมสั่งการของผู้การจังหวัด เมื่อได้รับทราบเหตุด่วนเหตุร้าย หรือเหตุขอความช่วยเหลือจากประชาชนแล้ว ระบบ ฯ นี้จะต้องเป็นผู้ “สั่งการ” ให้เจ้าหน้าที่เข้าไประงับยับยั้งเหตุ หลังจากนั้น ต้องเป็นระบบที่ “ควบคุมการปฏิบัติ” ของเจ้าหน้าที่ด้วยว่า ไอ้การที่เข้าไปหน่ะ แก้ไขปัญหาให้เค้าเรียบร้อยจริงหรือเปล่า มีการถ่ายรูปรายงานกัน มีการสั่งการ “กดดัน” ให้เจ้าหน้าที่เร่งรัดเข้าไปแก้ปัญหาเหตุฉุกเฉินนั้น ๆ และสุดท้ายที่ถือว่าเป็น “หมัดเด็ด” ของพวกเราก็คือ เราจะมีการ “ประเมินผล” การทำงานของเจ้าหน้าที่ ด้วยการโทรกลับไปหาผู้แจ้งว่าได้รับการบริการเรียบร้อยดีหรือไม่

     

    IMG_2429
    วงรอบการทำงานของระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191

    แต่ยังไงก็ต้องบอกกันก่อนนะครับ ว่าการบริการของพวกเราครอบคลุมเฉพาะในจังหวัดสระแก้วที่ผมรับผิดชอบเท่านั้น นั่นหมายความว่า ท่านต้องโทรขอความช่วยเหลือภายในพื้นที่จังหวัดสระแก้ว ด้วยการกดหมายเลข 191 แล้วระบบจะตัดเข้ามาท่ีการทำงานในระบบของระบบการรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 จังหวัดสระแก้วเอง ไม่ว่าท่านจะขอความช่วยเหลือเรื่องอะไร หรือจะโทรสอบถามเส้นทาง หรือแม้บางคนโทรมาสอบถามเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ ว่าซื้อมาใหม่ กดปุ่มโน้นปุ่มนี้ ไม่เป็น ก็ยังเคยมีครับ ซึ่งฟังดูเหมือนขำ ๆ แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง

    IMG_2434
    ร่วมวางแผนการทำงานก่อนปฏิบัติการทุกวัน

    IMG_2440

    ทำทุกเรื่องแม้ “ไม่ใช่งานในหน้าที่”

    วันนี้ หลังจากที่เรา “ปฎิบัติการแบบเต็มรูปแบบ” มาปีเศษ ๆ ปรากฏว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ต้องให้ “เราบริการ” ส่วนมากจะเกี่ยวกับการขอความช่วยเหลือ มากกว่าการขอให้เข้าไประงับยับยั้งเหตุอาชญากรรมทั่วไป ไม่ว่าจะรถเสีย สอบถามเส้นทาง น้ำไม่ไหล ไฟดับ ฯลฯ แต่อย่างไรก็ตาม แม้ดูผิวเผินอาจไม่ใช่งานในหน้าที่โดยตรงแต่ผมกลับคิดว่านั่นแหละคือ “หน้าที่ของพวกเรา”

    เพราะต้องอย่าลืมว่า หน้าที่ตำรวจนอกจากป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรม การอำนวยความยุติธรรมทางอาญา แล้ว การทำให้ประชาชนอุ่นใจ ทำให้ประชาชน “เชื่อมั่น”พวกเรา คือการสร้าง “เครือข่ายสังคมที่สงบสุข”…ซึ่งนั่นแหละครับมันคือหน้าที่ของคนเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”

    อย่างไรก็ตาม หากถามว่า “สายก่อกวน” ซึ่งถือเป็นปัญหาของทุกประเทศในโลก มีหรือไม่ ตอบได้เลยครับว่ามี แต่เราได้พยายาม “สกัดดาวรุ่ง” สายก่อกวนทั้งหลาย ทั้งการจับกุมดำเนินคดีอาญา หรือการเชิญผู้ปกครองมาพบกรณีที่เป็นเด็ก รวมทั้งเข้าไปประชาสัมพันธ์ตามโรงเรียน ซึ่งก็ได้ผลครับ ปัจจุบันสายก่อกวนลดลงกว่าร้อยละ 30 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าพอใจครับ….ซึ่งก็อยากจะขอวิงวอนหล่ะครับ มีลูกหลานที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ช่วยอบรมดูแลด้วยนะครับ เพราะหากระหว่างโทรเข้ามาก่อกวน แล้วคนที่เค้าเดือดร้อนจริง ๆ ไม่สามารถโทรเข้ามาได้ เพราะสายไม่ว่าง ผมคิดว่านั่นมันจะเป็นการสร้างความเดือดร้อน และสร้างตราบาปให้กับเด็กโดยแค่เพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ครับ

     โครงการ “ป้า” กับอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์การบริการแนวใหม่ของ 191 สระแก้ว

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ ศูนย์ ฯ 191 สระแก้ว ได้ริเริ่มโครงการชื่อชวนขำว่า โครงการ “ป้า” ซึ่งมาจากการเล่นคำในภาษาอังกฤษว่า ​ PA ย่อมาจาก Police Anytime ซึ่งมีความหมายว่า ตำรวจจะไปอยู่กับท่านตลอดเวลาที่ท่านต้องการ

    โดยโครงการนี้ คนที่เข้าร่วมโครงการที่มีพื้นที่ ๆ ต้องการให้ตำรวจเข้าไปให้บริการอยู่ในจังหวัดสระแก้ว เพียงแต่โทรเข้าไปที่ศูนย์ ฯ​191 สระแก้ว แล้วบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะเข้าร่วมโครงการ เจ้าหน้าที่ก็จะสอบถามข้อมูลพื้นฐานไม่เกิน 5 นาที หลังจากนั้น หากผู้เข้าร่วมโครงการเกิดเหตุด่วนเหตุร้าย หรือต้องการความช่วยเหลือฉุกเฉินขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นเวลาใดก็ตาม เพียงแต่โทรมาที่ศูนย์ 191 สระแก้ว โดยใช้โทรศัพท์หมายเลขที่โทรมาลงทะเบียนไว้ แล้ววางโทรศัพท์ไปเลย ไม่ต้องพูดอะไร ตำรวจที่รับสายก็จะรู้ได้เองว่า ท่านกำลังมีเหตุขอความช่วยเหลือด่วน แต่ไม่สามารถพูดสายกับเจ้าหน้าที่ที่รับสายได้ อาจเป็นเพราะกำลังป่วยหนัก หรือคนร้ายกำลังเข้ามาอยู่ในบ้าน ไม่สามารถพูดให้คนร้ายได้ยินได้ เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ 191 สระแก้ว ก็จะส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหาที่บ้านท่านในเวลาเร่งด่วน เพราะนั่นหมายความว่า ท่านกำลังมีเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนเข้าแล้ว

     

    IMG_2436

    บทสรุป 191 สระแก้ว

    วันนี้ ศูนย์ ฯ 191 สระแก้ว คงไม่กล้าบอกว่าเราเป็นศูนย์ที่ ดีที่สุด เก่งที่สุด แต่เรากล้ายืนยันได้ว่าเราจะใช้ความ “พยายามอย่างที่สุด” ที่จะเข้าใกล้ความจริงของการเป็น “ระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพที่สุด” เราไม่กล้ารับประกันว่า เราจะต้องสั่งให้ตำรวจของเราไปถึงที่เกิดเหตุภายในเวลาไม่เกิน 3 นาที เพราะสภาพภูมิประเทศ และกำลังพลของเราคงไม่อาจเอื้อให้ทำอย่างนั้นได้ แต่เรารับรองว่า เราจะไปถึงที่เกิดเหตุได้ในเวลาที่ “เหมาะสมที่สุด”

    IMG_2439

    แล้วที่สำคัญ ผมอยากให้มั่นใจครับว่า ภายใต้การนำของผม ภายใต้การทำงานของเพื่อนร่วมงานทุกคนของผมที่นี่….”ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว” เราจะทำให้พี่น้องของพวกเรามั่นใจกับการทำงานของพวกเรา และที่สำคัญมั่นใจว่า “ระบบรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว” จะอยู่กับท่าน และพร้อมให้การบริการแบบ “มืออาชีพ” ให้กับท่านตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน ….ครับกระพ้ม !

    IMG_3262

  • 13 ตุลาคม 2558 …วันตำรวจที่สระแก้ว

    13 ตุลาคม 2558 …วันตำรวจที่สระแก้ว

    image

     

    13 ตุลาคม 2558 วันตำรวจ ที่สระแก้ว เหตุการณ์เรียบง่าย ไร้พิธีกรรม…พวกเรา “รวมเงิน” กัน ซื้อชุดนักเรียน อุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา คอมพิวเตอร์ ไปมอบให้เด็ก ๆ นักเรียนที่ “ยากไร้” ไม่มีเครื่องแบบนักเรียนสวย ๆ ไม่มีอุปกรณ์การเรียนที่ทันสมัย ไม่รู้จักคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ ๆ …เด็ก ๆ ที่โรงเรียนบ้านห้วย ต.บ้านแก้ง อ.เมือง จว.สระแก้ว คือเป้าหมายที่พวกเรายกพลกันไป ร่วมแรงร่วมใจ ทำ “วันตำรวจ” ปีนี้ที่สระแก้ว ให้เป็นวันแห่งการให้ เป็นวันแห่งการเสียสละ…และสิ่งนี้มิใช่หรือ คือสิ่งที่พวกเราควรจะร่วมกันทำ ในวันของเรา….”วันตำรวจ”

    image

    image

    imageimage

    imageimage

    image

  • 13 ตุลาคม 2558 …วันตำรวจ

    13 ตุลาคม 2558 …วันตำรวจ

     

    PoliceDay13102015_0131

    IMG_3135

    13 ตุลาคม 2558 …”วันตำรวจ”… ผมถูกไหว้วาน ให้มาทำหน้าที่ Organizer จัดงานวันตำรวจ ประจำปี 2558 ซึ่งจะว่าไปแล้ว ปีนี้เป็นปีที่ 100 นับจากมีการรวมกรมตำรวจนครบาล และกรมพลตระเวณ เข้าด้วยกัน และเป็นจุดเริ่มต้นของกิจการตำรวจยุคปัจจุบัน…ผมถูก “สั่ง” ให้มาทำหน้าที่นี้่ หน้าที่ Organizer ทำงานใหญ่งานนี้ มาตั้งแต่ปี 2547 นับรวมปีนี้ด้วยแล้ว ผมทำหน้าที่มาแล้ว 12 ปี…”เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง…ฟะ” ….ถึงวันนี้ มุขต่าง ๆ ที่เคยมีมาในอดีต เริ่ม “แป้ก” …แต่ก็เอาเหอะ เสียฟอร์ม เสียหน้า ไม่ได้เด็ดขาด เพราะนี่มันไม่ใช่งานส่วนตัว หรือเรื่องส่วนตัวของผม แต่มันเป็นหน้าตาขององค์กร ของ…”สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เพราะฉะนั้น พอเสียงปีกลองเริ่มดัง…ถึงไหนถึงกันครับพี่น้อง ผม…สู้ไม่ถอย เหมือนเคย แม้จะไม่เคยร่ำเรียนมาทางนี้ อาศัย “ครูพัก ลักจำ” ก็เลยทำให้งานในวันนั้น …13 ตุลาคม 2558…ราบรื่น เรียบร้อย ไร้ที่ติ…อีกแล้วครับท่านนนนน

    IMG_3134 IMG_3148

    IMG_3136

    IMG_3139 IMG_3138 IMG_3137

    PoliceDay13102015_0264

    PoliceDay13102015_0309

    IMG_3135