ผู้เขียน: admin

  • 31กรกฎาคม 2557

    31กรกฎาคม 2557

    20140731-214051-78051255.jpg
    เวลา 10.00 น.
    ประชุมทำ Workshop ร่วมกับส่วนราชการ , ภาคเอกชน , NGO ,และสื่อมวลชน เพื่อจัดทำสระแก้วโมเดล ในการแก้ปัญหา และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ ห้องประชุม ศปก.สภ.คลองลึก

    20140731-214147-78107402.jpg

    20140731-214147-78107540.jpg

    20140731-220057-79257072.jpg

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคลงมือทำ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคลงมือทำ

    24 มิ.ย. 57 เวลา 11.00-2

    ปีเศษ ๆ ของการเข้ามาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตำรวจของพี่อู๋ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” ทำให้วันนี้  หลาย ๆ คนเริ่มคุ้นเคยกับสไตล์การทำงาน การบังคับบัญชาแบบทางไกล หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่าการ “ประชุมทางไกล” (Video Conference) ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่แต่เดิมดูไม่คุ้นหู เริ่มนำมาพูดกันทุกวันจนคุ้นชิน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนมากเป็นศัพท์แสงทางการทหารที่บางคนอาจจะเคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คงจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง

    แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าหลาย ๆ คนใช้มันทุกวัน พูดมันจนติดปาก โดยยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่า “มันคืออะไรกันแน่…ฟะ” ? ….ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งทำท่าที “แอ๊ค” ใช้คำศัพท์เท่ห์ ๆ นั่นกะเค้าบ้างเหมือนกัน หนึ่งในคำศัพท์เจ้าปัญหาที่ว่านั้นก็คือคำว่า IO (ไอโอ) หรือคำเต็ม ๆ ว่า Information Operations แปลเป็นภาษาไทยตรง ๆ ว่า การปฏิบัติการข่าวสาร

    ไอ้เจ้า IO นั้นมันคืออะไรกันแน่ สำคัญแค่ไหน แล้วในส่วนของม๋าต๋า ตำรวจไทย จะเอาเจ้า IO นี้ไปใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ได้อย่างไร….ลองตามมาสำรวจความคิดของกระพ้มกันนะครับ

    ว่ากันว่าการปฏิบัติการข่าวสาร หรือว่าไอ้เจ้า IO นี้เร่ิมเข้ามามีบทบาทสำคัญจริง ๆ หลังสงครามเย็นสิ้นสุด แล้วโลกทั้งโลก ไม่ว่าโลกทางธุรกิจหรือจะโลกทางการทหาร เริ่มเปลี่ยน เริ่มปรับตัวมาสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ที่เมื่อซักเกือบ ๆ  20 ปีที่ผ่านมามีผู้กล่าวกันว่าข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ นั่นหมายความว่า ใครมีข้อมูลในมือคนนั้นก็จะมีอำนาจเหนือคน…ว่าไปนั่น

    กล่าวโดยรวบรัดก็คือ การปฏิบัติการข่าวสารก็คือการชิงความได้เปรียบเรื่องข้อมูลข่าวสารนั่นเอง โดยมีสมมติฐานเบื้องต้นว่า ข่าวสารที่แม่นตรงถูกต้องจะทำให้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาถูกต้องเกิดประสิทธิภาพไปด้วย และในทางกลับกันข่าวสารที่บิดเบี้ยวไม่ถูกต้องแม่นตรงก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามสั่งการผิด ทำงานผิด ผลก็คือความพ่ายแพ้ในสนามรบนั่นเอง

    ไอ้ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น เป็นการกล่าวสรุปรวบรัดแบบลูกทุ่งนะครับ อย่าได้เอาไปอ้างอิงที่ไหนเชียว…อายเค้า แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบขนานแท้ กระพ้มก็ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้วครับ สามารถเข้าไปอ่าน เข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ …เป็นบทความเรื่องนี้โดยตรง จากจุลสารความมั่นคงศึกษา ซึ่งมีปรมาจารย์การยุทธสมัยใหม่ที่ชื่อ “สุรชาติ บำรุงสุข” เป็นบรรณาธิการ ครับ

    (คลิกเพื่อเข้าไปอ่านได้เลยครับ …ปฏิบัติการข่าวสาร : Information Operations โดยสุรชาติ บำรุงสุข)

    ทีนี้มาว่าเรื่องของเรากันต่อครับ เรื่องของเรายังไม่จบง่าย ๆ ถ้าหากว่าวันนี้พี่อู๋ ยังคงสั่งผ่าน Video Conference ให้หลาย ๆ หน่วยไปทำ “ไอโอ”…หลายคนหน้าตาตื่นมาถามผมว่า ไอ้เครื่องทำไอโอนี่มันไปหาซื้อได้ที่ไหนฟะ…นัยว่าคุ้น ๆ ว่ามันเป็นเครื่องกรองน้ำ หรือว่าเครื่องทำน้ำแร่ …อะไรประมาณนั้น …ฮา !

    หลังจากที่กระพ้ม ได้พากเพียรอ่านสารพัดตำรา ของท่านอาจารย์สุรชาติ รวมทั้งของท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างด้าว ก็สรุปความได้ว่า การ “ไอโอ” ในบริบทของความเป็น “ตำรวจไทย” มีความหมาย และการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากความหมายดั้งเดิม จะเป็นด้วยภารกิจ จะเป็นด้วยประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งประเพณีนิยมของตำรวจไทย

    และต่อไปนี้เป็นสรุปความหมายของคำว่า “ไอโอ”, IO, Information Operations, หรือ การปฏิบัติการข่าวสาร ในบริบทของการเป็น “ตำรวจไทย” …ผมขอย้ำนะครับว่าในบริบทของ “ตำรวจไทย” ซึ่งไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตำรวจพม่า หรือตำรวจเขมร ในฐานะเป็นประชาคมอาเซี่ยนเดียวกันอย่างเด็ดขาด… หากเมื่อไหร่ก็ตาม ท่านผู้อ่านได้รับคำสั่งให้ไปทำ “ไอโอ” ….มันหมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่อไปนี้

    1. สำรวจความเคลื่อนไหวของข่าวเปิดจากสื่อ ซึ่งรวมถึงทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทุกชนิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (พ.ศ.2556) สื่อใหม่ที่ชื่อว่า Social Media มีบทบาทในสังคมโลก “สูงมาก” สูงจนบางครั้งมีบทบาทนำสื่อกระแสหลัก อย่างหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ เสียด้วยซ้ำ สังเกตุได้จากข่าวซุบซิบ หรือข่าวคลิปหลุด ภาพหลุด …อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มักมีจุดเริ่มต้นจากสื่อที่ชื่อว่า Social Media แล้วถูกส่งต่อกันไปในสื่อผู้น้องของ Social Media นั่นก็คือ Social Network ยี่ห้อ Facebook, Twitter หรือสื่อน้องใหม่ไฟแรงที่ชื่อ Line นั่นเอง…โดยคนที่ทำหน้าที่ IO จะต้องเข้าไปดูประเด็นข่าวในเรื่องที่จะทำ แล้วสรุปให้ได้ว่าประเด็นที่กำลังเผยแพร่ในสื่อดังกล่าวในสังคม มีประเด็นใดบวก มีประเด็นใดลบกับเราบ้าง แล้วจง “หาข้อสรุปกับสิ่งนั้น”

    2. ประเด็นข่าวด้านใดเป็นบวก…ทำให้คงอยู่ให้ยาวนานที่สุด  ประเด็นข่าวด้านใดเป็นด้านลบ…ทำให้ลบออกไปจากกระแสสังคมให้เร็วที่สุด…เรื่องนี้นี่แหละ ที่เป็นหัวใจสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องใช้ทักษะในเรื่อง “สื่อมวลชนสัมพันธ์” (Media Relations) ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะสร้างในวันสองวัน มันต้องมี “กระบวนการ” และกระบวนการดั่งว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ศิลปะ รวมทั้งต้องใช้ทุนทรัพย์บ้างพอประมาณ  เนื่องด้วยสื่อมวลชน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกกล่าวข่าวเชิงบวกกับสาธารณะชน ในขณะเดียวกัน ก็จะคอยปิดปาก ไม่พูดข่าวลบ แต่..ช้าก่อนพี่น้อง วันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Social Network มาเป็นตัวช่วยที่ดีมาก มีประสิทธิภาพมาก Social Network จะเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้สื่อสารกับสื่อสารมวลชนทุกแขนง รวมทั้งสาธารณะชน ในการชี้แจงเรื่องทุกเรื่อง รวมทั้งในการสร้างภาพความทรงจำที่ดี

    แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จกับการสื่อสารด้วยสื่อที่เรียกว่า Social Network เสมอไป การใช้ Social Network จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ครับพี่น้อง อาทิเช่น ต้องมีความเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการจ๋า ต้องรู้จักกลยุทธ์การใช้ถ้อยคำโปรยห้ว หรือ Headline มาสร้างความน่าสนใจ แล้วที่สำคัญ ต้องมีกลยุทธ์ในเรื่องเวลา ไม่ใช่ว่าอยากจะโพสต์อะไร เวลาไหนก็ใส่เข้าไปแบบไม่รู้จักกาละเทศะ ….กลยุทธ์การเลือกรูป การ “สร้างรูป” การ “สร้างคลิป” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องมีการวางแผน ไม่ใช่ว่า “อะไรก็ได้” ประโคมเข้าไป บางทีนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นขยะที่ในระยะเวลาหนึ่ง ก็ทำให้คนเบื่อหน่าย ไม่อยากจะเข้ามาดู มาเกี่ยวขัองด้วย

    พูดถึงเรื่อง Social Media รวมทั้งญาติผู้น้องที่ชื่อ Social Network แล้ว คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันอีกเยอะ ไว้วันหลังเรามาคุยแบบเจาะลึกกันอีกครั้งก็แล้วกันครับ

    3. มีทักษะการนำเสนอที่ดี น่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ….เรื่องนี้ถือเป็นทักษะของการประชาสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์นี่เอง เป็นเวทีของการ “ปล่อยของ” หลังจากที่ทีมไอโอ ได้ทำการ “ใคร่ครวญ วิเคราะห์ แยกแยะ” (เรียกเป็นคาถาย่อ ๆ ว่า….ค….ว…..ย….อย่า ! อย่าคิดเป็นอื่นโดยเด็ดขาด) การเลือกใช้สื่อ การปรากฏตัวต่อสื่อ การทำเอกสารข่าวแจก หรือแม้กระทั่งก้าวหน้าไปกว่านั้น ก็คือการทำ Video Clip ข่าวแจก และส่งต่อไปตามสื่อทุกแขนง ถือเป็นการใช้ทุกช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน นอกจากนั้น ส่ิงสำคัญก็คือประเด็นที่จะสื่อออกไป ต้องไม่ “เยิ่นเย้อ” ต้อง “ตรงประเด็น” และสื่อที่ข้อจริง ข้อเท็จอย่าได้นำมาสื่อโดยเด็ดขาด เพราะหากสื่อหรือสังคม “จับได้” ว่าส่ิงที่ท่านสื่อออกไปเป็นเท็จ ท่านจะเสียคน เสียความน่าเชื่อถือ แบบไม่ต้องผุดต้องเกิดโดยทันที

    พูดถึงเรื่องการทำ “เอกสารข่าวแจก” หรือที่เรียกว่า Press Release  นั้น ขออนุญาตเหน็บแนม กระแนะกระแหนหน่อยเหอะครับ ….ด้วยว่าจะเป็นประเพณีนิยมหรืออะไรก็ไม่รู้ การทำเอกสารข่าวแจกกว่าจะเข้าเรื่องได้ บางหน่วยต้องเกริ่นนำแบบเยิ่นเย้อ ประมาณว่า…ตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซื่งสื่อมายังผู้นำชาติอาเซี่ยนทุกชาติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งท่านก็ได้มีบัญชามายังท่านผบ.ตร. ผบ.ตร.ก็เลยสั่งมายังผบช. ผบช.กำชับมายัง ผบก. ผบก.กระเด้งรับ สั่งต่อไปยัง ผกก. ผกก.สั่งรองผกก.สส. รองผกก.สส. สั่งต่อไปยังสว.สส. สว.สส.สั่งผบ.หมู่ ผบ.หมู่ชื่อดาบปื๊ด ก็เลยไปจับครอบครองยาบ้ามาได้ 10 เม็ด….บ้าไปแล้วครับพี่น้อง ไม่ต้องเยิ่นเย้อยืดยาดขนาดนั้นครับ คนอ่านสื่อ ไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่าผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร เป็นใคร ชาวบ้านเค้าต้องการรู้เพียงว่า ไอ้เจ้าผู้ต้องหาเนี่ยมันทำอะไรผิดมา แล้วโดนจับด้วยข้อหาอะไร มีพฤติการณ์ที่น่าสนใจเป็นประโยชน์กับคนที่เค้ารับทราบข่าวสารอย่างไร…ประมาณนี้ครับ ไม่ต้อง “เยอะ”

    และทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นสรุปเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารในบริบทตำรวจไทย สุดท้ายสำหรับวันนี้ …ผมสรุปเป็นคำบรรยายแบบง่าย ๆ สำหรับมิตรรักแควนเพลงที่อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ ได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่ท่านหล่ะครับ…แล้วก็เป็นคู่มือประกอบการบรรยายของกระพ้ม ในสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ คลิกเข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ว่าด้วยฝ่ายอำนวยการตำรวจ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ว่าด้วยฝ่ายอำนวยการตำรวจ

    วันที่ 3 ก.ค. 57 เวลา 10.30-2

    งานอำนวยการ กับตำรวจดูจะห่างเหินกันมาก เหมือนกับเป็นงานฝาก เป็นลูกนอกสมรส ตำรวจส่วนมากจึงให้ความสนใจกับงานอำนวยการน้อยมาก โดยเฉพาะคนเก่ง ๆ ก็หันไปเอาดีทางยิงปืน ขี่ม้า ล่อเป้า เผากระท่อม เป็นพระเอกแบบในละครทีวีกันซะหมด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจจะคิดว่างานอำนวยการ ไม่มีโอกาสเบ่งบารมี อวดกล้าม โชว์พลัง เหมือนอย่างหน่วยปฏิบัติทั้งหลาย อีกทั้งความก้าวหน้าของฝ่ายอำนวยการ ก็ไม่ได้มีช่องทางพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้คนฝ่ายอำนวยการคาดการอนาคตได้ ที่สำคัญ พอจะก้าวหน้าซะหน่อยก็จะมีใครก็ไม่รู้ มาปิดหัว นัยว่าขึ้นที่อื่นไม่ได้ ขอมาเอาตำแหน่งไว้ก่อน ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องงานอำนวยการ สภาพงานอำนวยการของตำรวจไทยก็เลยทุลักทุเลมาถึงวันนี้

    ซึ่งตลอดระยะเวลา ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตร. ต่างก็เปล่งวาจาเป็นเสียงเดียวกันว่า งานอำนวยการเป็นงานสำคัญ เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมของตร. (แต่ทำไมเวลาแต่งตั้งคนในอาณัติของผู้บังคับบัญชา ไม่เห็นให้ไปลงงานอำนวยการเลย เห็นไปแต่หน่วยชื่อเพราะๆ ที่มีโอกาสโชว์กล้ามกันทั้งน้านนนน ! )

    เอาหล่ะ กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อ เพราะที่สุด เราก็ต้องทำตามคำสรรเสริญของเจ้านายอยู่ดี คืองานอำนวยการสำคัญที่สุด แล้วสิ่งที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ทีแรก คือหากได้รับมอบหมายให้ทำอะไรแล้ว ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ให้ทุกคนบนโลกนี้รู้สึกว่า เราคือ “ตัวจริง” ในเรื่องนั้น ๆ แล้วสิ่งที่ทำ ผมรับรองได้ว่ามันจะส่งผลดีถึงอนาคตเป็นแน่  อ้อ…แล้วก็ขอบอกอีกอย่าง ว่าไม่มีตำรวจคนไหน ย่ำอยู่ในหน้าที่เดียว ตำแหน่งเดียวทั้งชีวิตหรอกครับ วันนี้อยู่ตรงนี้ วันหน้าก็ต้องก้าวหน้าไปทางอื่น มันเป็นวัฏฏะของอาชีพหน่ะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยู่ตรงนี้ แล้วทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เป็นตัวจริงสำหรับตรงนี้ พอถึงวันข้างหน้า ก็ไปเป็นมืออาชีพในเรื่องที่รออยู่ข้างหน้าอีก  เรียกว่าได้โอกาสก็สะสมบุญไปเรื่อย ๆ เชื่อแน่เลยว่า หากวันหนึ่งเป็นผู้บริหาร ก็ต้องเป็นผู้บริหารที่รอบรู้ สั่งงานสั่งการได้ทุกแขนง

    ทีนี้ ในหน้างานอำนวยการที่เรียกกันว่า ฝ่ายอำนวยการ 5 ซึ่งในอดีตถูกโฟกัสกันแค่งาน “ประชาสัมพันธ์” แต่วันนี้ ฝอ.5 คงต้องปรับบทบาทใหม่ แทบจะเรียกว่ายกเครื่อง หรือ Paradigm Shift กันเลยหล่ะครับพี่น้อง การปรับจากงานประชาสัมพันธ์ มาเป็นงาน “ปฏิบัติการข่าวสาร” (ซึ่งในทางคุณลักษณะของงานฝ่ายอำนวยการ 5 ของตร. ผมไม่แน่ใจว่ามีการลงรายละเอียดเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารหรือยัง แต่ในทางปฏิบัติหน่ะ ตอบได้เลยว่า วันนี้ พอพูดถึงไอโอ หรือการปฏิบัติการข่าวสาร ฝอ.5 ต้องถูกเล็งมาเป็นอันดับแรก)

    แล้วการทำหน้าที่ปฏิบัติการข่าวสาร ที่ถูกต้องเป็นไปตามหลักการ หรือถึงขนาด เป็น “มืออาชีพด้านการปฏิบัติการข่าวสาร” ในวันนี้ เราก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นกัน…ก็คาดว่าในไม่ช้าไม่นาน เราคงจะได้เห็น “ตำรวจนักปฏิบัติการข่าวสารมืออาชีพ” มาประดับไว้ในสังคมโล่เงินเป็นแน่ ซึ่งผมรับรองได้ว่า หากพวกเราเป็นมืออาชีพในด้านนี้แล้ว งานในสายปฏิบัติหลัก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ต้องมีความเป็นหนึ่งไม่แพ้ใคร เนื่องจากการไอโอ หรือปฏิบัติการข่าวสารนี้ เป็นทั้งเครื่องมือในการทำงานหลักของตำรวจ และเป็นทั้งเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งหากใช้ให้เป็น ประโยชน์ก็จะได้รับทั้งผลงานที่ได้ และการบอกกล่าวกับชาวโลกให้รับรู้ถึงผลงานของตนเอง

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ทิศทางการทำงานของตำรวจ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ทิศทางการทำงานของตำรวจ

    12 ก.ค.57 รองเอก@สระแก้ว

    ผมอยู่ในวงการตำรวจ จะว่าไปแล้วหากนับตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 1 จนกระทั่งถึงวันนี้ พ.ศ.2557 ก็นับว่า 30 ปีเข้าไปแล้ว ตลอดระยะเวลาของการ “มีอาชีพเป็นตำรวจ” ยอมรับเลยนะครับ ว่า “ไร้ทิศทาง” ผู้บริหารในแต่ละยุค หรือในทุกระดับ ทำงานในลักษณะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทิศทางเรื่องการพัฒนา ทิศทางแก้ปัญหาระยะยาว อย่าหวังว่าจะได้เห็น พวกเรา รวมถึงตัวผมเองด้วย ต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการแก้ปัญหารายวัน จนกระทั่งอยุ่มาวันหนึ่ง เราได้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กับการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่ิมมีทิศทางที่แน่นอน และสิ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางที่แน่นอนของตำรวจนี่แหละครับ ที่เราเรียกกันว่า “วิสัยทัศน์”

    ไอ้เจ้าวิสัยทัศน์ หลายๆ คนอาจจะเข้าใจผิด หรือเข้าใจว่ามันเป็นเพียงประโยคคำขวัญเท่ ๆ ประจำตัวผู้บังคับบัญชา ซึ่งผมก็เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ คนที่ผ่านมาก็อาจจะคิดอย่างนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จะแทบไม่มีให้เห็น

    มาวันนี้ องค์กรตำรวจ เริ่มนำวิสัยทัศน์ มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร เป็นการขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมายร่วมกัน ผมขอเปรียบวิสัยทัศน์ เป็นเหมือนเรามีจุดหมายว่าจะไปเชียงใหม่ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องมุ่งหน้าไปเชียงใหม่ด้วยกัน ทีนี้การไปเชียงใหม่ มันก็ไปได้หลายวิธี ตรงนี้หล่ะครับที่ผู้นำก็จะต้องร่วมกันวางยุทธศาสตร์ว่าจะไปเชียงใหม่อย่างไร หากมียุทธศาสตร์การไปเชียงใหม่ 3 ด้านไปทางรถ ไปทางรถไฟ ไปทางเครื่องบิน ต่อไปก็ต้องกำหนดกลยุทธ์หละครับ ว่าจะไปรถหน่ะไปถนนเส้นไหนดี จะทำอย่างไรให้ถึงเร็วที่สุดประหยัด ปลอดภัยที่สุด  ส่วนพวกจะไปเครื่องบินก็เหมือนกัน ก็ต้องมากำหนดกลยุทธ์ว่าจะใช้สายการบินประเภทไหน แบบต้นทุนต่ำดีไหม แล้วจะจองยังไงถึงจะได้ราคาต่ำสุด ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันทำให้เรามีทิศทางการทำงานเป็นไปในทางเดียวกัน

    ทีนี้มาถึงเรื่องวิสัยทัศน์ขององค์กรเรา ที่ว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” เรามาลองวิเคราะห์แยกแยะทีละประโยค เอาประโยคแรกก่อน คำว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ” มันเป็นยังไง ผมยืนยันเลยนะครับ ว่ามันคนละเรื่องกับมีอาชีพเป็นตำรวจ  ความเป็นมืออาชีพ หรือ Professional เนี่ย มันไปไกลเกินกว่าการมีอาชีพรับเงินเดือน มันเป็นการทำงานที่ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ แต่สิ่งที่แสดงความเป็นมืออาชีพ มันจำเป็นต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ประการด้วยกัน นั่นคือ

    1. ต้องมีความรู้จริง ในงานที่ตนรับผิดชอบ….ก็ลองเปรียบอย่างงี้ซิครับ ถ้าเราไปหาหมอ แล้วปรึกษาอะไร หมอก็ตอบไม่ได้ ได้แต่พูดว่า… “ไม่รู้ซินะ”  อย่างงี้แสดงว่าหมอคนนั้นขาดความเป็นมืออาชีพ ฉันใดฉันนั้น หากเราเป็นตำรวจ เอาเป็นว่าหากเป็นตำรวจสายตรวจ แล้วมีชาวบ้านมาถามถึงวิธีป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ ที่จอดในบ้าน ถ้าเราทำอ้ำๆ อึ้ง ๆ หรือตอบไม่ได้ อย่างงี้จะไปเป็นตำรวจทำไม

    2. ต้องมีทักษะ ในงานที่ตนรับผิดชอบ….เช่นกัน หากหมอผ่าตัด ไม่มีความชำนาญ งก ๆ เงิ่น ๆ หันไปถามพยาบาล อยู่ร่ำไป ขาดทักษะในการเป็นหมอผ่าตัด อย่างงี้ เราจะกล้าไปผ่าตัดกับหมอคนนั้นรึเปล่า …เหมือนกัน หากเป็นตำรวจ การวิ่งไล่จับคนร้าย การใส่เครื่องพันธนาการ ยังทำเหมือนยามหน้าบริษัท ไม่มีทักษะเฉพาะ ไม่มีวิธีการเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้ง ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย ให้ทางฝ่ายผู้ต้องหาฟ้องเอาอีก …อย่างงี้หล่ะครับ ที่เรียกว่า ไม่มีความเป็นมืออาชีพ

    3. ต้องมีประสบการณ์…มืออาชีพต้องมีประสบการณ์ครับ บางคนถามว่า อ้าวแล้วงั้นเด็ก ๆ ก็เสียเปรียบซิครับ  ไม่ใช่อย่างงั้นครับ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่สร้างได้ครับ สร้างได้จากการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ และทำไปอย่างอัตโนมัติ …นี่แหละครับมืออาชีพ

    4. มืออาชีพต้องมีคุณธรรม ครับ โดยเฉพาะอย่างย่ิง อาชีพอย่างเรา อาชีพที่ต้องตัดสินชีวิตคน ซึ่งการเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คนขาดอิสระภาพนี่หล่ะครับ คุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งผมคิดว่า บางครั้งหากมีสิ่งที่ต้องตัดสินใจ ระหว่างถูกกฎหมายแต่ผิดคุณธรรม ผมคิดว่า คนเป็นมืออาชีพ ควรจะต้องยึดคุณธรรมเป็นหลัก และสุดท้ายต้องกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตนตัดสินใจไปในทางที่ถูกต้องในระบบคุณธรรม

    5. มืออาชีพ ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี….แน่นอนหล่ะครับ ภาพลักษณ์ที่ดี แต่งตัวดี ผมสั้นฟันขาวรองเท้ามัน อาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือ ครบถ้วน …อย่างนี้ใครเห็นก็เกิดความมั่นใจครับ ว่าเราจะช่วยดูแลชีวิตทรัพย์สินเค้าได้ แต่ถ้าแต่งตัวก็โทรม ผมยาว หนวดเคราไม่เคยโกน รองเท้าก็ขุดมาจากสมัยกรุงสุโขทัย ถึงจะเก่งแสนเก่ง แต่ความมั่นใจเมื่อแรกพบ มันไม่ทำให้เชื่อได้ว่าจะทำงานให้เค้าได้ครับ …เพราะฉะนั้น ภาพลักษณ์ ภาพปรากฎของการเป็น “มืออาชีพ” ก็มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลยครับ

    พูดมาซะยาว มาถึงประโยคท่านที่สองครับ ที่ว่า “เพื่อความผาสุกของประชาชน” …นี่แหละครับ คือวัตถุประสงค์ของการทำงาน  ทำเพื่ออะไร ถ้าเพื่อความสุขของเจ้านาย ก็คงต้องมียุทธศาสตร์ อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเพื่อ “ให้” ความสุข ความผาสุก กับประชาชน มันก็ต้องมีการกำหนดวิธีการที่สามารถบรรลุเป้าประสงค์ให้ได้

     

    หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงทำหน้างง ๆ แล้วถามว่า มันจะเกี่ยวกับเรื่อง ไอโอ เรื่องปฏิบัติการข่าวสารยังไง ….เกี่ยวซิครับ เกี่ยวมากด้วย แล้วยิ่งเราต้องร่วมกันทำหน้าที่กับส่วนต่างๆ ของงานตำรวจ งานไอโอ หรืองานปฏิบัติการข่าวสาร ก็ต้องถือเป็นภารกิจ “แถวหน้า” ของงานตำรวจด้วยเหมือนกัน แต่ก่อนจะลงลึกไปกว่านี้ ผมขอให้มองภาพกว้าง ๆ ของงาน “อำนวยการ” ตำรวจก่อนแล้วกันครับ

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคเกริ่นนำ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคเกริ่นนำ

    20140724-221453-80093337.jpg

    ผมชื่อ พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ มีชื่อเล่น ว่า “แรก” เพราะว่าเป็นลูกคนแรก แต่หลายๆ คนมักเรียกชื่อเล่นผมว่า “แรด” ซึ่งเป็นเผ่าพันธุ์หนึ่งของสัตว์ป่าหายาก จะด้วยเหตุผลฟังไม่ชัดหรือว่าจะหมายความถึงพฤติกรรมส่วนตัว อันนี้ไม่ทราบได้ วันนี้ (27 กรกฎาคม 2557) ทางการเค้าสั่งให้ผมมาเป็นผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว ซึ่งผมขอเรียกชื่อย่อเล่นๆ ว่า “ผู้การสระแก้ว” ก็แล้วกัน โดยผมมาคุมกำลังตำรวจกว่า 1,200 คน ของจังหวัดท้ายซอย ชายแดนด้านตะวันออก “สระแก้ว” นี้มาตั้งแต่ ตุลาคม 2556 แล้ว ซึ่งพอหลังจากการยึดอำนาจการปกครองโดย คสช. เมื่อ 22 พฤษภาคม 2557 ผมก็เลยมีความผิดพ่วงไปอีก 1 กระทง นั่นก็คือเป็น “ผลพวงของขั้วอำนาจเก่า”….ฮา ! (ไม่ออก….!) ….อ้าว แล้วจะให้ผมทำไงดีครับ ….หนทางเดียวที่ผมต้องพิสูจน์ตัวเองว่าผมไม่ใช่ขั้วใครทั้งนั้น ไม่มีสี ไม่มีพรรค มีแต่พวก ก็คือการ “ก้มหน้าก้มตารับข้อหา” …เอ๊ย ไม่ใช่ซิครับ ต้องก้มหน้าก้มตาทำงานในหน้าที่ให้ “ดีที่สุด” พิสูจน์การเป็น “มืออาชีพ” ตามวิสัยทัศน์สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” ซึ่งการเป็นมืออาชีพ คุณสมบัติประการสำคัญก็คือ ต้องทำงานในหน้าที่ “พิทักษ์สันติราษฎร์” ให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด หากยังคงรับเงินเดือนในฐานะ “มีอาชีพเป็นตำรวจ” ก็ต้องทำหน้าที่ “ตำรวจอาชีพ” อย่างสมศักดิ์ศรี

    เกริ่นยาวมาถึงตรงนี้แล้ว หลายคนคงจะยังงงอยู่ว่า แล้วมันเก่ียวข้องอะไรกับหัวข้อที่จั่วหัวไว้เกี่ยวกับการ “ปฏิบัติการข่าวสาร”  ….เกี่ยวแน่หล่ะครับ ก็เพราะการ “เต็มที่” ในส่ิงที่ได้รับมอบหมายที่หล่ะครับ คือเมื่อครั้งที่ผมได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “รองผู้บังคับการกองสารนิเทศ” องค์กรระดับกองบังคับการที่ทำหน้าที่เป็น “กระบอกเสียง” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วงปี 2553 ตอนนั้นสถานการณ์ม็อบ กำลังคุกรุ่น หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เต็มไปด้วยมวลชนที่มาปักหลักเป็นแรมเดือน ครั้งนั้น เป็นช่วงที่มีการใช้ “ศูนย์ปฏิบัติการ” หรือ ศปก. แบบเต็มรูปแบบ โดยการขับเคลื่อนของท่านพี่อู๋ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว …”พระเอกตัวจริง” ของ ศปก.ตร. ผมได้รับมอบหมายให้ดูแลงานเรื่อง การปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO ซึ่งในช่วงนั้น เป็นหน้างานที่ค่อนข้างใหม่มากสำหรับงานตำรวจ พวกเราหลาย ๆ คนยังรู้สึกงง ๆ ว่าข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดีกับคำว่า IO ที่สำคัญเราต้องประชุมร่วมกับฝ่ายทหาร แทบทุกวันทางหน้าจอ Video Conference

    ดังนั้น เพื่อไม่ให้เสียฟอร์ม ผมก็เลยทำการค้นคว้าเสาะหาข้อมูลเป็นการใหญ่ ทั้งวิเคราะห์ สังเคราะห์ รวมทั้งการดัดแปลง ตัดต่อพันธุกรรม เพื่อให้เหมาะสมกับบริบทงานตำรวจ ….การเอาจริงเอาจัง และทำตัวเป็น “ตัวจริง” ในเรื่องงาน IO จึงส่งผลให้ในวันนี้ ในหลายๆ เวทีของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผมก็เลยตกกระไดพลอยโจน ต้องมาสื่อสารเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน ว่าไอ้เจ้า IO สำหรับตำรวจ โดยเฉพาะ “ตำรวจไทย” มันคืออะไรกันแน่ แล้วเราจะเอามันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ใช้ให้เป็น “มืออาชีพ” ได้อย่างไร…เรียกว่าเป็นการคิดร่วมกันเพื่อสร้างองค์ความรู้เรื่องการปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO ให้กับองค์กรของเราก็แล้วกันครับ

  • 30 กรกฎาคม 2557

    30 กรกฎาคม 2557

    20140730-222536-80736862.jpg
    เวลา 10.00 น.
    เลขาฯสมช. และคณะ , รอง ผวจ.สระแก้ว , รอง ผบ.กกล.บูรพา , จทบ.ส.ก. , ทพ. ,และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมฟังบรรยายสรุป หารือ และตอบปัญหา เรื่อง ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ , ปัญหาหลักเขต 43 , ปัญหาจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่บ้านหนองเอี่ยน จาก กกล.บูรพา ณ ห้องประขุม กกล.บูรพา
    20140730-222632-80792051.jpg
    เวลา 13.45 น.
    เลขาฯสมช. และคณะ , รอง ผวจ.สระแก้ว , รอง ผบ.กกล.บูรพา , จทบ.ส.ก. , ทพ. , ศุลกากร ,และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมตรวจสอบพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว

    20140730-222756-80876766.jpg

    20140730-222756-80876910.jpg
    เวลา 14.30 น.
    เลขาฯสมช. และคณะ , รอง ผวจ.สระแก้ว , รอง ผบ.กกล.บูรพา , จทบ.ส.ก. , ทพ. , ศุลกากร ,และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบพื้นที่จุดผ่านแดนถาวร บ้านคลองลึก ,และ จุด one stop service พื้นที่ บ.คลองลึก อ.อรัญประเทศ ฯ

    20140730-222934-80974818.jpg
    วันนี้ (30 ก.ค.57) เวลา 16.30 น.
    พร้อม สระแก้ว 5 ,และจนท.มูลนิธิศุภนิมิตร จว.สระแก้วร่วมประชุมวางแนวทางการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ณ ภ.จว.สระแก้ว

    20140730-223032-81032931.jpg