ผู้เขียน: admin

  • ร่วมงานสวนสนามนักเรียนนายสิบตำรวจจบการศึกษา

    ร่วมงานสวนสนามนักเรียนนายสิบตำรวจจบการศึกษา

    สวนสนาม@ศฝร.ภาค 2-31ตค56

    31 ตุลาคม 2556 09.00 น….ผู้การสระแก้ว ร่วมงานปฏิญาณตน และสวนสนามของนักเรียนนายสิบตำรวจ ศูนย์ฝึกตำรวจภูธร ภาค 2 …..อนาคตใหม่ของตำรวจไทย… การให้เกียรติ การสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพ คือสิ่งที่คนเป็นผู้นำ เป็นผู้บังคับบัญชา…”ต้องทำ”

  • วันตำรวจ 2556

    วันตำรวจ 2556

    วันตำรวจ 56
    วันตำรวจ 56

    วันตำรวจ 13 ตุลาคม 2556 ….ผมได้รับมอบหมายจากท่่านผบ.ตร. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ให้ออกแบบการ “ขับเคลื่อนงาน” เลี้ยงฉลองที่สโมสรตำรวจ ให้มีศักดิ์ศรี สง่างาม แต่ดูเรียบง่าย ให้ตำรวจสามารถ “ยืดอกได้” ไม่อายใคร..ผมก็เลยเลือกเพลงประกอบละครเวทีเรื่อง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”มาเป็นเพลงประกอบการแสดงเล็ก ๆ เพื่อนำเข้าสู่พิธีการในงานวันตำรวจ เพลงนี้เป็นพระราชนิพนธ์เนื้อร้องของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ผมเลือกมาเป็นเพลง ​ Highlight เปิดงาน ซึ่งอันที่จริงเนื้อหาไม่ได้เกี่ยวอะไรโดยตรงกับทหารเสือนะครับ เพียงแต่ชื่ออาจฟังดูเป็นทหาร แต่เนื่อหาผมว่าเหมาะสมกับอาชีพแบบ “เรา ๆ ” คืออาชีพที่ไม่ใช่่แค่รับค่าจ้างเงินเดือนอย่างเดียว แต่เป็นอาชีพที่ต้องเสียสละ …เป็นความเสียสละหลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง แม้กระทั่งชีวิต….ลองฟังดู ลองหลับตาพิจารณาเนื้อหาตาม แล้วจิตวิญญาณ อุดมการณ์ของคนที่จะทำหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” รวมทั้งอาชีพที่มีหน้าที่ปกป้องชาติบ้านเมืองอื่น ๆ คงจะเข้มขันขึ้น….ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ !….ลองรับฟังรับชม พร้อมกับติชม กันเลยนะครับ พี่น้องงงงงง !

  • ตำรวจตรวจ…โรงพัก

    ตำรวจตรวจ…โรงพัก

    ตรวจเมืองสระแก้ว-18ต.ค.56
    ตรวจเมืองสระแก้ว-18ต.ค.56

    เป็นผู้การสมัยนี้ ไม่ง่ายเลยครับพี่น้อง ยิ่งเป็นสมัยที่ผู้นำตำรวจชื่อ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ด้วยแล้ว การตระเวณตรวจ “โรงพัก” ถือเป็นหน้าที่หลักเลยทีเดียว แล้วไม่ใช้ว่าตรวจพอผ่านเฉย ๆ แต่ต้องตรวจกันแบบหาความผิดกันเลยนะขอรับ โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด ซึ่งท่านพี่อู๋ ผบ.ตร.ของพวกเราย้ำนักย้ำหนาว่า จะต้องสะอาดกันแบบที่เรียกได้ว่าเป็นหน้าเป็นตา เป็นศักดิ์ศรีของหน่วยงาน

    ตรวจวัฒนานคร-18ต.ค.56
    ตรวจวัฒนานคร-18ต.ค.56

    ว่าไปแล้ว วัฒนธรรมการตรวจโรงพักของพี่น้องตำรวจภูธร ดูจะไม่ค่อยเข้มข้นเท่าไรนัก ตรงกันข้ามกับตำรวจนครบาล ที่อย่างว่าแหละครับ อยู่ในเมืองหลวง เจ้านายสารพัดยศ สารพัดตำแหน่ง แวะเวียนกันมาตรวจ แวะเวียนกันมากำชับแบบที่เรียกได้ว่า ห้วกระไดไม่แห้ง  ซึ่งนัยหนึ่งก็ทำให้ตำรวจตื่นตัว คอยดูแลตัวเองดูแลโรงพักไม่ให้โดนผู้ใหญ่ตำหนิ  แต่สำหรับชาวภูธรแล้ว ด้วยว่าระยะทางแต่ละแห่ง ห่างไกลกันมาก จะให้ผู้บังคับบัญชามาระห่ำตรวจเหมือนในนครบาล คงเป็นไปได้ยาก

    โรงพักเขาสิงโต-การจัดระเบียบสำนักงาน
    โรงพักเขาสิงโต-การจัดระเบียบสำนักงาน

    แต่พี่น้องครับ สิ่งที่เป็นไปได้ยากเมื่อวันวาน มันเป็นไปได้แล้วครับในวันนี้ โดยเฉพาะตำรวจในจังหวัดสระแก้วของผม  ซึ่งหลังจากที่ผมได้รับคำสั่งมาให้จัดการดูแลโรงพักในสังกัด ที่มีอยู่ถึง 16 แห่งให้ดี ให้พร้อมที่จะให้บริการ และที่สำคัญให้เป็นหน้าเป็นตา เป็นศักดิ์์ศรีของตำรวจ ผมก็ได้ดำเนินกลยุทธ์การตรวจ ทั้งนอกรูปแบบ ทั้งในรูปแบบ ทั้งกลางวัน ทั้งกลางคืน …เรียกได้ว่า ตรวจกันแบบไม่รู้เวร่ำเวลา ซึ่งผมก็โชคดี ได้พี่ ๆ รองผู้บังคับการทุกท่่าน ขานรับนโยบายดั่งว่า แล้วช่วยกันขยันออกตรวจโรงพัก จนได้ยินเสียงค่อนขอดเอาเหมือนกันว่าจะอะไรกันนักกันหนา

    พื้นที่บริการประชาชน สภ.เขาสิงโต
    พื้นที่บริการประชาชน สภ.เขาสิงโต

    ก็ไม่อะไรกันนักหรอกครับพี่น้อง ทั้งหลายทั้งปวงนั่นก็คือ หนทางหนึ่งของการนำไปสู่คำว่า “มืออาชีพ” ซึ่งก็เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของท่าน ผบ.ตร. ท่านพี่อู๋ของพวกเรา ที่คาดหวังว่า มืออาชีพทำงานทุกอย่างต้องดูดี น่าเชื่อถือ ซี่งก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า สถานที่ทำงานของพวกเรา ที่ต้องสะอาด เป็นระเบียบ เป็นหนึ่งในมาตรการของการเป็น “มืออาชีพ” นโยบายของท่านพี่อู๋  พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว

    สภาพห้องทำงาน สภ.เขาสิงโต
    สภาพห้องทำงาน สภ.เขาสิงโต

    วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ผมต้องมาตระเวณตรวจโรงพักในความรับผิดชอบ หลังจากที่ได้เดินทางไปประชุมบริหารที่ตำรวจภูธรภาค 2 จังหวัดชลบุรี มาแล้ว กว่าจะเดินทางกลับถึงจังหวัดสระแก้วบ้านหมู่เฮา ก็ซัดไปซะ 3 ชั่วโมงเศษ ระหว่างทางก็เลยถือโอกาสแวะเวียนตรวจตามโรงพักที่นั่งรถผ่านซะหน่อย….เอานี่แหละ สภ.เขาสิงโต ….ชื่อน่ากลัวอย่างนี้ อยู่ไกลปืนเที่ยงอย่างนี้ โรงพักก็เล็กจนน่าตกใจ แถมมีโรงพักใหม่ ที่โดน “โกง” จากใครก็ม่่ายรู้ ที่ทิ้งอนุสรณ์เป็นเสาเข็มโด่เด่ เป็นอนุสาวรีย์ให้ดูเจ็บใจเล่นๆ  ผมแอบคิดในใจว่า โรงพักนี้แหละ เสร็จผมแน่ วันนี้ได้มีการออกอาวุธ เทศนายาว ให้ได้อายถึงความไม่เอาใจใส่ของผู้บังคับบัญชา หัวหน้าโรงพักเป็นแน่

    รับเครื่องหมายยศชั้นนายพลจากผบช.ภ.2 ในวันประชุมบริหาร ตำรวจภูธรภาค 2
    รับเครื่องหมายยศชั้นนายพลจากผบช.ภ.2 ในวันประชุมบริหาร ตำรวจภูธรภาค 2

    แต่แล้ว กาลกลับตรงกันข้าม….โรงพักเล็ก ๆ ที่ชื่อ สภ.เขาสิงโต ถูกทะนุบำรุง ถูกจัดวาง อย่างมีระบบระเบียบ ถึงแม้ว่าสถานที่จะคับแคบ แต่ความสะอาด ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องหับ อุปกรณ์สำนักงาน ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ อย่างตั้งใจ โดยที่ผมบอกได้ตามตรงว่า “คาดไม่ถึง”

    ก้าวแรกที่ผมลงจากรถ นายร้อยตำรวจเวร เข้ามารายงานตัวด้วยสำเนียงชัดเจน ฉัดฉาน สมกับเป็นคนในเครื่องแบบที่ถูกฝึกถูกสอนมา ถามอะไรก็ตอบได้ นี่แหละหนา…มันส่อไปถึงผู้บังคับบัญชาของที่นี่ ที่มีภาวะความเป็น “ผู้นำ” โดยแท้ นั่นก็คือ นำลูกน้อง ผู้ใต้บังคับบัญชา ไปสู่ทิศทางที่ผู้คนที่มีโอกาสมาสัมผัสแล้ว ต้องชื่นชม….ขอบคุณ พ.ต.ท.พัฒนจักร สังวรศีล สวญ. ที่ทำหน้าที่ “ผู้นำที่ดี”  ได้อย่างไม่อายใคร

    ผมเดินอมยิ้มขึ้นรถไป กับความภูมิใจ ที่โรงพักน้อย ๆ ตำรวจน้อย ๆ ได้ร่วมกันทำปรากฏการณ์เล็ก ๆ แต่ผมว่ามันยิ่งใหญ่ มันเป็นความยิ่งใหญ่ในใจของประชาชนผู้มาใช้บริการ แม้ว่า วัน ๆ จะมีผู้มาใช้บริการบนโรงพักแห่งนี้เพีียงน้อยนิด แต่หากขึ้นมาแล้ว ได้รับการดูแล การเอาใจใส่ประหนึ่งว่าเป็นลูกค้าชั้นดี ผมว่าอย่างนี้…เรามาถูกทางแล้วครับ ถูกทางในอันที่จะเป็นที่พึ่งให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง สมดั่งเป้าหมายที่ท่านผบ.ตร.ท่านวาดหวังไว้ที่ว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” ….ครับกระพ้ม

    ตรวจเมืองสระแก้ว-18ต.ค.56
    ตรวจเมืองสระแก้ว-18ต.ค.56
  • ผมเป็นผู้การจังหวัดสระแก้ว…ครับพ้ม

    ผมเป็นผู้การจังหวัดสระแก้ว…ครับพ้ม

    ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง
    ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง

    4 ตุลาคม 2556 …  ผมได้รับคำสั่งให้มาทำหน้าที่เป็นประธานในการปล่อยแถวระดมกำลังออกกวาดล้างอาชญากรรม ที่ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว  (จว. แปลว่า จังหวัด….ภาษาย่อของคำว่าจังหวัดตามแบบธรรมเนียมตำรวจ ครับพ้ม)….ประเดิมงานแรกในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของจังหวัด “สระแก้ว” จังหวัดชายแดนด้านตะวันออกของประเทศ ทีี่มีอาณาเขตติดกับประเทศกัมพูชา

    ไหว้พระรับตำแหน่ง
    ไหว้พระรับตำแหน่ง

    งานแรกของผมในวันนั้น เรียกได้ว่า แทบไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน ด้วยว่า คำสั่งที่จะให้มาทำหน้าที่ ค่อนข้างเป็นเรื่องฉุกละหุก  การมาทำหน้าที่ของผมในห้วงเวลานี้ ยังไม่ได้มาแบบเป็นทางการเต็มร้อย เนื่องจากต้องรอพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม แต่งตั้งแบบเป็นทางการเสียก่อน ดังนั้นการมาในครั้งนี้ จึงมาแบบที่เรียกว่า “รักษาราชการแทน” ต่อเมื่อ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ​ มาแล้ว ตำแหน่ง พร้อมยศ จึงเร่ิมใช้แบบเป็นทางการ

    รับเครื่องหมายยศพลตำรวจตรี
    รับเครื่องหมายยศพลตำรวจตรีจากผบ.ตร.

    ตื่นเต้นครับ…ก็เกิดมาเพิ่งจะเคยเป็น “ผู้การ” ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะมาแบบยังไม่เต็มสูบ แต่บอกได้เลยครับ ใจหน่ะ..เกินร้อย ด้วยได้รับการสบประมาท จากเพื่อนพ้องน้องพี่หลาย ๆ คน ว่าน้ำหน้าอย่างผมจะทำได้เหรอ มาเป็นผู้การจังหวัดหน่ะ…คอยดูกันไปแล้วกันนะครับ พี่น้อง

    ทำให้ดีนะ...ไอ้น้อง..คำสั่งเสียของพี่อู๋...ผบ.ตร.ซูเปอร์ฮีโร่ของผม
    ทำให้ดีนะ…ไอ้น้อง..คำสั่งเสียของพี่อู๋…ผบ.ตร.        ซูเปอร์ฮีโร่ของผม
    พี่อู๋...พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว...ความภาคภูมิใจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    พี่อู๋…พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว…ความภาคภูมิใจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    หลังจากนี้ ผมคงมีเรื่องสนุก ๆ ในฐานะ “ตำรวจบ้านนอก” มาเล่าสู่กันฟัง นะครับพี่น้อง …ซึ่งแน่นอน ส่ิงที่ผมจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปนี้ ซึ่งไม่รู้ว่าผมจะมีเวลาอีกกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ปี คือการพิสูจน์ คือการสร้างความเป็น “ตำรวจมืออาชีพ” ให้กับพี่น้องตำรวจสระแก้วของผม ตาม “วิชั่น” ของท่านผู้นำ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ฝันอยากจะให้พวกเราได้เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน ตามวิสัยทัศน์ที่ประกาศให้โลกได้รับรู้  ซึ่งผมในฐานะที่เป็นผู้นำหน่วยเล็ก ๆ กำลังพล 1,400 กว่านาย แห่งนี้ “จำเป็น” ต้องทำสิ่งนี้ให้สำเร็จให้ได้ แล้วผมก็หวังว่าพี่น้องคงให้ความเห็น คงมีข้อแนะนำ ให้กับผมบ้างนะครับ…เขียนข้อคิดเห็น comment มาได้ ใต้บทความนี้เลยครับ….ขอบคุณคร้าบ

    ตรวจการตั้งจุดสกัด หลังจากปล่อยแถวระดมกวาดล้าง  @ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว เมื่อ 4 ต.ค.56
    ตรวจการตั้งจุดสกัด หลังจากปล่อยแถวระดมกวาดล้าง @ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว เมื่อ 4 ต.ค.56

     

  • IO : ปฏิบัติการข่าวสาร

    IO : ปฏิบัติการข่าวสาร

    ปฏิบัติการควบคุมฝูงชน
    ปฏิบัติการควบคุมฝูงชน

    ปีเศษ ๆ ของการเข้ามาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตำรวจของพี่อู๋ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” ทำให้วันนี้  หลาย ๆ คนเริ่มคุ้นเคยกับสไตล์การทำงาน การบังคับบัญชาแบบทางไกล หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่าการ “ประชุมทางไกล” (Video Conference) ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่แต่เดิมดูไม่คุ้นหู เริ่มนำมาพูดกันทุกวันจนคุ้นชิน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนมากเป็นศัพท์แสงทางการทหารที่บางคนอาจจะเคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คงจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง

    แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าหลาย ๆ คนใช้มันทุกวัน พูดมันจนติดปาก โดยยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่า “มันคืออะไรกันแน่…ฟะ” ? ….ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งทำท่าที “แอ๊ค”​ ใช้คำศัพท์เท่ห์ ๆ นั่นกะเค้าบ้างเหมือนกัน หนึ่งในคำศัพท์เจ้าปัญหาที่ว่านั้นก็คือคำว่า IO (ไอโอ) หรือคำเต็ม ๆ ว่า Information Operations แปลเป็นภาษาไทยตรง ๆ ว่า การปฏิบัติการข่าวสาร

    ไอ้เจ้า IO นั้นมันคืออะไรกันแน่ สำคัญแค่ไหน แล้วในส่วนของม๋าต๋า ตำรวจไทย จะเอาเจ้า IO นี้ไปใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ได้อย่างไร….ลองตามมาสำรวจความคิดของกระพ้มกันนะครับ

    ปฏิบัติการควบคุมฝูงชน 2
    ปฏิบัติการควบคุมฝูงชน 2

    ว่ากันว่าการปฏิบัติการข่าวสาร หรือว่าไอ้เจ้า IO นี้เร่ิมเข้ามามีบทบาทสำคัญจริง ๆ หลังสงครามเย็นสิ้นสุด แล้วโลกทั้งโลก ไม่ว่าโลกทางธุรกิจหรือจะโลกทางการทหาร เริ่มเปลี่ยน เริ่มปรับตัวมาสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ที่เมื่อซักเกือบ ๆ  20 ปีที่ผ่านมามีผู้กล่าวกันว่าข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ นั่นหมายความว่า ใครมีข้อมูลในมือคนนั้นก็จะมีอำนาจเหนือคน…ว่าไปนั่น

    กล่าวโดยรวบรัดก็คือ การปฏิบัติการข่าวสารก็คือการชิงความได้เปรียบเรื่องข้อมูลข่าวสารนั่นเอง โดยมีสมมติฐานเบื้องต้นว่า ข่าวสารที่แม่นตรงถูกต้องจะทำให้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาถูกต้องเกิดประสิทธิภาพไปด้วย และในทางกลับกันข่าวสารที่บิดเบี้ยวไม่ถูกต้องแม่นตรงก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามสั่งการผิด ทำงานผิด ผลก็คือความพ่ายแพ้ในสนามรบนั่นเอง

    ไอ้ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น เป็นการกล่าวสรุปรวบรัดแบบลูกทุ่งนะครับ อย่าได้เอาไปอ้างอิงที่ไหนเชียว…อายเค้า แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบขนานแท้ กระพ้มก็ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้วครับ สามารถเข้าไปอ่าน เข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ …เป็นบทความเรื่องนี้โดยตรง จากจุลสารความมั่นคงศึกษา ซึ่งมีปรมาจารย์การยุทธสมัยใหม่ที่ชื่อ “สุรชาติ บำรุงสุข” เป็นบรรณาธิการ ครับ

    (คลิกเพื่อเข้าไปอ่านได้เลยครับ …ปฏิบัติการข่าวสาร : Information Operations โดยสุรชาติ บำรุงสุข)

    ทีนี้มาว่าเรื่องของเรากันต่อครับ เรื่องของเรายังไม่จบง่าย ๆ ถ้าหากว่าวันนี้พี่อู๋ ยังคงสั่งผ่าน Video Conference ให้หลาย ๆ หน่วยไปทำ “ไอโอ”…หลายคนหน้าตาตื่นมาถามผมว่า ไอ้เครื่องทำไอโอนี่มันไปหาซื้อได้ที่ไหนฟะ…นัยว่าคุ้น ๆ ว่ามันเป็นเครื่องกรองน้ำ หรือว่าเครื่องทำน้ำแร่ …อะไรประมาณนั้น …ฮา !

    หลังจากที่กระพ้ม ได้พากเพียรอ่านสารพัดตำรา ของท่านอาจารย์สุรชาติ รวมทั้งของท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างด้าว ก็สรุปความได้ว่า การ “ไอโอ” ในบริบทของความเป็น “ตำรวจไทย” มีความหมาย และการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากความหมายดั้งเดิม จะเป็นด้วยภารกิจ จะเป็นด้วยประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งประเพณีนิยมของตำรวจไทย

    และต่อไปนี้เป็นสรุปความหมายของคำว่า “ไอโอ”, IO, Information Operations, หรือ การปฏิบัติการข่าวสาร ในบริบทของการเป็น “ตำรวจไทย” …ผมขอย้ำนะครับว่าในบริบทของ “ตำรวจไทย” ซึ่งไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตำรวจพม่า หรือตำรวจเขมร ในฐานะเป็นประชาคมอาเซี่ยนเดียวกันอย่างเด็ดขาด… หากเมื่อไหร่ก็ตาม ท่านผู้อ่านได้รับคำสั่งให้ไปทำ “ไอโอ” ….มันหมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่อไปนี้

    vision 1
    vision 1

    1. สำรวจความเคลื่อนไหวของข่าวเปิดจากสื่อ ซึ่งรวมถึงทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทุกชนิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (พ.ศ.2556) สื่อใหม่ที่ชื่อว่า Social Media มีบทบาทในสังคมโลก “สูงมาก” สูงจนบางครั้งมีบทบาทนำสื่อกระแสหลัก อย่างหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ เสียด้วยซ้ำ สังเกตุได้จากข่าวซุบซิบ หรือข่าวคลิปหลุด ภาพหลุด …อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มักมีจุดเริ่มต้นจากสื่อที่ชื่อว่า Social Media แล้วถูกส่งต่อกันไปในสื่อผู้น้องของ Social Media นั่นก็คือ Social Network ยี่ห้อ Facebook, Twitter หรือสื่อน้องใหม่ไฟแรงที่ชื่อ Line นั่นเอง…โดยคนที่ทำหน้าที่ IO จะต้องเข้าไปดูประเด็นข่าวในเรื่องที่จะทำ แล้วสรุปให้ได้ว่าประเด็นที่กำลังเผยแพร่ในสื่อดังกล่าวในสังคม มีประเด็นใดบวก มีประเด็นใดลบกับเราบ้าง แล้วจง “หาข้อสรุปกับสิ่งนั้น”

    2. ประเด็นข่าวด้านใดเป็นบวก…ทำให้คงอยู่ให้ยาวนานที่สุด  ประเด็นข่าวด้านใดเป็นด้านลบ…ทำให้ลบออกไปจากกระแสสังคมให้เร็วที่สุด…เรื่องนี้นี่แหละ ที่เป็นหัวใจสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องใช้ทักษะในเรื่อง “สื่อมวลชนสัมพันธ์” (Media Relations) ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะสร้างในวันสองวัน มันต้องมี “กระบวนการ” และกระบวนการดั่งว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ศิลปะ รวมทั้งต้องใช้ทุนทรัพย์บ้างพอประมาณ  เนื่องด้วยสื่อมวลชน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกกล่าวข่าวเชิงบวกกับสาธารณะชน ในขณะเดียวกัน ก็จะคอยปิดปาก ไม่พูดข่าวลบ แต่..ช้าก่อนพี่น้อง วันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Social Network มาเป็นตัวช่วยที่ดีมาก มีประสิทธิภาพมาก Social Network จะเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้สื่อสารกับสื่อสารมวลชนทุกแขนง รวมทั้งสาธารณะชน ในการชี้แจงเรื่องทุกเรื่อง รวมทั้งในการสร้างภาพความทรงจำที่ดี

    ตำรวจเล่นไฮโล
    ตำรวจเล่นไฮโล

    แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จกับการสื่อสารด้วยสื่อที่เรียกว่า Social Network เสมอไป การใช้ Social Network จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ครับพี่น้อง อาทิเช่น ต้องมีความเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการจ๋า ต้องรู้จักกลยุทธ์การใช้ถ้อยคำโปรยห้ว หรือ Headline มาสร้างความน่าสนใจ แล้วที่สำคัญ ต้องมีกลยุทธ์ในเรื่องเวลา ไม่ใช่ว่าอยากจะโพสต์อะไร เวลาไหนก็ใส่เข้าไปแบบไม่รู้จักกาละเทศะ ….กลยุทธ์การเลือกรูป การ “สร้างรูป” การ “สร้างคลิป” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องมีการวางแผน ไม่ใช่ว่า “อะไรก็ได้” ประโคมเข้าไป บางทีนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นขยะที่ในระยะเวลาหนึ่ง ก็ทำให้คนเบื่อหน่าย ไม่อยากจะเข้ามาดู มาเกี่ยวขัองด้วย

    พูดถึงเรื่อง Social Media รวมทั้งญาติผู้น้องที่ชื่อ Social Network แล้ว คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันอีกเยอะ ไว้วันหลังเรามาคุยแบบเจาะลึกกันอีกครั้งก็แล้วกันครับ

    3. มีทักษะการนำเสนอที่ดี น่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ….เรื่องนี้ถือเป็นทักษะของการประชาสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์นี่เอง เป็นเวทีของการ “ปล่อยของ” หลังจากที่ทีมไอโอ ได้ทำการ “ใคร่ครวญ วิเคราะห์ แยกแยะ” (เรียกเป็นคาถาย่อ ๆ ว่า….ค….ว…..ย….อย่า ! อย่าคิดเป็นอื่นโดยเด็ดขาด) การเลือกใช้สื่อ การปรากฏตัวต่อสื่อ การทำเอกสารข่าวแจก หรือแม้กระทั่งก้าวหน้าไปกว่านั้น ก็คือการทำ Video Clip ข่าวแจก และส่งต่อไปตามสื่อทุกแขนง ถือเป็นการใช้ทุกช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน นอกจากนั้น ส่ิงสำคัญก็คือประเด็นที่จะสื่อออกไป ต้องไม่ “เยิ่นเย้อ” ต้อง “ตรงประเด็น” และสื่อที่ข้อจริง ข้อเท็จอย่าได้นำมาสื่อโดยเด็ดขาด เพราะหากสื่อหรือสังคม “จับได้” ว่าส่ิงที่ท่านสื่อออกไปเป็นเท็จ ท่านจะเสียคน เสียความน่าเชื่อถือ แบบไม่ต้องผุดต้องเกิดโดยทันที

    พูดถึงเรื่องการทำ “เอกสารข่าวแจก” หรือที่เรียกว่า Press Release  นั้น ขออนุญาตเหน็บแนม กระแนะกระแหนหน่อยเหอะครับ ….ด้วยว่าจะเป็นประเพณีนิยมหรืออะไรก็ไม่รู้ การทำเอกสารข่าวแจกกว่าจะเข้าเรื่องได้ บางหน่วยต้องเกริ่นนำแบบเยิ่นเย้อ ประมาณว่า…ตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซื่งสื่อมายังผู้นำชาติอาเซี่ยนทุกชาติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งท่านก็ได้มีบัญชามายังท่านผบ.ตร. ผบ.ตร.ก็เลยสั่งมายังผบช. ผบช.กำชับมายัง ผบก. ผบก.กระเด้งรับ สั่งต่อไปยัง ผกก. ผกก.สั่งรองผกก.สส. รองผกก.สส. สั่งต่อไปยังสว.สส. สว.สส.สั่งผบ.หมู่ ผบ.หมู่ชื่อดาบปื๊ด ก็เลยไปจับครอบครองยาบ้ามาได้ 10 เม็ด….บ้าไปแล้วครับพี่น้อง ไม่ต้องเยิ่นเย้อยืดยาดขนาดนั้นครับ คนอ่านสื่อ ไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่าผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร เป็นใคร ชาวบ้านเค้าต้องการรู้เพียงว่า ไอ้เจ้าผู้ต้องหาเนี่ยมันทำอะไรผิดมา แล้วโดนจับด้วยข้อหาอะไร มีพฤติการณ์ที่น่าสนใจเป็นประโยชน์กับคนที่เค้ารับทราบข่าวสารอย่างไร…ประมาณนี้ครับ ไม่ต้อง “เยอะ”

    และทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นสรุปเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารในบริบทตำรวจไทย สุดท้ายสำหรับวันนี้ …ผมสรุปเป็นคำบรรยายแบบง่าย ๆ สำหรับมิตรรักแควนเพลงที่อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ ได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่ท่านหล่ะครับ…แล้วก็เป็นคู่มือประกอบการบรรยายของกระพ้ม ในสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ คลิกเข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

    ปฏิบัติการข่าวสารในบริบทตำรวจไทย ตอนที่ 1

    ATA Course 3Police and Media Relations : Training Course@BKK

     

     

  • ตำรวจป่วย !

    ตำรวจป่วย !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1

    10 มีนาคม 2556 เวลา 10.30 น. ผมถูกหามส่งโรงพยาบาลวิชัยยุทธ อาการจับไข้หนาวสั่น เนื้อตัวหมดเรี่ยวหมดแรง ทำให้ผมไม่อาจพึ่งยาจากร้านขายยาข้างถนนเพื่อบรรเทาอาการได้  เดิมทีคิดว่ากินยาติดต่อกันซักสี่ห้าครั้ง ดื่มน้ำมาก ๆ นอนเยอะ ๆ มันก็น่าจะหาย แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไม่อาจจะต้านทานเชื้อไวรัสที่เข้ามาแผ่ซ่านในกระแสเลือดได้  ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอได้ฟังอาการก็พอเดาออกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่จะเป็นสายพันธุ์ไหน ต้องตรวจละเอียดดูอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเจาะเลือด ไชโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด …ผลก็สรุปได้ว่า ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ 2010 สายพันธุ์ล่าสุดที่พัฒนามาจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เป็นที่ฮือฮา วิ่งหายาที่ชื่อ Tamiflu กันจนแทบขาดตลาด

    วันนี้ ผมคงไม่ได้มาคุยเรื่องส่วนตัวว่าด้วยอาการป่วยให้ฟัง แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องสุขภาพพลานามัยของคนเป็นตำรวจ ตำรวจน้อยใหญ่หลาย ๆ คนมองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บังคับบัญชาตำรวจ  ก็มักทำตัวเป็นตัวอย่างในเรื่องการ “ทุ่มเททำงาน” จนไม่ได้ใส่ใจสุขภาพตัวเอง บางคนบ่นว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะต้องคร่ำเคร่งกับการทำงาน….ฟังดูถ้าไม่คิดมากก็ดูดีครับ แต่ถ้าลองคิดเยอะ ๆ  ระหว่างคิดก็ลองเปิดเพลงของน้องทาทายัง สมัยยังผอมเพรียวเมื่อซักเกือบ 20 ปีที่แล้ว ที่เธอร้องว่า “….ก็เธอไม่รักตัวเอง ไม่เคยดูแลแม้ตัวเอง แล้วเธอจะรักฉันยังไง….”  น่านซิครับ ผมเห็นด้วยกับน้องทาทา เธอทุกประการ ตัวเองยังไม่รัก ครอบครัวยังบอกว่าไม่มีเวลา แต่อาสาว่าจะดูแลประชาชน…ผมว่ามันออกจะ Drama ไปหน่อยกระมังครับ

    ตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งสติปัญญา และพละกำลัง ดังนั้น ถ้าสติปัญญาไม่ดี ไม่เคยรู้โลก ไม่เคยมีความรู้รอบตัวและไม่หมั่นหาความรู้ การจะไปรู้เท่าทันโจรหน่ะ มันคงเป็นไปได้ยาก แล้วยิ่งโจรทุกวันนี้ หาใช่ “โจรกระจอก” ที่ไหน โจรส่วนหนึ่งก็เรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ บางคนเป็นนักเทคนิคคอมพิวเตอร์ แต่ตำรวจไทยบางคนปากก็พร่ำบ่นว่าต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงาน แต่ลองให้เปิดเคร่ื่องคอมพิวเตอร์ทำงานซิครับ ดูเหมือนมือไม้ขาแข้งจะสั่นไปหมด….ไม่ต้องถึงกับเป็นผู้ชำนาญการหรอกครับ เอาแค่ว่า หากลูกน้องป่วย ลูกน้องลา ก็พอจะมาขยับเมาส์ส่ายไปส่ายมาทำงานได้บ้างก็โอเคแล้ว

    ส่วนเรื่องกำลังกายหน่ะเหรอครับ ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่ออกกำลังกายตามหลักการหนังสือสุขศึกษาชั้นประถม 4 ของลูก ไม่ต้องรูปหล่อกล้ามใหญ่ แค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญกุศลแล้วหล่ะครับ …เรื่องการออกกำลังกายนี้ ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงความเอาจริงเอาจัง และการเป็นคนที่มีหลักการเข้มแข็ง เป็นคนมีวินัย ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างมาก นั่นก็คือท่านอดีตผบ.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ครับ ทุกวันหลังจากห้าโมงเย็น หากท่านไม่ติดภารกิจที่ไหน ท่านจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนำลูกน้องวิ่งรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกวัน เรียกได้ว่าท่านทำกันเป็น รปจ. (ระเบียบปฏิบัติประจำ) กันเลย เสร็จแล้วท่านก็อาบน้ำอาบท่า มานั่งทำงานต่อ …อย่างงี้แหละครับ ผมว่าท่านทำหน้าที่ต่อตนเองได้ครับถ้วน (พ้นฤดูเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แล้วนะครับ…ผมไม่ได้เชียร์ท่านเป็นพิเศษ อิอิ)

    ผมว่าบางที ตำรวจคงต้องหันหน้ามาพูดความจริงกันบ้าง ตำรวจก็ “มนุษย์” คนหนึ่งครับ ไม่ใช่ผู้วิเศษที่มีสติปัญญา พละกำลังเหนือคนอื่น ตำรวจก็เป็นคนที่ต้องมีครอบครัว ต้องพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น คำว่า “ตำรวจเก่ง” ผมว่าน่าจะเป็นคนที่จัดสรรเวลาระหว่าง เวลางาน เวลาส่วนตัว เวลาครอบครัว ได้อย่างเหมาะสม สามส่วนนี้ต้องไปด้วยกันครับ เพราะถ้าทำงานเก่งเหลือหลาย แต่ไม่มีเวลาอบรมให้คนในครอบครัวเป็นคนดี ยิ่งไปกว่านั้นคนในครอบครัวก็กลับไปสร้างปัญหาให้สังคมซะอีก ซึ่งละครฉากนี้ หาดูได้ไม่ยากตามแฟลตตำรวจทั่วไป ที่เกือบจะร้อยละร้อย อุดมไปด้วยลูกตำรวจเกเร เมียตำรวจติดการพนัน ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับว่าตำรวจกำลังเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับสังคมซะเอง

    ส่วนตัวตำรวจเอง หากไม่ดูแลร่างกายตัวเอง ไม่กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย กำลังวังชาไม่มี อ้างว่าทุ่มเทกับการทำงาน ถามว่าเวลาวิ่งไล่จับผู้ร้าย จะมีปัญญาย้ายพุงอ้วน ๆ ว่ิงไล่ตามผู้ร้ายได้ยังไงครับ หนักไปกว่านั้นถ้าทิ้งขว้างร่างกายให้อุดมไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องเดือดร้อนเงินภาษีของประชาชน ที่ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้พวกเราอีก

    การเจ็บป่วยของผมครั้งนี้ ทำให้ผมได้คิดอะไรอีกเยอะ ทั้ง ๆ ที่ปกติผมเป็นประเภท “เด็กอนามัย” อยู่แล้ว หายป่วยครั้งนี้ ผมคงต้องเพิ่มมาตรการ เพิ่มความเคร่งครัดในการดูแลตัวเองขึ้นไปอีก….เวลาป่วยต้องนอนโรงพยาบาล แล้วมีคุณแม่ ซึ่งวัยกว่า 70 แล้วมานั่งเฝ้านอนเฝ้า ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาผมไม่เคยเห็นคุณแม่ผมไปนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแล้วผมต้องไปนอนเฝ้าเลย หรือแม้กระทั่งลูกและภรรยาที่บ้าน ที่ต้องมาเดือดร้อน เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทองที่น่่าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลับเป็นต้องเอามาดูแลคนป่วย….ภาพอย่างนี้ เห็นแล้ว “อาย” ครับ

    เพราะฉะนั้น ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่….ผมขอสัญญาว่า หายป่วยครั้งนี้ ผมจะดูแลร่างกาย ดูแลสังขารที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด ไม่ให้เป็นภาระกับใคร และสามารถทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมได้ต่อไป….ครับพ้ม !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3