ป้ายกำกับ: ดนตรี

  • ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    เอาอีกแล้ว มีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ประกอบวีรกรรม “งามหน้า” ยกพวก “ร้อยกว่าชีวิต” ไปหาเรื่อง ร้องรำทำเพลง ไปก่อกวนให้ชาวประชามีความสุข มาไม่มาเปล่า พกเอา พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว กบ-เสาวนิตย์ นวพันธุ์ เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์ และโก้-Mr.Saxman พร้อมกับกลุ่มนักร้องประสานเสียงรุ่นลายคราม “Hitsza Groove” พร้อมนักแสดงประกอบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

    มาคราวนี้ หาญกล้าประกาศก้องว่าจะนำวง Big Band Jazz Orchestra มาท้าลม ท้าฝน เล่นเพลงทั้ง Jazzจริง Jazzปลอม Jazzสุนทราภรณ์ Jazzลูกทุ่ง…เรียกได้ว่า อะไรที่เกี่ยวกับ Jazz มารวมกันที่นี่ วันนี่้ ทั้งหมด (แต่เอ…ไม่เห็นมี Jazz ชวนชื่นเลย อิอิ) …แล้วก็เลยตั้งชื่อการแสดงในตอนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ของเหล่าตำรวจฉาวเหล่านี้แล้วว่า ตอน…”อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส”

    ก็เลยอยากจะเชิญชวน เพื่อนพี่น้อง ลุงป้า น้าอา อากง อาม่า ลองมาสัมผัสความสุข สัมผัสความรักจากพวกเรา ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามที่สุดของกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ในค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. จะแต่งกายยังไงมา จะปั่นจักรยานมา จะวิ่งมาราธอนมา รึว่าจะตั้งใจแต่งตัวสวยเช้งออกมาจากบ้าน ก็…เอาที่สบายจายยยย ไม่มีข้อแม้ ข้อกำหนดทั้งสิ้น ขอรับ ครับพ้มมม

    อ้อ…แล้วใครที่อยากจะมาสักการะถวายบังคมพระบรมรูปพระปิยะมหาราช ทางสำนักพระราชวัง ได้จัดดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะจ๊ะ

    ชมความบันเทิง ดนตรีจากตำรวจไทยในรายการ “อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส” ก็ฟรี….มีน้ำดื่มเย็น ๆ คอยให้การบริการ ก็ฟรี…เครื่องสักการะ ถวายบังคมพระบรมรูป…ก็ฟรี…..แล้วงี้….ไม่มาได้ไงเนี่ย !

    เสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่าง 19.00-21.00 น…..เรามีนัดกานนนนน รักนะ…จุ๊บ ๆ

    ปล. งานนี้กระพ้ม ออกแบบดนตรี-การแสดง อีกแล้วนะจ๊ะ มาชม มาเชียร์กันหน่อยยยยย !

  • เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เอาอีกแล้วพี่น้อง ….20 พฤษภาคม 2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงดนตรี ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่จะให้บริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่ที่ประชาชนจะมาสักการะ พระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5, มาชมนิทรรศการของในหลวง ร.9 แล้วยังมีดนตรีจากหน่วยราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ผัดเปลี่ยนมาบรรเลงให้ฟังฟรี ทุก ๆ ค่ำวันเสาร์

    ผ่านมาสามสัปดาห์แล้ว ก็มีวงดนตรีจากเหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสัปดาห์นี้ ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจ ….บิ๊กแป๊ะ หันซ้าย หันขวา หาใครไม่เจอ เห็นตำรวจบ้านนอกอย่างผม เดินเด๋อๆ ด๋าๆ อยู่ในตร. ก็เลยกวักมือเรียกไปสั่ง….”เอ็งไปจัดการทำให้ดีที่สุด อย่าให้เสียเหลี่ยมคนชื่อแป๊ะ”….

    ได้ยินดังนั้น จะรอช้าอยู่ทำไมครับพี่น้อง…ไปจัดการซะซิ …หลังจากรวบรวมพลพรรค คนรู้ใจใกล้ชิด มาปรึกษาหารือว่าเอาไงกันดีฟะ พอได้คำตอบ ก็เริ่มลงมือซักซ้อมกัน…เรามีเวลาซ้อมแบบเกือบครบทีม ได้เพียงสองวัน แต่พี่น้องนักดนตรี น้องๆ นักเรียนนายร้อยตำรวจ จากชมรมดนตรีสากล….แหล่งที่สร้างตัวตนผมมาจนทุกวันนี้….และชมรมปี่สก็อต ก็ดีใจหาย ทุ่มเททุ่มใจกัน ขะมักเขม้น ซ้อมกันแบบไม่ได้หลับได้นอนกัน อ้วนพี กันเป็นแถว

    ในที่สุด เย็นวันที่ 19 พ.ค.60 บิ๊กแป๊ะ ผบ.ตร. ก็เดินทางมาดูพวกเรา ว่าพร้อมจริงอะเปล่า ซึ่งตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่ท่าน ผบ.ตร. “นั่งเงียบกริบ” ทำเอาผมใจไม่ดี และเริ่มเดาใจลูกพี่ไม่ออก จนกระทั่งการซ้อมการแสดงเสร็จสิ้น บิ๊กแป๊ะ ลุกขึ้นตบมือ สายตาเป็นประกาย ประหนึ่งว่า โล่งอกไปที นั่นแหละ ที่ทำให้ผมหายใจหายคอคล่องขึ้น

    ท่านผบ.ตร.คุยกันกับพวกเรา แบบเป็นกันเอง แล้วก็บอกว่ามั่นใจว่าพวกเราทำได้อย่างดีที่สุด ไม่ขายหน้าพี่น้องประชาชน แถมยังทำได้ดีมากแบบคาดไม่ถึง …ซึ่งพวกเราคาดกันว่า ท่านคงน้ำหนักตัวเพิ่ม ก็เลยคาดเข็มขัดไม่ได้กระมัง…อิอิ

    ก่อนกลับ ท่านหันไปบอกนายตำรวจติดตาม ให้เอาซองขาวในกระเป๋ามาสักสองซองซิ จะติ๊บใส่ซองสัก 20 -30 บาท …ผมนึกในใจ เสร็จผมแน่…แล้วท่านก็กวักมือเรียก ผู้กำกับ กองดุริยางค์ตำรวจ เข้าไปพบ แล้วมอบซองสีขาว หนาๆ สองซองนั้นให้ พร้อมกับบอกว่า เอาไปดูแลลูกน้อง…ผมได้แต่มองตาละห้อย…ทำตาปริบ ๆ น้ำลายไหลย้อย…อดเลยตรู อิอิ

    เอ้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เย็นวันนี้ ว่าง ๆ ฝนฟ้าน่าจะเป็นใจ ไม่ตกลงมาให้เสียฤกษ์ หอบลูกจูงหลาน ไปลานพระรูป ฟังดนตรีตำรวจไทย  ร้อยกว่าชีวิต ร้องบรรเลงกัน…รับรองว่ายิ้มกริ่ม กลับบ้านไปแบบมีความสุข…มิรู้ลืม อ้อ ลืมบอกเวลา ทุ่มตรง ถึงสามทุ่ม วันเสาร์ที่ 20 พ.ค.60 นี้นะจ๊ะ ทุกอย่างฟรี มีเก้าอี้ให้นั่ง มีน้ำให้ดื่ม แต่งตัวยังไงเหรอ…เอาที่สบายจายยยแล้วกานนนนค้าบบบ

  • โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    เค้าว่ากันว่า คนที่เริ่มแก่ จะเริ่ม “รื้อฟื้น” ความทรงจำเก่า ๆ เท่านั้นยังไม่พอ รื้อฟื้นแล้วก็ไม่อยากเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว กลับอยากที่จะเอามาเล่าให้คนรอบข้าง ให้ลูกหลาน หรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้เห็นภาพจำในอดีต นัยว่าพฤติกรรมดังกล่าว สามารถ “สร้างสุข” เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับชีวิตที่เดินทางมาแสนไกลได้

    วันนี้ ผมก็เลยอยากจะทำหน้าที่ คนที่เดินทางผ่านมาครึ่งค่อนชีิวิต ค้นหาประวัติ ค้นหาปูมของสถาบันการศึกษาที่สร้างให้ผมได้มีวันนี้ สถาบันการศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมทั้งบุคคลที่สำคัญของชาติ

    หลาย ๆ ครั้ง เวลามีวิกฤติการเกี่ยวกับคนใน “แวดวงสีกากี” สถาบันที่ชื่อว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจ” หรือที่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกเป็นชื่อเล่นๆ จนติดปากว่า “โรงเรียนนายร้อยสามพราน” มักถูกลากออกมา “ขึงพืด” และถูกวิพากษ์โดย “ใครก็ไม่รู้” ที่อาจจะรู้จักสถาบันแห่งนี้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ครึ่งๆ กลาง ๆ บ้าง แต่ก็ทำหน้าที่ “อวดรู้” ทำให้ความเป็นสถาบัน ได้รับความเสียหาย …ครับ ตัวสถาบัน ตัวอาคาร หรือแม้แต่ตำหรับตำรา ครูบาอาจารย์ ล้วนปลูกฝังค่านิยม ในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ที่ดี แต่การจะเป็นคนดี หรือคนชั่ว เมื่อจบการศึกษาออกไปนั้น คงแล้วแต่เวรแต่กรรม แล้วแต่การกระทำของตนมากกว่าที่จะไปโยนความผิดให้สถาบัน

    เอาหล่ะครับ วันนี้ผมไม่ได้มาทำหน้าที่เป็น “คนแก่” ที่จะแค่ขุดคุ้ยประวัติสถาบันมาเล่าเพียงเพื่อให้ “มันปาก” ไปวัน ๆ แต่ผมกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า “การค้นหาร่องรอยเพื่อปลุกเร้าอุดมการณ์”….ผมเชื่อครับว่า การที่เรารู้จักปูมประวัติของเราเอง การที่เราซึมซับที่มาที่ไปของสถาบันที่สร้างพวกเรามา จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลุกเร้าอุดมการณ์ของการเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ….ผมก็เลยเอาบทความที่เขียนโดยท่าน พล.ต.จ.มงคล จีระเศรษฐ…ผมเขียนไม่ผิดหรอกครับ พล.ต.จ. อ่านว่าพลตำรวจจัตวา ซึ่งปัจจุบันก็คือ พันตำรวจเอกพิเศษนั่นแหละครับ …ท่านได้เขียนไว้ในวารสารตำรวจ ฉบับวันตำรวจ ปี พ.ศ.2499 ซึ่งเป็นปีที่กรมตำรวจมีอธิบดีกรมตำรวจที่ชื่อ “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์”

    บทความที่ผมเอามาลง เป็นแค่บางส่วนของบทความที่ชื่อ “โรงเรียนนายร้อยตำรวจแห่งประเทศไทย” ซึ่งมีความยาวหลายสิบหน้า แล้วไง ผมจะขวนขวายเอามาลงให้อ่านกันเพ่ิมเติมในโอกาสต่อไปนะครับ  สำหรับวันนี้ขอเชิญท่านที่เป็นตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจ จะเกลียดตำรวจ จะรักตำรวจ ก็ขอเชิญหาความสำเริงสำราญกับบทความที่ผมตัดลอกมานำเสนอในวันนี้ เผื่อว่า….พวกเราจะได้มีความเข้าใจในความเป็นมาเป็นไปของ “ตำรวจไทย” มากขึ้น…เรียนเชิญขอรับ

    เอาหล่ะครับ..วันนี้คงพอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน แต่ก่อนจากกัน ผมอยากฝากเพลงให้ฟังซะหน่อยครับ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของปูมประวัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็คงจะเป็นเพลงอื่นไปไม่ได้หรอกครับ นอกจากเพลง “สามพราน” เพลงนี้ เป็นเสมือนเพลงสัญญลักษณ์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประพันธ์ทำนองโดยศิลปินแห่งชาติ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และประพันธ์คำร้องโดยครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ซึ่งในเวอร์ชั่นที่ผมจะนำมาเสนอให้ฟังกันนี้ สมัยผมเป็นผู้กำกับอยู่ที่ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ (ดุริยางค์ตำรวจ) ผมได้ให้ลูกน้องเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นมาใหม่ และนำออกบันทึกเทปในรายการดนตรีกวีศิลป์ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2552 …ในคลิปด้านล่างนี้ผมจะมีแถมให้อีกเพลงครับ ชื่อเพลง “มีแต่เราเฝ้าถนน” ประพันธ์คำร้องโดยอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา…แต่หากมีบทสัมภาษณ์กระผมติดไปบ้าง ก็ทน ๆ ดูกันหน่อยแล้วกันนะครับ บังเอิญเป็นคลิปที่ติดมาทั้งพวง จากรายการดนตรี กวี ศิลป์ ทางสถานี Thai PBS เค้าหน่ะครับ…อิอิ

  • มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์

    มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์

    เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง…..ท่อนหนึ่งของเพลงที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์” ที่คนทั่วไปมักจะเรียกกันติดปาก จนกลายเป็นชื่อจริงของเพลงนี้ไปแล้วว่า “มาร์ชตำรวจ”

    แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ที่มาที่ไปของเพลงนี้ ว่าใครกันหนอ ช่างบรรจงแต่งเนื้อเพลง ใครกันหนอช่างเข้าใจแต่งทำนอง จนเรียกได้ว่า เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงอมตะของฟ้าเมืองไทย ซึ่งไม่ว่าจะตำรวจ หรือไม่ตำรวจก็ต้องรู้จัก ต้องร้องได้ หรือพอจะร้องเพลงนี้ได้บ้าง

    บางคนบอกว่า เพลงนี้น่าจะแต่งขึ้นในสมัยที่เรามีผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เนื่องจากในเนื้อเพลง หากลองสังเกตดูดี ๆ จะมีคำว่า “ประชา” เยอะมาก….เช่น …เข้าประจันเหล่าร้ายเพื่อ”ประชา” , ….เพื่อให้”ประชา” ดำรงสุขสถาพรชัย,…ช่วย”ประชา” ไม่ว่าหนไหน,…เราอยู่ไหน”ประชา”อุ่นใจทั่วกัน,…แล้วงี้จะไม่ให้เชื่อได้ไงว่าเพลงนี้แต่งสมัยผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.ประชา ฯ….(ฮา !)

    วันนี้ผมมีโอกาสไปขุดค้นร่องรอยประวัติศาสตร์ และได้ร่วมวงสนทนาคุยกับท่าน ศาสตราจารย์“วิกิพีเดีย” ซึ่งในโลกใบนี้ ท่านอาจารย์วิกิ นี่แหละ ที่ทำหน้าที่เหมือนอับดุลย์ คือ “รู้ทุกเรื่อง” …ท่่านอาจารย์วิกิ เล่าให้ผมฟังว่า….”

    เพลงมาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์ หรือมาร์ชตำรวจนั้น ประพันธ์ทำนองโดยครูนารถ ถาวรบุตร และเนื้อร้องโดยครูแก้ว อัจฉริยกุล โดยแต่งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2500

    นอกจากนั้น ชรินทร์ นันทนาคร นักร้องระดับตำนานได้เล่าไว้ในคอลัมน์หกแยกบันเทิง ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อปีพ.ศ.2539 ไว้ว่า ครูนารถ ถาวรบุตร แต่งเพลงนี้ขึ้นโดยคำสั่งของพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องแพ้เพลงมาร์ชกองทัพบกไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งท่านก็สามารถแต่งสำเร็จได้ในเวลาไม่นานนัก ปรากฏว่าพลตำรวจเอกเผ่าประทับใจกับผลงานชิ้นนี้มาก โดยเฉพาะเนื้อร้องในท่อน “เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย…” ถึงกับมอบรางวัลให้ครูนารถเป็นเงินปึกหนึ่ง พร้อมเขียนคำชมลงในกระดาษ มีนามบัตรและลายเซ็นส่วนตัว ซึ่งเขียนไว้ว่า “สำหรับครู เอาไว้ให้ตำรวจดู เวลาครูเล่นไพ่

    ในบทความดังกล่าว ชรินทร์ยังระบุว่า ครูนารถได้เล่าเรื่องการแต่งเพลงนี้ให้ชรินทร์ฟังในภายหลังอย่างติดตลกด้วยว่า “ฉันไม่อยากแต่งเลยวะ ชรินทร์ เพราะฉันไม่ค่อยชอบตำรวจ มันมาจับฉันเรื่อย เวลาฉันเล่นไพ่”….

    ฟังประวัติเพลงมาซะยืดยาวแล้ว…หลายคนคงอยากจะฟังฉบับเต็ม ๆ แล้วหล่ะซิครับ….เอาเป็นว่า เดี๋ยวผม “จัดเต็ม”ให้เลยครับ แต่เวอร์ชั่นที่ผมจะเอามาให้ฟังนี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ผมดัดแปลงนิดหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ผมดำรงตำแหน่ง “ผู้กำกับการ ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ” เมื่อสักปีพ.ศ.2550 หรือว่า 2551 นี่แหละครับ ช่วงนั้นพวกเราได้มีโอกาสนำวงไปออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์”Thai PBS” เนื่องในวันตำรวจ ผมก็เลยให้เอาบทอุดมคติตำรวจ มาต่อที่ส่วนหัวของเพลง นัยว่า เพื่อเป็นการ “ตอกย้ำ” อุดมการณ์ในการเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ซึ่งฟังดูก็เข้าท่าทีครับ

    เอาหล่ะครับ ยืดยาดเยิ่นเย้อมานาน มาลองฟังเพลง “มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์” ฉบับล่าสุด จากการขับร้องบรรเลง โดยนักดนตรีและน้อง ๆ เยาวชนดนตรี จากกองดุริยางค์ตำรวจ (ชื่อเป็นทางการคือ “ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ”) รวมทั้งนักร้องจากชมรมดนตรีสากลโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กันดีกว่าครับ แล้วไงขอให้บทเพลง ๆ นี้ มีส่วนสำคัญในการปลูกฝัง หรือว่า เรียกกลับคืน ส่ิงที่เรียกว่า “อุดมการณ์” ของคนเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์  เพื่อให้ประชาชน ที่เค้าเป็น “นายจ้าง” ตัวจริงของพวกเรา ได้รับในส่ิงที่ท่อนหนึ่งของบทเพลงที่เขียนไว้ว่า “เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน” อย่างแท้จริงด้วยเถอะครับ