ป้ายกำกับ: ยิ่งยศ เทพจำนงค์

  • ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    เอาอีกแล้ว มีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ประกอบวีรกรรม “งามหน้า” ยกพวก “ร้อยกว่าชีวิต” ไปหาเรื่อง ร้องรำทำเพลง ไปก่อกวนให้ชาวประชามีความสุข มาไม่มาเปล่า พกเอา พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว กบ-เสาวนิตย์ นวพันธุ์ เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์ และโก้-Mr.Saxman พร้อมกับกลุ่มนักร้องประสานเสียงรุ่นลายคราม “Hitsza Groove” พร้อมนักแสดงประกอบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

    มาคราวนี้ หาญกล้าประกาศก้องว่าจะนำวง Big Band Jazz Orchestra มาท้าลม ท้าฝน เล่นเพลงทั้ง Jazzจริง Jazzปลอม Jazzสุนทราภรณ์ Jazzลูกทุ่ง…เรียกได้ว่า อะไรที่เกี่ยวกับ Jazz มารวมกันที่นี่ วันนี่้ ทั้งหมด (แต่เอ…ไม่เห็นมี Jazz ชวนชื่นเลย อิอิ) …แล้วก็เลยตั้งชื่อการแสดงในตอนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ของเหล่าตำรวจฉาวเหล่านี้แล้วว่า ตอน…”อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส”

    ก็เลยอยากจะเชิญชวน เพื่อนพี่น้อง ลุงป้า น้าอา อากง อาม่า ลองมาสัมผัสความสุข สัมผัสความรักจากพวกเรา ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามที่สุดของกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ในค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. จะแต่งกายยังไงมา จะปั่นจักรยานมา จะวิ่งมาราธอนมา รึว่าจะตั้งใจแต่งตัวสวยเช้งออกมาจากบ้าน ก็…เอาที่สบายจายยยย ไม่มีข้อแม้ ข้อกำหนดทั้งสิ้น ขอรับ ครับพ้มมม

    อ้อ…แล้วใครที่อยากจะมาสักการะถวายบังคมพระบรมรูปพระปิยะมหาราช ทางสำนักพระราชวัง ได้จัดดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะจ๊ะ

    ชมความบันเทิง ดนตรีจากตำรวจไทยในรายการ “อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส” ก็ฟรี….มีน้ำดื่มเย็น ๆ คอยให้การบริการ ก็ฟรี…เครื่องสักการะ ถวายบังคมพระบรมรูป…ก็ฟรี…..แล้วงี้….ไม่มาได้ไงเนี่ย !

    เสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่าง 19.00-21.00 น…..เรามีนัดกานนนนน รักนะ…จุ๊บ ๆ

    ปล. งานนี้กระพ้ม ออกแบบดนตรี-การแสดง อีกแล้วนะจ๊ะ มาชม มาเชียร์กันหน่อยยยยย !

  • ตำรวจป่วย !

    ตำรวจป่วย !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1

    10 มีนาคม 2556 เวลา 10.30 น. ผมถูกหามส่งโรงพยาบาลวิชัยยุทธ อาการจับไข้หนาวสั่น เนื้อตัวหมดเรี่ยวหมดแรง ทำให้ผมไม่อาจพึ่งยาจากร้านขายยาข้างถนนเพื่อบรรเทาอาการได้  เดิมทีคิดว่ากินยาติดต่อกันซักสี่ห้าครั้ง ดื่มน้ำมาก ๆ นอนเยอะ ๆ มันก็น่าจะหาย แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไม่อาจจะต้านทานเชื้อไวรัสที่เข้ามาแผ่ซ่านในกระแสเลือดได้  ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอได้ฟังอาการก็พอเดาออกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่จะเป็นสายพันธุ์ไหน ต้องตรวจละเอียดดูอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเจาะเลือด ไชโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด …ผลก็สรุปได้ว่า ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ 2010 สายพันธุ์ล่าสุดที่พัฒนามาจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เป็นที่ฮือฮา วิ่งหายาที่ชื่อ Tamiflu กันจนแทบขาดตลาด

    วันนี้ ผมคงไม่ได้มาคุยเรื่องส่วนตัวว่าด้วยอาการป่วยให้ฟัง แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องสุขภาพพลานามัยของคนเป็นตำรวจ ตำรวจน้อยใหญ่หลาย ๆ คนมองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บังคับบัญชาตำรวจ  ก็มักทำตัวเป็นตัวอย่างในเรื่องการ “ทุ่มเททำงาน” จนไม่ได้ใส่ใจสุขภาพตัวเอง บางคนบ่นว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะต้องคร่ำเคร่งกับการทำงาน….ฟังดูถ้าไม่คิดมากก็ดูดีครับ แต่ถ้าลองคิดเยอะ ๆ  ระหว่างคิดก็ลองเปิดเพลงของน้องทาทายัง สมัยยังผอมเพรียวเมื่อซักเกือบ 20 ปีที่แล้ว ที่เธอร้องว่า “….ก็เธอไม่รักตัวเอง ไม่เคยดูแลแม้ตัวเอง แล้วเธอจะรักฉันยังไง….”  น่านซิครับ ผมเห็นด้วยกับน้องทาทา เธอทุกประการ ตัวเองยังไม่รัก ครอบครัวยังบอกว่าไม่มีเวลา แต่อาสาว่าจะดูแลประชาชน…ผมว่ามันออกจะ Drama ไปหน่อยกระมังครับ

    ตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งสติปัญญา และพละกำลัง ดังนั้น ถ้าสติปัญญาไม่ดี ไม่เคยรู้โลก ไม่เคยมีความรู้รอบตัวและไม่หมั่นหาความรู้ การจะไปรู้เท่าทันโจรหน่ะ มันคงเป็นไปได้ยาก แล้วยิ่งโจรทุกวันนี้ หาใช่ “โจรกระจอก” ที่ไหน โจรส่วนหนึ่งก็เรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ บางคนเป็นนักเทคนิคคอมพิวเตอร์ แต่ตำรวจไทยบางคนปากก็พร่ำบ่นว่าต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงาน แต่ลองให้เปิดเคร่ื่องคอมพิวเตอร์ทำงานซิครับ ดูเหมือนมือไม้ขาแข้งจะสั่นไปหมด….ไม่ต้องถึงกับเป็นผู้ชำนาญการหรอกครับ เอาแค่ว่า หากลูกน้องป่วย ลูกน้องลา ก็พอจะมาขยับเมาส์ส่ายไปส่ายมาทำงานได้บ้างก็โอเคแล้ว

    ส่วนเรื่องกำลังกายหน่ะเหรอครับ ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่ออกกำลังกายตามหลักการหนังสือสุขศึกษาชั้นประถม 4 ของลูก ไม่ต้องรูปหล่อกล้ามใหญ่ แค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญกุศลแล้วหล่ะครับ …เรื่องการออกกำลังกายนี้ ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงความเอาจริงเอาจัง และการเป็นคนที่มีหลักการเข้มแข็ง เป็นคนมีวินัย ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างมาก นั่นก็คือท่านอดีตผบ.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ครับ ทุกวันหลังจากห้าโมงเย็น หากท่านไม่ติดภารกิจที่ไหน ท่านจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนำลูกน้องวิ่งรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกวัน เรียกได้ว่าท่านทำกันเป็น รปจ. (ระเบียบปฏิบัติประจำ) กันเลย เสร็จแล้วท่านก็อาบน้ำอาบท่า มานั่งทำงานต่อ …อย่างงี้แหละครับ ผมว่าท่านทำหน้าที่ต่อตนเองได้ครับถ้วน (พ้นฤดูเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แล้วนะครับ…ผมไม่ได้เชียร์ท่านเป็นพิเศษ อิอิ)

    ผมว่าบางที ตำรวจคงต้องหันหน้ามาพูดความจริงกันบ้าง ตำรวจก็ “มนุษย์” คนหนึ่งครับ ไม่ใช่ผู้วิเศษที่มีสติปัญญา พละกำลังเหนือคนอื่น ตำรวจก็เป็นคนที่ต้องมีครอบครัว ต้องพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น คำว่า “ตำรวจเก่ง” ผมว่าน่าจะเป็นคนที่จัดสรรเวลาระหว่าง เวลางาน เวลาส่วนตัว เวลาครอบครัว ได้อย่างเหมาะสม สามส่วนนี้ต้องไปด้วยกันครับ เพราะถ้าทำงานเก่งเหลือหลาย แต่ไม่มีเวลาอบรมให้คนในครอบครัวเป็นคนดี ยิ่งไปกว่านั้นคนในครอบครัวก็กลับไปสร้างปัญหาให้สังคมซะอีก ซึ่งละครฉากนี้ หาดูได้ไม่ยากตามแฟลตตำรวจทั่วไป ที่เกือบจะร้อยละร้อย อุดมไปด้วยลูกตำรวจเกเร เมียตำรวจติดการพนัน ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับว่าตำรวจกำลังเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับสังคมซะเอง

    ส่วนตัวตำรวจเอง หากไม่ดูแลร่างกายตัวเอง ไม่กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย กำลังวังชาไม่มี อ้างว่าทุ่มเทกับการทำงาน ถามว่าเวลาวิ่งไล่จับผู้ร้าย จะมีปัญญาย้ายพุงอ้วน ๆ ว่ิงไล่ตามผู้ร้ายได้ยังไงครับ หนักไปกว่านั้นถ้าทิ้งขว้างร่างกายให้อุดมไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องเดือดร้อนเงินภาษีของประชาชน ที่ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้พวกเราอีก

    การเจ็บป่วยของผมครั้งนี้ ทำให้ผมได้คิดอะไรอีกเยอะ ทั้ง ๆ ที่ปกติผมเป็นประเภท “เด็กอนามัย” อยู่แล้ว หายป่วยครั้งนี้ ผมคงต้องเพิ่มมาตรการ เพิ่มความเคร่งครัดในการดูแลตัวเองขึ้นไปอีก….เวลาป่วยต้องนอนโรงพยาบาล แล้วมีคุณแม่ ซึ่งวัยกว่า 70 แล้วมานั่งเฝ้านอนเฝ้า ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาผมไม่เคยเห็นคุณแม่ผมไปนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแล้วผมต้องไปนอนเฝ้าเลย หรือแม้กระทั่งลูกและภรรยาที่บ้าน ที่ต้องมาเดือดร้อน เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทองที่น่่าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลับเป็นต้องเอามาดูแลคนป่วย….ภาพอย่างนี้ เห็นแล้ว “อาย” ครับ

    เพราะฉะนั้น ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่….ผมขอสัญญาว่า หายป่วยครั้งนี้ ผมจะดูแลร่างกาย ดูแลสังขารที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด ไม่ให้เป็นภาระกับใคร และสามารถทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมได้ต่อไป….ครับพ้ม !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3
  • ส่งความสุข…ปีใหม่ 2556

    ส่งความสุข…ปีใหม่ 2556

    ปีใหม่ 2556 มาแล้ว ผมขอส่งความสุขมากับภาพสวย ๆ น่ารัก ๆ เป็นภาพการทำงานของตำรวจในอีกมุมมองหนึ่งนะครับ ซึ่งน่าจะสร้างความประทับใจ และแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านได้…ขอให้ทุกท่าน มีพลังกาย พลังใจ ที่แข็งแรง พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคในชีวิต และทำชีวิตไปสู่สิ่งที่ …”ดีที่สุด” ต่อไปนะครับ…ขอธรรมะคุ้มครอง

    แรก-OSK
    แรก-OSK
  • นักเรียน…นักเลง

    นักเรียน…นักเลง

     

      

    นักเรียน-นักเลง ปัญหาโลกแตก ที่คนปลายทางอย่าง “ตำรวจ” คงต้องก้มหน้าก้มตารับรู้ รับแก้ รวมทั้งรับกรรม กับปัญหาเรื้อรังของสังคมนี้ต่อไป. ด้วยหวังว่าสักวัน. หน่วยงาน หลากหลาย เอกชนมากมาย ที่ชอบปรากฎต่อหน้าสื่อว่า รักเด็ก เป็นห่วงอนาคตเยาวชน จะออกมาร่วมรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหานี้แบบคน “ต้นทาง” ของปัญหาเสียที…เอวัง!

    20121221-020201.jpg

    20121221-020919.jpg

     นักเรียน-นักเลง เดลินิวส์ 21 ธ.ค.55
    นักเรียน-นักเลง เดลินิวส์ 21 ธ.ค.55

     

    เดลินิวส์
    เดลินิวส์
  • เป็นพระต้องสวด…เป็นตำรวจต้อง ว.

    เป็นพระต้องสวด…เป็นตำรวจต้อง ว.

    ตรวจสน.ประเวศ-09-12-2555
    ตรวจสน.ประเวศ-09-12-2555

    วันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค.55…สี่ทุ่มกว่าแล้ว ผมกับ “นายอั้ม” พลขับคู่ใจ ขับรถตรวจตราการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัด บก.น.4… นานมากแล้ว ที่ดึก ๆ วันอาทิตย์อย่างนี้ ผมไม่มีโอกาสมาทำงานบนท้องถนน ทำหน้าที่แบบคนที่เป็นตำรวจเค้าควรจะทำกัน นั่นคือการออกตรวจตรา… บรรยากาศเก่า ๆ เสียงวิทยุตำรวจออกอากาศเจื้อยแจ้ว การแจ้งปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สน.ต่าง ๆ …แหม ฟังดูแล้วช่างเรียกบรรยากาศเก่า ๆ สมัยยังเป็นหนุ่ม ๆ ที่อยู่ในฐานะผู้ปฏิบัติมาได้ดีแท้ ๆ

    ผมนั่งตรวจเพลิน ๆ ในขณะเดียวกันก็ฟังวิทยุข่าย “เสรีไทย” ซึ่งเป็นเครือข่ายวิทยุสื่อสารของตำรวจ บก.น.4 ไปเพลิน ๆ จินตนาการภาพเก่า ๆ ในหัวสมองความจุ  200 กิกะไบต์ ก็ถูกรื้อฟื้นขึ้นมา แม้เวลาจะผ่านมานานแค่ไหน วัฒนธรรม แบบธรรมเนียม หรือจะเรียกว่าอะไรดี…วิถีปฏิบัติก็แล้วกัน ของคนนครบาลก็ยังไม่เคยเปลี่ยน นั่นก็คือการใช้ ว. หรือวิทยุสื่อสารในการ “ทำงาน” …เรียกว่าการประชาสัมพันธ์การทำงาน หรือว่าหากจะให้เหมาะกับกาละเทศะในยุคสมัยที่ผบ.ตร.ชื่อ “อดุลย์ แสงสิงแก้ว” ก็เรียกว่าการ IO (ไอโอ=IO=information operation) จะเหมาะสมกว่า..ฮา  !

    ตรวจ ว.43 สน.หัวหมาก 09-12-2555
    ตรวจ ว.43 สน.หัวหมาก 09-12-2555

    ผมชักนักสนุก จากเดิมที่แค่ฟังพอผ่าน ๆ หู ก็เปลี่ยนมาลองตั้งใจฟังดู …แหม พี่น้องครับ ถ้าไม่ได้เห็นกับตา ถ้าไม่ได้ยินกับหู ก็คงคิดว่า พี่น้องตำรวจนครบาล 4 ของผมทำงานกันแบบ “ไม่บันยะบันยัง” ทำงานกันแบบไม่มีเวลากินข้าว อาบน้ำ เข้าส้วมกันเลย เพราะไม่ว่าขยับกายไปที่ไหน เป็นต้องชักว.ออกมาประกาศก้องให้โลกได้รับรู้….ที่นี้พี่น้องหายข้องใจรึยังครับ ว่าทำไป ตำรวจเวลาไปไหนมาไหน ต้องพก ว. แล้วต้องเปิด ว.2 ว.3 ว.4 …ว.เด่นมาลา (อันนี้ไม่ใช้ครับ…เป็นร้านขายเครื่องหมายตำรวจ แถว ๆ เสาชิงช้า อิอิ) ให้ชาวบ้านชาวช่องเขาได้ยินไปทั่ว

    ผมจะลองยกตัวอย่าง “วิถีปฏิบัติ” เรื่องการ ว. ให้พี่น้องได้จินตนาการภาพตามไปได้…สมมติว่าผมกำลังขับรถไปทำงาน บนถนนรามคำแหง ผมก็จะชักว.ป่าวประกาศออกไปว่า ผมกำลัง ว.4 (แปลว่าออกปฏิบัติหน้าที่ ออกตรวจตรา) อยู่บนถนนรามคำแหง แล้วหากผมขับรถมาได้ซักพัก เกิดอยากแวะซื้ออะไรมากินเล่นในร้านสะดวกซื้อแถวนั้น ผมก็จะชักว.ขึ้นมาแล้วก็จะพ่นออกไปว่า ว.4 ร้่านเซเว่น สาขา….อะไรทำนองนี้  แล้วถ้าซักพัก ผมมาถึงที่ทำงาน คือบก.น.4 ผมก็จะชักว.ออกมาพ่น แล้วบอกว่า ผม ว.10 บก.น. 4 (แปลว่าผมมาอยู่ที่ทำงานแล้วนะ…! ) ซึ่งทุกครั้งที่ผมแจ้งไปที่ศูนย์วิทยุ ศูนย์ ฯ ก็จะแจ้งทวนข้อความที่ผมแจ้ง นั่นหมายความว่า พี่น้องที่กำลังเปิดวิทยุเครือข่ายนี้อยู่ ก็จะรู้ทันทีว่าผมกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น ศูนย์วิทยุ ก็จะทวนข้อความซ้ำอีกครั้งไปยังศูนย์วิทยุ “ผ่านฟ้า” ซึ่งเป็นศูนย์วิทยุรวมข่าวใหญ่ของ บช.น.แล้วศูนย์ผ่านฟ้าเอง ก็จะทำการทวนข้อความที่ผมแจ้งมาอีกครั้ง คนที่ฟังเครือข่ายศูนย์วิทยุนี้อยู่ ซึ่งส่วนมากก็จะเป็นระดับผู้บังคับบัญชาของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็จะได้รู้ได้เห็นทันที ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่….หากเทียบกับการใช้เทคโนโลยีสมัยปัจจุบัน ก็คือการ  Update Status ใน facebook รึว่าการ check in ใน fouresquare ยังไงอย่างงั้นเลยหล่ะครับพี่น้อง

    ที่นี้พอจะจินตนาการได้รึยังหล่ะครับ ว่า “ตำรวจนครบาล” ทำไมถึงชอบ ว. กันนัก ก็อย่างที่บอกหล่ะครับ มันเป็นเครื่องมือ ไอโอ (IO) ชั้นยอด ที่คนโบราณเค้าใช้กันมาแต่ไหนแต่ไร บางช่วงบางขณะ ถึงขั้นเอามาตัดสินความ “ขยัน” กันเลยก็ว่าได้ นั่นก็คือ การนับจำนวนการ ว. ในรอบแต่ละเดือน ว่าใครมียอดการ ว. สูงสุด ก็จะได้รับคำชมเชยว่าเป็น “พ่อคนเก่ง คนขยัน” ไปซะ ผมซึ่งเหินห่างไปจากวัฒนธรรมการ ว. ซะนาน คงต้องปรับตัวปรับใจอีกซักพักหล่ะครับว่าชีวิตจะเอาไงดี ระหว่าง ทำตัว “แหกคอก” นั่นก็คือ จะใช้ ว.ก็ต่อเมื่อทำงานจริง ๆ หรือว่าแจ้งข้อความสำคัญจริง ๆ รึว่าจะทำตัวไหลไปตามกระแสตำรวจนครบาล นั่นก็คือการใช้ ว. ทุกขณะจิต

    ไงก็ตาม การมีเสียงว.คึกคักกันทั้งวี่ทั้งวัน บางแง่บางมุม ก็ถือเป็นจุดดีอยู่เหมือนกัน อย่างน้อยก็เป็นการ Build อารมณ์ ให้คนที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ได้ตื่นตัว คึกคักได้ตลอดเวลา จะจริงบ้าง เท็จบ้าง สตอร์เบอรี่บ้าง ก็ช่างมันเหอะครับ แต่ผมก็ยังเชื่อว่า คงไม่มีใครกล้าจะสตอร์เบอรี่กันทั้งร้อยเปอร์เซนต๋หรอกครับ จริงซักห้าสิบ เสมือนจริงซักห้าสิบ ก็ถือว่าพอไหวแล้วหล่ะครับ คิดซะว่า เป็นโฆษณาประกอบละครหลังข่าว ฟังก็เพลิน ๆ ดี แต่ที่แน่ ๆ เป็นการประกาศ Status ให้คนในเครือข่ายเค้ารู้ว่า…คิดอะไร ทำอะไรอยู่  ทันสมัยไม่เบาเลยนะครับ…ว่าแล้วผมก็ชัก ว. ออกมาพ่นบ้าง….นครบาล 4-3 (รหัสประจำตัวของกระพ้มเองครับ) ว.4 ถนนเสรีไทย (ผมกำลังออกจากที่ทำงานจะกลับบ้านครับ)…ฮา !

    ตรวจจุดตรวจโยธินพัฒนา 09-12-2555
    ตรวจจุดตรวจโยธินพัฒนา 09-12-2555