ป้ายกำกับ: ยิ่งยศ

  • ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    ตำรวจไทย…ฉาวได้อีก ?

    เอาอีกแล้ว มีเรื่องฉาวไม่เว้นแต่ละวัน คราวนี้ประกอบวีรกรรม “งามหน้า” ยกพวก “ร้อยกว่าชีวิต” ไปหาเรื่อง ร้องรำทำเพลง ไปก่อกวนให้ชาวประชามีความสุข มาไม่มาเปล่า พกเอา พี่ปั่น-ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว กบ-เสาวนิตย์ นวพันธุ์ เท่ห์-อุเทน พรหมมินทร์ และโก้-Mr.Saxman พร้อมกับกลุ่มนักร้องประสานเสียงรุ่นลายคราม “Hitsza Groove” พร้อมนักแสดงประกอบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ และมหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

    มาคราวนี้ หาญกล้าประกาศก้องว่าจะนำวง Big Band Jazz Orchestra มาท้าลม ท้าฝน เล่นเพลงทั้ง Jazzจริง Jazzปลอม Jazzสุนทราภรณ์ Jazzลูกทุ่ง…เรียกได้ว่า อะไรที่เกี่ยวกับ Jazz มารวมกันที่นี่ วันนี่้ ทั้งหมด (แต่เอ…ไม่เห็นมี Jazz ชวนชื่นเลย อิอิ) …แล้วก็เลยตั้งชื่อการแสดงในตอนนี้ ซึ่งนับเป็นครั้งที่ 2 ของเหล่าตำรวจฉาวเหล่านี้แล้วว่า ตอน…”อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส”

    ก็เลยอยากจะเชิญชวน เพื่อนพี่น้อง ลุงป้า น้าอา อากง อาม่า ลองมาสัมผัสความสุข สัมผัสความรักจากพวกเรา ในการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ท่ามกลางบรรยากาศที่สวยงามที่สุดของกรุงเทพเมืองฟ้าอมร ในค่ำคืนวันเสาร์ ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. จะแต่งกายยังไงมา จะปั่นจักรยานมา จะวิ่งมาราธอนมา รึว่าจะตั้งใจแต่งตัวสวยเช้งออกมาจากบ้าน ก็…เอาที่สบายจายยยย ไม่มีข้อแม้ ข้อกำหนดทั้งสิ้น ขอรับ ครับพ้มมม

    อ้อ…แล้วใครที่อยากจะมาสักการะถวายบังคมพระบรมรูปพระปิยะมหาราช ทางสำนักพระราชวัง ได้จัดดอกไม้ธูปเทียน เครื่องสักการะ ให้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายด้วยนะจ๊ะ

    ชมความบันเทิง ดนตรีจากตำรวจไทยในรายการ “อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส” ก็ฟรี….มีน้ำดื่มเย็น ๆ คอยให้การบริการ ก็ฟรี…เครื่องสักการะ ถวายบังคมพระบรมรูป…ก็ฟรี…..แล้วงี้….ไม่มาได้ไงเนี่ย !

    เสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 ระหว่าง 19.00-21.00 น…..เรามีนัดกานนนนน รักนะ…จุ๊บ ๆ

    ปล. งานนี้กระพ้ม ออกแบบดนตรี-การแสดง อีกแล้วนะจ๊ะ มาชม มาเชียร์กันหน่อยยยยย !

  • เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เอาอีกแล้วพี่น้อง ….20 พฤษภาคม 2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงดนตรี ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่จะให้บริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่ที่ประชาชนจะมาสักการะ พระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5, มาชมนิทรรศการของในหลวง ร.9 แล้วยังมีดนตรีจากหน่วยราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ผัดเปลี่ยนมาบรรเลงให้ฟังฟรี ทุก ๆ ค่ำวันเสาร์

    ผ่านมาสามสัปดาห์แล้ว ก็มีวงดนตรีจากเหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสัปดาห์นี้ ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจ ….บิ๊กแป๊ะ หันซ้าย หันขวา หาใครไม่เจอ เห็นตำรวจบ้านนอกอย่างผม เดินเด๋อๆ ด๋าๆ อยู่ในตร. ก็เลยกวักมือเรียกไปสั่ง….”เอ็งไปจัดการทำให้ดีที่สุด อย่าให้เสียเหลี่ยมคนชื่อแป๊ะ”….

    ได้ยินดังนั้น จะรอช้าอยู่ทำไมครับพี่น้อง…ไปจัดการซะซิ …หลังจากรวบรวมพลพรรค คนรู้ใจใกล้ชิด มาปรึกษาหารือว่าเอาไงกันดีฟะ พอได้คำตอบ ก็เริ่มลงมือซักซ้อมกัน…เรามีเวลาซ้อมแบบเกือบครบทีม ได้เพียงสองวัน แต่พี่น้องนักดนตรี น้องๆ นักเรียนนายร้อยตำรวจ จากชมรมดนตรีสากล….แหล่งที่สร้างตัวตนผมมาจนทุกวันนี้….และชมรมปี่สก็อต ก็ดีใจหาย ทุ่มเททุ่มใจกัน ขะมักเขม้น ซ้อมกันแบบไม่ได้หลับได้นอนกัน อ้วนพี กันเป็นแถว

    ในที่สุด เย็นวันที่ 19 พ.ค.60 บิ๊กแป๊ะ ผบ.ตร. ก็เดินทางมาดูพวกเรา ว่าพร้อมจริงอะเปล่า ซึ่งตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่ท่าน ผบ.ตร. “นั่งเงียบกริบ” ทำเอาผมใจไม่ดี และเริ่มเดาใจลูกพี่ไม่ออก จนกระทั่งการซ้อมการแสดงเสร็จสิ้น บิ๊กแป๊ะ ลุกขึ้นตบมือ สายตาเป็นประกาย ประหนึ่งว่า โล่งอกไปที นั่นแหละ ที่ทำให้ผมหายใจหายคอคล่องขึ้น

    ท่านผบ.ตร.คุยกันกับพวกเรา แบบเป็นกันเอง แล้วก็บอกว่ามั่นใจว่าพวกเราทำได้อย่างดีที่สุด ไม่ขายหน้าพี่น้องประชาชน แถมยังทำได้ดีมากแบบคาดไม่ถึง …ซึ่งพวกเราคาดกันว่า ท่านคงน้ำหนักตัวเพิ่ม ก็เลยคาดเข็มขัดไม่ได้กระมัง…อิอิ

    ก่อนกลับ ท่านหันไปบอกนายตำรวจติดตาม ให้เอาซองขาวในกระเป๋ามาสักสองซองซิ จะติ๊บใส่ซองสัก 20 -30 บาท …ผมนึกในใจ เสร็จผมแน่…แล้วท่านก็กวักมือเรียก ผู้กำกับ กองดุริยางค์ตำรวจ เข้าไปพบ แล้วมอบซองสีขาว หนาๆ สองซองนั้นให้ พร้อมกับบอกว่า เอาไปดูแลลูกน้อง…ผมได้แต่มองตาละห้อย…ทำตาปริบ ๆ น้ำลายไหลย้อย…อดเลยตรู อิอิ

    เอ้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เย็นวันนี้ ว่าง ๆ ฝนฟ้าน่าจะเป็นใจ ไม่ตกลงมาให้เสียฤกษ์ หอบลูกจูงหลาน ไปลานพระรูป ฟังดนตรีตำรวจไทย  ร้อยกว่าชีวิต ร้องบรรเลงกัน…รับรองว่ายิ้มกริ่ม กลับบ้านไปแบบมีความสุข…มิรู้ลืม อ้อ ลืมบอกเวลา ทุ่มตรง ถึงสามทุ่ม วันเสาร์ที่ 20 พ.ค.60 นี้นะจ๊ะ ทุกอย่างฟรี มีเก้าอี้ให้นั่ง มีน้ำให้ดื่ม แต่งตัวยังไงเหรอ…เอาที่สบายจายยยแล้วกานนนนค้าบบบ

  • ตำรวจป่วย !

    ตำรวจป่วย !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /1

    10 มีนาคม 2556 เวลา 10.30 น. ผมถูกหามส่งโรงพยาบาลวิชัยยุทธ อาการจับไข้หนาวสั่น เนื้อตัวหมดเรี่ยวหมดแรง ทำให้ผมไม่อาจพึ่งยาจากร้านขายยาข้างถนนเพื่อบรรเทาอาการได้  เดิมทีคิดว่ากินยาติดต่อกันซักสี่ห้าครั้ง ดื่มน้ำมาก ๆ นอนเยอะ ๆ มันก็น่าจะหาย แต่จนแล้วจนรอด มันก็ไม่อาจจะต้านทานเชื้อไวรัสที่เข้ามาแผ่ซ่านในกระแสเลือดได้  ไปถึงโรงพยาบาล คุณหมอได้ฟังอาการก็พอเดาออกว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ แต่จะเป็นสายพันธุ์ไหน ต้องตรวจละเอียดดูอีกครั้ง ซึ่งหลังจากเจาะเลือด ไชโพรงจมูก เอกซเรย์ปอด …ผลก็สรุปได้ว่า ผมเป็นไข้หวัดใหญ่ 2010 สายพันธุ์ล่าสุดที่พัฒนามาจากไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เป็นที่ฮือฮา วิ่งหายาที่ชื่อ Tamiflu กันจนแทบขาดตลาด

    วันนี้ ผมคงไม่ได้มาคุยเรื่องส่วนตัวว่าด้วยอาการป่วยให้ฟัง แต่สิ่งที่อยากจะพูดถึงก็คือเรื่องสุขภาพพลานามัยของคนเป็นตำรวจ ตำรวจน้อยใหญ่หลาย ๆ คนมองเรื่องสุขภาพเป็นเรื่องไกลตัว ยิ่งไปกว่านั้น ผู้บังคับบัญชาตำรวจ  ก็มักทำตัวเป็นตัวอย่างในเรื่องการ “ทุ่มเททำงาน” จนไม่ได้ใส่ใจสุขภาพตัวเอง บางคนบ่นว่าไม่มีเวลาดูแลตัวเอง ไม่มีเวลาออกกำลังกาย เพราะต้องคร่ำเคร่งกับการทำงาน….ฟังดูถ้าไม่คิดมากก็ดูดีครับ แต่ถ้าลองคิดเยอะ ๆ  ระหว่างคิดก็ลองเปิดเพลงของน้องทาทายัง สมัยยังผอมเพรียวเมื่อซักเกือบ 20 ปีที่แล้ว ที่เธอร้องว่า “….ก็เธอไม่รักตัวเอง ไม่เคยดูแลแม้ตัวเอง แล้วเธอจะรักฉันยังไง….”  น่านซิครับ ผมเห็นด้วยกับน้องทาทา เธอทุกประการ ตัวเองยังไม่รัก ครอบครัวยังบอกว่าไม่มีเวลา แต่อาสาว่าจะดูแลประชาชน…ผมว่ามันออกจะ Drama ไปหน่อยกระมังครับ

    ตำรวจเป็นอาชีพที่ต้องใช้ทั้งสติปัญญา และพละกำลัง ดังนั้น ถ้าสติปัญญาไม่ดี ไม่เคยรู้โลก ไม่เคยมีความรู้รอบตัวและไม่หมั่นหาความรู้ การจะไปรู้เท่าทันโจรหน่ะ มันคงเป็นไปได้ยาก แล้วยิ่งโจรทุกวันนี้ หาใช่ “โจรกระจอก” ที่ไหน โจรส่วนหนึ่งก็เรา ๆ ท่าน ๆ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ บางคนเป็นนักเทคนิคคอมพิวเตอร์ แต่ตำรวจไทยบางคนปากก็พร่ำบ่นว่าต้องใช้เทคโนโลยีในการทำงาน แต่ลองให้เปิดเคร่ื่องคอมพิวเตอร์ทำงานซิครับ ดูเหมือนมือไม้ขาแข้งจะสั่นไปหมด….ไม่ต้องถึงกับเป็นผู้ชำนาญการหรอกครับ เอาแค่ว่า หากลูกน้องป่วย ลูกน้องลา ก็พอจะมาขยับเมาส์ส่ายไปส่ายมาทำงานได้บ้างก็โอเคแล้ว

    ส่วนเรื่องกำลังกายหน่ะเหรอครับ ไม่ต้องอะไรมาก เอาแค่ออกกำลังกายตามหลักการหนังสือสุขศึกษาชั้นประถม 4 ของลูก ไม่ต้องรูปหล่อกล้ามใหญ่ แค่นี้ก็นับว่าเป็นบุญกุศลแล้วหล่ะครับ …เรื่องการออกกำลังกายนี้ ผมอยากจะเล่าให้ฟังถึงความเอาจริงเอาจัง และการเป็นคนที่มีหลักการเข้มแข็ง เป็นคนมีวินัย ในเรื่องการออกกำลังกายอย่างมาก นั่นก็คือท่านอดีตผบ.ตร. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ครับ ทุกวันหลังจากห้าโมงเย็น หากท่านไม่ติดภารกิจที่ไหน ท่านจะเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วนำลูกน้องวิ่งรอบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทุกวัน เรียกได้ว่าท่านทำกันเป็น รปจ. (ระเบียบปฏิบัติประจำ) กันเลย เสร็จแล้วท่านก็อาบน้ำอาบท่า มานั่งทำงานต่อ …อย่างงี้แหละครับ ผมว่าท่านทำหน้าที่ต่อตนเองได้ครับถ้วน (พ้นฤดูเลือกตั้งผู้ว่ากทม.แล้วนะครับ…ผมไม่ได้เชียร์ท่านเป็นพิเศษ อิอิ)

    ผมว่าบางที ตำรวจคงต้องหันหน้ามาพูดความจริงกันบ้าง ตำรวจก็ “มนุษย์” คนหนึ่งครับ ไม่ใช่ผู้วิเศษที่มีสติปัญญา พละกำลังเหนือคนอื่น ตำรวจก็เป็นคนที่ต้องมีครอบครัว ต้องพัฒนาตัวเอง เพราะฉะนั้น คำว่า “ตำรวจเก่ง” ผมว่าน่าจะเป็นคนที่จัดสรรเวลาระหว่าง เวลางาน เวลาส่วนตัว เวลาครอบครัว ได้อย่างเหมาะสม สามส่วนนี้ต้องไปด้วยกันครับ เพราะถ้าทำงานเก่งเหลือหลาย แต่ไม่มีเวลาอบรมให้คนในครอบครัวเป็นคนดี ยิ่งไปกว่านั้นคนในครอบครัวก็กลับไปสร้างปัญหาให้สังคมซะอีก ซึ่งละครฉากนี้ หาดูได้ไม่ยากตามแฟลตตำรวจทั่วไป ที่เกือบจะร้อยละร้อย อุดมไปด้วยลูกตำรวจเกเร เมียตำรวจติดการพนัน ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับว่าตำรวจกำลังเป็นตัวสร้างปัญหาให้กับสังคมซะเอง

    ส่วนตัวตำรวจเอง หากไม่ดูแลร่างกายตัวเอง ไม่กินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย กำลังวังชาไม่มี อ้างว่าทุ่มเทกับการทำงาน ถามว่าเวลาวิ่งไล่จับผู้ร้าย จะมีปัญญาย้ายพุงอ้วน ๆ ว่ิงไล่ตามผู้ร้ายได้ยังไงครับ หนักไปกว่านั้นถ้าทิ้งขว้างร่างกายให้อุดมไปด้วยโรคภัยไข้เจ็บ ก็ต้องเดือดร้อนเงินภาษีของประชาชน ที่ต้องมาจ่ายเป็นค่ารักษาพยาบาลให้พวกเราอีก

    การเจ็บป่วยของผมครั้งนี้ ทำให้ผมได้คิดอะไรอีกเยอะ ทั้ง ๆ ที่ปกติผมเป็นประเภท “เด็กอนามัย” อยู่แล้ว หายป่วยครั้งนี้ ผมคงต้องเพิ่มมาตรการ เพิ่มความเคร่งครัดในการดูแลตัวเองขึ้นไปอีก….เวลาป่วยต้องนอนโรงพยาบาล แล้วมีคุณแม่ ซึ่งวัยกว่า 70 แล้วมานั่งเฝ้านอนเฝ้า ทั้ง ๆ ที่ตลอดเวลาผมไม่เคยเห็นคุณแม่ผมไปนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลแล้วผมต้องไปนอนเฝ้าเลย หรือแม้กระทั่งลูกและภรรยาที่บ้าน ที่ต้องมาเดือดร้อน เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินทองที่น่่าจะเอาไว้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน กลับเป็นต้องเอามาดูแลคนป่วย….ภาพอย่างนี้ เห็นแล้ว “อาย” ครับ

    เพราะฉะนั้น ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่….ผมขอสัญญาว่า หายป่วยครั้งนี้ ผมจะดูแลร่างกาย ดูแลสังขารที่เหลืออยู่ให้ดีที่สุด ไม่ให้เป็นภาระกับใคร และสามารถทำประโยชน์ให้กับส่วนรวมได้ต่อไป….ครับพ้ม !

    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3
    ไข้หวัดใหญ่ 10-03-56 /3
  • เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่

    เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่

     

    ตรวจสน.หัวหมาก-25/02/2556
    ตรวจสน.หัวหมาก-25/02/2556

    หมู่นี้ไม่รู้เป็นไง ข่าวเกี่ยวกับความประพฤติในทางเสื่อมเสียของตำรวจ ปรากฏทางสื่อมวลชนกันแทบทุกสัปดาห์    ทั้ง ๆ ที่เรามีผู้นำที่ดูจะเข้มข้นจริงจัง ที่จะสร้้าง “ภาพใหม่” ให้ปรากฏอย่างพี่อู๋ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” รวมทั้งเรามีระบบการควบคุมระบบการตรวจสอบภายในที่ดูเหมือนจะเข้มแข็ง แต่ก็ยังไม่วายที่จะพบการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปรากฏให้เห็นอยู่เนือง ๆ ทำให้วิสัยทัศน์ของท่านผบ.ตร.ที่อยากจะเห็นความเป็น “ตำรวจมืืออาชีพ” ดูยังคงเลือนลางห่างไกลความเป็นจริงอยู่มากโข

    แต่ยังไงก็ตาม หากวิเคราะห์เจาะลึกแล้วมองด้วยความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เวลาที่เราเห็นข่าวไม่ดีไม่งามของตำรวจ บางทีเราอาจจะมองเห็นอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ดังตัวอย่างคลิปวิดีโอเรื่องที่ผมกำลังจะเอามาเป็นตัวอย่างให้ดู พิจารณาผิวเผินแล้วก็น่าจะเป็นเรื่องตำรวจจราจรเรียกรับผลประโยชน์จากผู้กระทำผิดกฏหมาย ไม่ต้องคิดมาก เรื่องนี้ตำรวจตกเป็นจำเลยสังคมเต็มประตู แต่ดูก่อน พี่น้องครับ ผมอยากจะแยกแยะประเด็นอย่างนี้ครับ ประเด็นแรก คนขับรถคันดังกล่าวกระทำผิดจริงตามที่ถูกตำรวจกล่าวหาหรือไม่ แล้วก็ดูเหมือนคนขับคันดังกล่าวฟังจากคำพูดคำจา อากัปกริยา น่าจะเป็นคนที่มี “แต้มต่อ” ทางสังคมมากพอดู การศึกษา อาชีพ ก็คงสูงส่งพอสมควรเหมือนกัน ดังนั้นการรับรู้เรื่องกฏบัตรกฏหมาย ก็คงไม่บกพร่องเป็นแน่


    ประเด็นต่อมา การกระทำของคนขับดูเหมือนเป็นการจงใจ “ขุดบ่อล่อปลา” หรือการ “ตกเบ็ด” มากกว่าที่จะให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ เป็นการล่อให้เหย่ือมาติดเบ็ด โดยที่ก็รู้อยู่แล้วว่า “กระบวนการยุติธรรมข้างถนน” แบบนี้ ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ “แต้มต่อ” ทางสังคมแทบจะไม่มีให้เห็น จะสามารถตกเป็นเหยื่อ โดยที่คนตกเบ็ด ที่สามารถเอาเหยื่อมาประจานให้โลกได้รู้ผ่านทางเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็วแบบนี้ จะสามารถเป็นพระเอก ได้รับคำชื่นชม ได้รับเสียงตบมือ จนสามารถเป็นฮีโร่ได้ด้วยความเหนือชั้นกว่าในทุก ๆ ด้านเมื่อเทียบกับความเป็น “ตำรวจชั้นผู้น้อย”

    ประเด็นสุดท้าย ที่ผมอยากจะให้สังคมคิดร่วมกัน แล้วต้องช่วยกันพยายามฝ่าฝันให้สิ่งนี้เกิดขึ้นได้จริง ๆ ก็คือความรู้หน้าที่ของแต่ละฝ่าย แล้วมุ่งมั่นทำตามหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายผู้ให้ ซึี่งอันที่จริงแล้วน่าจะเรียกว่าผู้ “ติดสินบนเจ้าพนักงาน” ด้วยซ้ำ หากไม่มีการให้ ไม่มีการเห็นด้วยกับกระบวนการยุติธรรมข้างถนนเช่นนี้ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ก็คงไม่มีให้เห็นเป็นแน่ แต่เรื่องอย่างนี้ เกิดมาช้านานซ้ำแล้วซ้ำเล่าเปรียบเหมือน “ผีเน่ากับโลงผุ” เจอกันเมื่อไหร่ก็แยกไม่ออกว่าใครถูกใครผิด แต่เวลานำเอาไปพูดกันในสังคม ตำรวจซึ่งแต้มต่อในสังคมไม่มีให้เห็นอยู่แล้วก็คงต้องเป็นฝ่ายผิดวันยังค่ำ

    จราจร

    และแน่นอน ตำรวจ ผูับังคับบัญชาตำรวจ คงไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบเรื่องนี้ได้ การลงโทษลงทัณฑ์ คงต้องตามมาเป็นแน่ การขอความเห็นอกเห็นใจในฐานะ “ชั้นผู้น้อย” คงฟังไม่ขึ้น และไม่สามารถเรียกความเห็นใจจากสังคมได้ แต่อีกฝ่ายหนึ่งเล่า…จะมีใคร หน่วยงานไหน ที่จะมาทำหน้าที่ตามล่าหาความผิดแล้วนำมาสู่กระบวนการยุติธรรมตามปกติ ว่าคุณก็เป็นส่วนหนึ่งของความผิดด้วย….ฤาสังคมประเทศนี้จะพิกลพิกาล ฤาสังคมประเทศนี้จ้องจะทำลายล้างกันแต่คนที่มี “ที่ยืนน้อยนิด” ในสังคม….ก็โปรดพิจารณาร่วมกันเถิด

    เพื่อนผมบางคน คิดเลยไปว่า กรณีอย่างนี้ จะ”เอาคืน” พวกชอบติดสินบนเจ้าพนักงานในคดีจราจรดีมั๊ย….ด้วยการแอบถ่าย ด้วยการขุดบ่อล่อปลาย้อนศรกันไปเลย เพื่อความสะใจ เพื่อประจานให้สังคมรู้่เหมือนกันว่า ไม่ใช่แต่ข้าที่ผิด เอ็งก็ผิดด้วย….แต่ช้าก่อนครับเพื่อน….อย่างที่ผมบอกแล้วว่า ตำรวจเป็นอาชีพที่มีแต้มต่อทางสังคมน้อย ไม่มีใครเค้าอยากเข้าข้าง หรือเห็นดีเห็นงามด้วย หรือแรงกระเพื่อมไหวทางสื่อที่จะเอาผิด “ผู้ให้” มันอาจจะมี แต่คง “น้อยมาก” แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องของ “จรรยาบรรณ” รวมทั้ง “อุดมคติ” ของความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ครับพี่น้อง โดยเฉพาะในข้อที่หนึ่งที่ว่า “เคารพเอื้อเฟื้่อต่อหน้าที่”

    ครับการ “เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่” กินความหมายได้กว้างขวางมาก แต่หากจะสรุปย่อเพื่อให้เห็นภาพเทียบเคียงในเชิงธุรกิจก็คือ เราต้องดูแลลูกค้า ซึ่งก็คือประชาชนให้ดีที่สุด ด้วยจิตใจเอื้อเฟื้อโดยถือเสมือนว่าลูกค้าเป็นคนสำคัญ จะไป”จับผิด” หรือจะไป “เอาคืน” ไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง….แล้วยิ่งมาตบด้วยอุดมคติข้อเกือบสุดท้าย ที่สมัยเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ เราได้รับการย้ำนักย้ำหนา ถึงความสำคัญในข้อนี้ นั่นก็คือในเรื่อง “อดทนต่อความเจ็บใจ”…ครับอาชีพของพวกเราเป็นอาชีพที่สังคมค่อนข้างจะให้ค่าน้อย เนื่องจากส่วนหนึ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องให้คุณให้โทษกับคนในสังคม แต่อีกส่วนหนึ่งซึ่งก็คงไม่อาจปฏิเสธได้หรอกครับว่า พวกเราบางคน ออกนอกลู่นอกทางบ้างเหมือนกัน เพราะฉะนั้่น การที่สังคม “ให้ค่า” กับพวกเราน้อย คงไม่ใช่เรื่องผิดปกติเท่าไรนัก ซึ่งเราก็คงต้องก้มหน้ายอมรับ และหาทางร่วมมือร่วมใจกัน เดินหน้าทำดี ทำสิ่งที่ประชาชนเค้ายอมรับมากขึ้น เพื่อว่าวันหนึ่ง แต้มต่อทางสังคมของพวกเราดีขึ้น พวกเราก็จะได้ยืดอกทำงานได้อย่างภาคภูมิใจ ไม่ใช่ว่าจ้องที่จะเอาคืนประชาชน หรือแก้แค้น ประชาชน….อย่าเลยครับ ผิดอุดมการณ์ของผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ และที่สำคัญ “เสียฟอร์ม” การเป็น “มืออาชีพ” ครับ พี่น้อง

    จราจร 2และก่อนจบวันนี้ ผมอยากเอาอุดมคติตำรวจ อุดมคติของพวกเรามาเตือนใจพี่น้องตำรวจของพวกผมอีกซักครั้ง ….ฟังบ่อย ๆ ครับ ฟังซ้ำ ๆ ย้ำไปย้ำมา ผมเชื่อว่าการตอกย้ำอุดมการณ์ของพวกเราบ่อย ๆ น่าจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ที่ประชาชนยอมรับมากขึ้นครับ

  • ส่งความสุข…ปีใหม่ 2556

    ส่งความสุข…ปีใหม่ 2556

    ปีใหม่ 2556 มาแล้ว ผมขอส่งความสุขมากับภาพสวย ๆ น่ารัก ๆ เป็นภาพการทำงานของตำรวจในอีกมุมมองหนึ่งนะครับ ซึ่งน่าจะสร้างความประทับใจ และแรงบันดาลใจให้กับทุกท่านได้…ขอให้ทุกท่าน มีพลังกาย พลังใจ ที่แข็งแรง พร้อมฟันฝ่าอุปสรรคในชีวิต และทำชีวิตไปสู่สิ่งที่ …”ดีที่สุด” ต่อไปนะครับ…ขอธรรมะคุ้มครอง

    แรก-OSK
    แรก-OSK
  • นักเรียน…นักเลง

    นักเรียน…นักเลง

     

      

    นักเรียน-นักเลง ปัญหาโลกแตก ที่คนปลายทางอย่าง “ตำรวจ” คงต้องก้มหน้าก้มตารับรู้ รับแก้ รวมทั้งรับกรรม กับปัญหาเรื้อรังของสังคมนี้ต่อไป. ด้วยหวังว่าสักวัน. หน่วยงาน หลากหลาย เอกชนมากมาย ที่ชอบปรากฎต่อหน้าสื่อว่า รักเด็ก เป็นห่วงอนาคตเยาวชน จะออกมาร่วมรับผิดชอบต่อการแก้ปัญหานี้แบบคน “ต้นทาง” ของปัญหาเสียที…เอวัง!

    20121221-020201.jpg

    20121221-020919.jpg

     นักเรียน-นักเลง เดลินิวส์ 21 ธ.ค.55
    นักเรียน-นักเลง เดลินิวส์ 21 ธ.ค.55

     

    เดลินิวส์
    เดลินิวส์