ป้ายกำกับ: โรงเรียนนายร้อยตำรวจ

  • เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เขาหาว่าผมเป็นออร์แกไนเซอร์ตำรวจ ?

    เอาอีกแล้วพี่น้อง ….20 พฤษภาคม 2560 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับมอบหมายให้จัดการแสดงดนตรี ณ ลานพระราชวังดุสิต (ลานพระบรมรูปทรงม้า) ซึ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ที่จะให้บริเวณดังกล่าว เป็นสถานที่ที่ประชาชนจะมาสักการะ พระบรมรูปของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5, มาชมนิทรรศการของในหลวง ร.9 แล้วยังมีดนตรีจากหน่วยราชการ หน่วยงานต่าง ๆ ผัดเปลี่ยนมาบรรเลงให้ฟังฟรี ทุก ๆ ค่ำวันเสาร์

    ผ่านมาสามสัปดาห์แล้ว ก็มีวงดนตรีจากเหล่าทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสัปดาห์นี้ ก็เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจ ….บิ๊กแป๊ะ หันซ้าย หันขวา หาใครไม่เจอ เห็นตำรวจบ้านนอกอย่างผม เดินเด๋อๆ ด๋าๆ อยู่ในตร. ก็เลยกวักมือเรียกไปสั่ง….”เอ็งไปจัดการทำให้ดีที่สุด อย่าให้เสียเหลี่ยมคนชื่อแป๊ะ”….

    ได้ยินดังนั้น จะรอช้าอยู่ทำไมครับพี่น้อง…ไปจัดการซะซิ …หลังจากรวบรวมพลพรรค คนรู้ใจใกล้ชิด มาปรึกษาหารือว่าเอาไงกันดีฟะ พอได้คำตอบ ก็เริ่มลงมือซักซ้อมกัน…เรามีเวลาซ้อมแบบเกือบครบทีม ได้เพียงสองวัน แต่พี่น้องนักดนตรี น้องๆ นักเรียนนายร้อยตำรวจ จากชมรมดนตรีสากล….แหล่งที่สร้างตัวตนผมมาจนทุกวันนี้….และชมรมปี่สก็อต ก็ดีใจหาย ทุ่มเททุ่มใจกัน ขะมักเขม้น ซ้อมกันแบบไม่ได้หลับได้นอนกัน อ้วนพี กันเป็นแถว

    ในที่สุด เย็นวันที่ 19 พ.ค.60 บิ๊กแป๊ะ ผบ.ตร. ก็เดินทางมาดูพวกเรา ว่าพร้อมจริงอะเปล่า ซึ่งตลอดเวลาเกือบชั่วโมงที่ท่าน ผบ.ตร. “นั่งเงียบกริบ” ทำเอาผมใจไม่ดี และเริ่มเดาใจลูกพี่ไม่ออก จนกระทั่งการซ้อมการแสดงเสร็จสิ้น บิ๊กแป๊ะ ลุกขึ้นตบมือ สายตาเป็นประกาย ประหนึ่งว่า โล่งอกไปที นั่นแหละ ที่ทำให้ผมหายใจหายคอคล่องขึ้น

    ท่านผบ.ตร.คุยกันกับพวกเรา แบบเป็นกันเอง แล้วก็บอกว่ามั่นใจว่าพวกเราทำได้อย่างดีที่สุด ไม่ขายหน้าพี่น้องประชาชน แถมยังทำได้ดีมากแบบคาดไม่ถึง …ซึ่งพวกเราคาดกันว่า ท่านคงน้ำหนักตัวเพิ่ม ก็เลยคาดเข็มขัดไม่ได้กระมัง…อิอิ

    ก่อนกลับ ท่านหันไปบอกนายตำรวจติดตาม ให้เอาซองขาวในกระเป๋ามาสักสองซองซิ จะติ๊บใส่ซองสัก 20 -30 บาท …ผมนึกในใจ เสร็จผมแน่…แล้วท่านก็กวักมือเรียก ผู้กำกับ กองดุริยางค์ตำรวจ เข้าไปพบ แล้วมอบซองสีขาว หนาๆ สองซองนั้นให้ พร้อมกับบอกว่า เอาไปดูแลลูกน้อง…ผมได้แต่มองตาละห้อย…ทำตาปริบ ๆ น้ำลายไหลย้อย…อดเลยตรู อิอิ

    เอ้า ไหน ๆ ก็ไหน ๆ เย็นวันนี้ ว่าง ๆ ฝนฟ้าน่าจะเป็นใจ ไม่ตกลงมาให้เสียฤกษ์ หอบลูกจูงหลาน ไปลานพระรูป ฟังดนตรีตำรวจไทย  ร้อยกว่าชีวิต ร้องบรรเลงกัน…รับรองว่ายิ้มกริ่ม กลับบ้านไปแบบมีความสุข…มิรู้ลืม อ้อ ลืมบอกเวลา ทุ่มตรง ถึงสามทุ่ม วันเสาร์ที่ 20 พ.ค.60 นี้นะจ๊ะ ทุกอย่างฟรี มีเก้าอี้ให้นั่ง มีน้ำให้ดื่ม แต่งตัวยังไงเหรอ…เอาที่สบายจายยยแล้วกานนนนค้าบบบ

  • โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    เค้าว่ากันว่า คนที่เริ่มแก่ จะเริ่ม “รื้อฟื้น” ความทรงจำเก่า ๆ เท่านั้นยังไม่พอ รื้อฟื้นแล้วก็ไม่อยากเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว กลับอยากที่จะเอามาเล่าให้คนรอบข้าง ให้ลูกหลาน หรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้เห็นภาพจำในอดีต นัยว่าพฤติกรรมดังกล่าว สามารถ “สร้างสุข” เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับชีวิตที่เดินทางมาแสนไกลได้

    วันนี้ ผมก็เลยอยากจะทำหน้าที่ คนที่เดินทางผ่านมาครึ่งค่อนชีิวิต ค้นหาประวัติ ค้นหาปูมของสถาบันการศึกษาที่สร้างให้ผมได้มีวันนี้ สถาบันการศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมทั้งบุคคลที่สำคัญของชาติ

    หลาย ๆ ครั้ง เวลามีวิกฤติการเกี่ยวกับคนใน “แวดวงสีกากี” สถาบันที่ชื่อว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจ” หรือที่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกเป็นชื่อเล่นๆ จนติดปากว่า “โรงเรียนนายร้อยสามพราน” มักถูกลากออกมา “ขึงพืด” และถูกวิพากษ์โดย “ใครก็ไม่รู้” ที่อาจจะรู้จักสถาบันแห่งนี้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ครึ่งๆ กลาง ๆ บ้าง แต่ก็ทำหน้าที่ “อวดรู้” ทำให้ความเป็นสถาบัน ได้รับความเสียหาย …ครับ ตัวสถาบัน ตัวอาคาร หรือแม้แต่ตำหรับตำรา ครูบาอาจารย์ ล้วนปลูกฝังค่านิยม ในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ที่ดี แต่การจะเป็นคนดี หรือคนชั่ว เมื่อจบการศึกษาออกไปนั้น คงแล้วแต่เวรแต่กรรม แล้วแต่การกระทำของตนมากกว่าที่จะไปโยนความผิดให้สถาบัน

    เอาหล่ะครับ วันนี้ผมไม่ได้มาทำหน้าที่เป็น “คนแก่” ที่จะแค่ขุดคุ้ยประวัติสถาบันมาเล่าเพียงเพื่อให้ “มันปาก” ไปวัน ๆ แต่ผมกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า “การค้นหาร่องรอยเพื่อปลุกเร้าอุดมการณ์”….ผมเชื่อครับว่า การที่เรารู้จักปูมประวัติของเราเอง การที่เราซึมซับที่มาที่ไปของสถาบันที่สร้างพวกเรามา จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลุกเร้าอุดมการณ์ของการเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ….ผมก็เลยเอาบทความที่เขียนโดยท่าน พล.ต.จ.มงคล จีระเศรษฐ…ผมเขียนไม่ผิดหรอกครับ พล.ต.จ. อ่านว่าพลตำรวจจัตวา ซึ่งปัจจุบันก็คือ พันตำรวจเอกพิเศษนั่นแหละครับ …ท่านได้เขียนไว้ในวารสารตำรวจ ฉบับวันตำรวจ ปี พ.ศ.2499 ซึ่งเป็นปีที่กรมตำรวจมีอธิบดีกรมตำรวจที่ชื่อ “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์”

    บทความที่ผมเอามาลง เป็นแค่บางส่วนของบทความที่ชื่อ “โรงเรียนนายร้อยตำรวจแห่งประเทศไทย” ซึ่งมีความยาวหลายสิบหน้า แล้วไง ผมจะขวนขวายเอามาลงให้อ่านกันเพ่ิมเติมในโอกาสต่อไปนะครับ  สำหรับวันนี้ขอเชิญท่านที่เป็นตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจ จะเกลียดตำรวจ จะรักตำรวจ ก็ขอเชิญหาความสำเริงสำราญกับบทความที่ผมตัดลอกมานำเสนอในวันนี้ เผื่อว่า….พวกเราจะได้มีความเข้าใจในความเป็นมาเป็นไปของ “ตำรวจไทย” มากขึ้น…เรียนเชิญขอรับ

    เอาหล่ะครับ..วันนี้คงพอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน แต่ก่อนจากกัน ผมอยากฝากเพลงให้ฟังซะหน่อยครับ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของปูมประวัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็คงจะเป็นเพลงอื่นไปไม่ได้หรอกครับ นอกจากเพลง “สามพราน” เพลงนี้ เป็นเสมือนเพลงสัญญลักษณ์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประพันธ์ทำนองโดยศิลปินแห่งชาติ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และประพันธ์คำร้องโดยครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ซึ่งในเวอร์ชั่นที่ผมจะนำมาเสนอให้ฟังกันนี้ สมัยผมเป็นผู้กำกับอยู่ที่ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ (ดุริยางค์ตำรวจ) ผมได้ให้ลูกน้องเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นมาใหม่ และนำออกบันทึกเทปในรายการดนตรีกวีศิลป์ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2552 …ในคลิปด้านล่างนี้ผมจะมีแถมให้อีกเพลงครับ ชื่อเพลง “มีแต่เราเฝ้าถนน” ประพันธ์คำร้องโดยอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา…แต่หากมีบทสัมภาษณ์กระผมติดไปบ้าง ก็ทน ๆ ดูกันหน่อยแล้วกันนะครับ บังเอิญเป็นคลิปที่ติดมาทั้งพวง จากรายการดนตรี กวี ศิลป์ ทางสถานี Thai PBS เค้าหน่ะครับ…อิอิ