การแถลงข่าว การนัดสื่อมวชชนสัมภาษณ์ เพื่อนำเสนอผลงาน ช่วงเวลาในการนัดหมาย เป็นความสำคัญไม่แพ้เนื้อหาข่าว เพราะถ้าจัดช่วงเวลาไม่เหมาะสม แทนที่เนื้อหาข่าวที่ดี จะมีโอกาสเผยแพร่ แต่กลับไม่มีโอกาสเผยแพร่ไปซะงั้น…เพราะฉะนั้น จะนัดแถลงข่าวเวลาไหน ก็ดูกันให้เหมาะสมนะจ๊ะ…รักนะ จุ๊บ #โปลิศอารมณ์
ผู้เขียน: admin
-

สื่อสังคมออนไลน์กับ การปฏิบัติการข่าวสาร สำหรับนักบริหาร
สไลด์ประกอบคำบรรยาย เรื่องสื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารสำหรับผู้บริหาร หลักสูตรนักบริหารมหานคร รุ่นที่ 14 วันอังคารที่ 2 เมษายน 2562 ณ ห้องศูภมิตร โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง
-

สื่อสังคมออนไลน์กับสถานการณ์รอบไทย-สถานการณ์รอบโลก

หากย้อนหลังไปสัก 20 ปีที่แล้ว ช่วงเวลาแห่งการหาเสียงเป็นกอบโกยของธุรกิจสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณาหาเสียง เครื่องเสียง รถขยายเสียง หรือหากยกระดับขึ้นมาสักหน่อย ก็คงเป็นพวกบริษัทออร์แกไนเซอร์….แต่ในวันนี้ ใครจะคิดว่า ธุรกิจที่ลืมตาอ้าปากได้จากการรณรงค์เลือกตั้ง จะต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากผู้เล่นรายใหม่ ที่ชื่อ Social Media ได้เข้ามาทำหน้าที่นั้นเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้
ในระดับอินเตอร์หน่อย สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัคโอบามา การใช้ Twitter รณรงค์หาเสียง รวมทั้งการใช้ในการสื่อสารกับคนอเมริกันในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้การรับรู้ถึงวิธีคิด รวมทั้งผลงานของท่านประธานาธิบดี ส่งตรงไปถึงมือประชาชนทั้งประเทศได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบราชการ และแน่นอนความรวดเร็วในการสื่อสารโดยตรง บวกกับบุคลิกภายนอก เป็นคนหนุ่มที่ดูกระฉับกระเฉง ภาพโดยรวมของท่านประธานาธิบดีโอบามา จึงเป็นภาพของคนรุ่นใหม่ที่ดูทันสมัย ประเด็นใดที่จะเป็นประเด็นปัญหา ก็สามารถชี้แจงได้โดยตรง และในทางกลับกัน สามารถหยั่งรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมได้โดยตรง ซึ่งความป๊อบปูล่าร์ ทันสมัย ดูเป็นกันเองเช่นนี้ จึงทำให้มีผู้ติดตามท่านประธานาธิบดีโอบามา ณ วันนี้มากกว่า 100 ล้านคน และดูจะเป็นนักการเมืองที่มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์ มากที่สุดในโลกเสียด้วย

มาที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการคนปัจจุบัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หลายคนไม่นึกไม่ฝันว่านักการเมืองฝีปากกล้า แสดงออกหลาย ๆ เรื่องในลักษณะ “ขวานผ่าซาก” ว้นนี้จะได้รับเลือกจากคนอเมริกันให้มาทำหน้าที่ผู้นำประเทศกับเขาได้เหมือนกัน แน่นอนว่า การรณรงค์หาเสียงของคุณทรัมป์ คงไม่ได้เดินเคาะประตูบ้านเหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.ในบ้านเรา การพบปะผู้คนตามเวทีดีเบตก็ตาม ตามเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคก็ตาม ซึ่งเป็นการรณรงค์แบบดั้งเดิมก็คงต้องเดินหน้าไป แต่การรณรงค์พูดนโยบายแบบถึงตัวคนอเมริกันโดยผ่าน ทวิตเตอร์ เป็นสิ่งที่คุณทรัมป์ แกมีความชำนาญไม่น้อยไปกว่านักการเมืองคนใดในโลกเหมือนกัน และเพราะความที่แกเป็นนักการตลาดระดับหมื่นล้านมาก่อน มีหรือว่ากลยุทธ์ในการสรรหาข้อความ สรรหาภาพที่กระแทกใจคน จะน้อยหน้าคนอื่น ๆ และการทวีตของแกก็ใช่ว่าจะจบแค่เรื่องการรณรงค์หาเสียง การใช้ชีวิตประจำวันของแก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร สังคมโลกเป็นต้องเห็นความเคลื่อนไหวของแกผ่านสื่อสัญลักษณ์นกสีฟ้านามทวิตเตอร์ กระทั่งเรื่องราวที่ค่อนข้างจริงจัง อย่างนโยบายต่างประเทศ บางครั้งก็ยังถูกคุณทรัมป์ ระบายลงไปผ่านทวิตเตอร์ ด้วยตัวแกเองไม่ต้องผ่านคณะทำงานกลั่นกรองข้อมูลให้เมื่อย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เสมือนความจริงใจของท่านประธานาธิบดีในทุกเรื่อง ที่ส่งตรงถึงมือประชาชน ผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งระดับเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างแก คงคิดดีแล้วแหละครับ ว่าทำอย่างนี้มันกระแทกใจประชาชนดี

และถึงแม้ว่า ยอดคนติดตามคุณทรัมป์ในทวิตเตอร์ จะมีมากไม่เท่ากับโอบาม่า แต่กับจำนวน 50 กว่าล้านผู้ติดตาม ซึ่งไม่ใช่น้อยเลยสำหรับนักการเมืองอายุอานามเกิน 60 อย่างทรัมป์ ก็ถือได้ว่าไม่ธรรมดา
กลับมาที่เมืองไทยบ้าง ถึงแม้ว่าเพิ่งผ่านสงครามการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งกันมา และจะยังมีทีท่าทะเลาะกันไม่เลิก ซึ่งก็คงต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรมของคนในประเทศต่อไป ที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร เพราะต่างเป็นคนเก่ง คนดี คนรักชาติด้วยกันทั้งน้านนนน….เรามาพูดเรื่องของเราดีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์ที่ชื่อว่าทวิตเตอร์ จะยังมีการใช้อยู่ในวงจำกัด เนื่องจากยุทธศาสตร์ในการใช้สื่อชนิดนี้ ยังไม่ค่อยมีความชัดเจน ประกอบกับความคุ้นเคยกับเฟซบุ๊ค ที่ครองตลาดเมืองไทยมานานกว่า และโดยที่กรุงเทพมหานครถูกขนานนามให้เป็น “เมืองหลวงของเฟซบุ๊ค” ด้วยเป็นเมืองที่มีสถิติผู้ใช้มากที่สุดในโลก ก็เลยทำให้การใช้เฟซบุ๊คในการรณรงค์ทางการเมือง รวมทั้งสื่อยอดนิยมในเมืองไทยตัวอื่น เช่นยูทูป หรือไลน์ ยังคงเป็นที่นิยมมากกว่า

อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์คงทำหน้าที่ได้เข้มข้นขึ้น และการกำหนดยุทธศาสตร์ การใช้สื่อชนิดนี้น่าจะมีความชัดเจนขึ้น ถูกกาละเทศะมากขึ้นแล้ว ทวิตเตอร์ น่าจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในบางสถานการณ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหากเปรียบทวิตเตอร์ ก็น่าจะเป็นสื่อที่ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องบินรบ ที่มีวิถีการยิงที่เร็ว แรง และแม่นยำกับเป้าหมาย ภารกิจสำคัญบางอย่างที่อยากให้ได้ผลตอบรับหรือการรับรู้ที่เร็วและแรง ทวิตเตอร์น่าจะทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่า แต่หากต้องการผลแบบซึมลึกไม่รีบร้อน แต่ได้ปริมาณในวงกว้าง เฟซบุ๊ค หรือยูทูป ก็คงต้องรับหน้าที่เช่นนี้ต่อไป เป็นต้น

บทสรุปในเรื่องนี้ก็คือ ประเทศเราก็คงหนีไม่พ้นกับการเปลี่ยนวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยใช้เครื่องมือที่ชื่อ Social Media ซึ่งความสำเร็จในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การค้า การบันเทิง สังคม และโดยเฉพาะการเมือง ก็มีให้เห็นในหลายประเทศมาแล้ว และแนวโน้มลักษณะนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเปิด ทั้งเปิดรับเทคโนโลยี ความก้าวหน้าแบบเต็มรูปแบบ แบบไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ มันก็คงหลีกไม่พ้น เหมือนอย่างหลาย ๆ ปรากฎการณ์ที่ผ่านมา ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเตรียมตัวใช้ปรากฎการณ์ทางสื่อแบบนี้แบบผู้ชนะ ที่สามารถควบคุมสื่อและใช้ประโยชน์มันได้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นเพียงผู้เสพ ที่ทำหน้าที่นำเข้าข้อมูลเพื่อความบันเทิง เพื่อความสะใจ หรือเพื่อสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองต่อไป….ลองตรองดูเถิด
-

น่องทอง25…เราจะแก่ไปด้วยกัน
เสาร์-อาทิตย์ ที่ 9-10 มีนาคม 2562 พวกเราพลพรรคเพื่อนเตรียมทหาร 25 พร้อมครอบครัวในนามกลุ่มนักปั่น “น่องทอง 25” มีนัดไปปั่นจักรยานด้วยกันในย่านจังหวัดนครนายก -ปราจีนบุรี ด้วยการชักนำของ เพื่อนตู่ พ.อ.สุรินทร์ ปรึยานุภาพ รองผอ.รมน.จว.นครนายก หัวเรือใหญ่ เจ้าภาพในพื้นที่ ผู้ที่ทุ่มเทสำรวจเส้นทางซ้ำแล้วซ้ำอีก จนมั่นใจว่าเส้นทางนี้ประดาหนุ่มน้อยเตรียมเกษียณอย่างพวกเราต้องประทับใจเป็นแน่ นอกจากสำรวจเส้นทางแล้วยังมีน้ำใจตระเตรียม “ชาเขียว” ไว้ให้พวกเราดื่มกินแก้กระหายภายหลังเหน็ดเหนื่อยจากการปั่น ซึ่งชาเขียวที่พี่ตู่เตรียมมาให้ทำเอาพวกเราดื่มกินกันจนเดินเซไปเซมา ม่ายรู้ว่าแอบผสมอะไรมา แถมยังทำให้พวกเราพักผ่อนนอนหลับได้น้อยลง ด้วยว่าเสพชาเขียวของพี่ตู่เข้าไปแล้วสภาพเหมือนคนเมา นั่งล้อมวงขำกลิ้งกันทั้งคืน

รูปหมู เอ๊ย รูปหมู่ ผองเพื่อนชมรมน่องทอง ตท.25 แน่นอนว่าสำหรับมือใหม่อย่างผม ซึ่งไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาที่บ้านให้มาปั่นกับพวกเพื่อนๆ เตรียมทหาร 25 แบบไม่ต้องกังวัลใจว่าจะไปเถลไถลที่ไหน ด้วยว่าวาจาผู้ชักชวนมาร่วมปั่น ซึ่งก็คือเพื่อนจิ๋ว พล.ต.จิรวัฒน์ พันธ์สวัสดิ์ อดีตผู้ช่วยทูตทหาร ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นั้นน่าเลื่อมใสยิ่งนัก ก็เลยได้รับโอกาส ปล่อยเสือเข้าป่า เอ๊ย ปล่อยนกออกจากกรง ให้โบยบินไปกับจักรยาน Brompton ป้ายแดงได้อย่างอิสระเสรี

กับ Brompton ป้ายแดง สีบาดตา ชมพูฟ้า สวนกุหลาบ อิอิ ผมมาถึงที่นัดหมายในเวลาเกือบ 17.00 น. ของวันที่ 9 มีนาคม 2562 ซึ่งเกินเวลานัดหมายไปเกือบชั่วโมง ด้วยการจราจรเส้นทางรังสิต นครนายกวันนี้ มันเข้าขั้นวิกฤติเข้าไปทุกที ระยะทางไม่ได้ไกลมากมาย แต่ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง หากว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งนี้ พรรคการเมืองไหนเสนอนโยบายแก้ปัญหาการจราจรถนนสายนี้ได้ ผมทุ่มคะแนนให้ยกครัวเลยนะ..ซิบอกให้

กับ BMW โดยพี่แอ๊น จยย.คุ้มกัน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง มาถึงแล้วไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมได้รับการจัดสรรเวลาให้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อยภายในห้านาที มิเช่นนั้นแล้วเพื่อน ๆ ที่กระสันเตรียมตัวจะออกตัวตั้งแต่เที่ยงจะรุมแดกผมให้เดี้ยงกลับบ้านไปแบบไม่เหลือเยื่อใยในความเป็นเพื่อน ว่าแล้วก็รีบเตรียมเครื่องอุปกรณ์ “คลี่น้อง Brompton” จักรยานพับได้สัญชาติอังกฤษ ซึ่งว่ากันว่าใครได้ลิขสิทธิความเป็นเจ้าของ จะทำให้หน้าตาดูดี บุคลิกน่าเลื่อมใส…สรุปว่าดูดีมีชาติตระกูลขึ้นอีกเยอะ 555….ว่าแล้วก็ขึ้นควบน้อง “บร๊อมทั่น” ในทันทีโดยมิรอช้า (Brompton อ่านออกเสียงว่า บร๊อมทั่น ไม่ใช่ บรอมตั้น…ซึ่งจะทำให้จักรยานไฮโซดูโลโซไปทันที 555)

ฝูงจักรยาน “น่องทอง25” ต่างล่องลอยไร้กังวลในเส้นทางสุดแสนจะโรแมนติก ตลอดเส้นทางการปั่นในช่วงเย็น มุ่งหน้าสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล บนเส้นทางเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ อากาศเย็นๆ เป็นใจให้การปั่นของพวกเราในวันนั้นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้กับเส้นทางกว่ายี่สิบกิโลเมตร ใครคนนึงในกลุ่ม “น่องทอง 25” บอกกับผมไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราไม่เน้นความเร็ว แต่เราจะไปพร้อม ๆ กัน เก็บเกี่ยวความสุข ความสวยงามระหว่างทางไปด้วยกัน ประหนึ่งว่าได้ทั้งความสุขทางใจ กับสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วยกัน เพื่อนบางคนพาครอบครัว พาลูกเล็กมาร่วมกิจกรรมกับพวกเราด้วย ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านั้น ก็มุ่งมั่นที่จะไปพร้อม ๆ กับลุง ๆ อา ๆ แบบไม่รู้เหนื่อยเช่นกัน …ใช่แล้วครับมันเป็นความสุขง่าย ๆ มันเป็นทางเดินของชีวิต ที่ดูเหมือนจะธรรมดา ไม่มีพิธีรีตรอง ไม่มีมูลค่ามากมาย แต่เต็มไปด้วยความแช่มชื่นหัวใจ ที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน

สมาชิก “น่องทอง 25” ในเย็นวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562…บันทึกไว้เป็นหลักฐาน…เราจะแก่ไปด้วยกัน พวกเราจบกิจกรรมสำรวจเส้นทางยามเย็น ไว้ที่เวลา 18.45 น. หลังจากนัดแนะเวลารับประทานอาหารเย็นกันแล้ว ก็แยกย้ายไปล้างเนื้อล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเจอกันอีกครั้ง และจากความเหนื่อยเล็ก ๆ กับเส้นทางไม่ไกลนัก ก็ทำให้หลายคนหิวโซได้เหมือนกัน อาหารหน้าตาบ้าน ๆ กับร้านใกล้ ๆ ที่พัก จึงทำให้หลายคนเหมือนได้ขึ้นสวรรค์…เรารับประทานอาหารเย็นกันจนเวลาใกล้สามทุ่ม ซึ่งจะว่าไปแล้วก็สมควรกับเวลาที่ควรจะไปพักผ่อน เพื่อเตรียมกายเตรียมใจไว้สู้ศึกในวันรุ่งขึ้น แต่ด้วยความที่ “ชาเขียวลังใหญ่” ถูกบรรจงตระเตรียมไว้รองรับบรรดาเหล่าสมาชิก “น่องทอง 25 ” แล้วตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน ก็เลยทำให้พวกเราจำเป็นต้องมานั่งล้อมวง ชงชาเขียว เล่าความหลัง ฟังเรื่องขำ กันต่อ

ล้อมวงกินข้าว เล่าความหลัง เติมพลังหนุ่ม ชาเขียว กระป๋องแล้วกระป๋องเล่า ถูกกระชากห่วงพร้อมรินเข้าปากสมาชิกอย่างไม่เกรงใจตับ ทำให้บรรยากาศการสนทนาธรรมท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ เป็นไปอย่างสนุกสนาน หลายคนทนปวดฉี่ ไม่อยากลุกไปไหน เนื่องด้วยกลัวว่าหากตัวไม่ปรากฎในวงชาเขียว จะถูกเหล่าสมาชิกที่เหลือ ลอบแทงหลังทันที 555… ช่วงเวลาในวงชาเขียวกับความสุขเล็ก ๆ ที่ได้อยู่ท่ามกลางสมาชิกเพื่อน ๆ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 มันทำให้ชีวิตของผมในช่วงนั้น รู้สึกมีคุณค่า อยากมีอายุยาว ๆ เพื่อว่าจะได้ลิ้มรสกลิ่นอายแห่งความสุขเช่นนี้ไปอีกนาน ๆ ซึ่งผมก็เชื่อเหลือเกินว่า พวกเราในกลุ่มก็คงรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกับผม…โอ้ว แม่เจ้า ! เผลอแป๊บเดียว ใครคนนึงตะโกนขึ้นมาในวงว่า “ตีหนึ่งแล้วจ้าาาา” ….ตายหล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนในเส้นทางอีกกว่า 50 กม. …ไม่ง่วงก็ต้องนอน ทุกคนหุนหันพลันลุกจากวงชาเขียวไปแบบไม่เกรงใจกระป๋องชาเขียวที่เหลืออีกมากมายเพื่อไปนอนสะสมพลังไว้สู้ต่อ….เราจะปั่นไปด้วยกัน

ตรวจสอบสภาพลมยาง “บร๊อมทั่น” ก่อนลงสนามจริง 06.30 น. ของเช้าวันที่ 10 มีนาคม 2562 ได้เวลานัดหมายในการเติมพลังอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง สมาชิกน่องทอง 25 ทยอยมาร่วมเสพกาแฟ พร้อมอาหารเช้าเบา ๆ ก่อนตะลุยเส้นทางระยะยาวไปพร้อมกัน หัวข้อสนทนาหยอกล้อที่ค้างคากันตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่สิ้นสุด ยังคงนำมาสนทนาเหน็บแนมกันยามเช้าเป็นกับแกล้มกาแฟอย่างสนุกสนาน หลายคนตระเตรียมความพร้อมของจักรยานคู่ใจ บ้างเติมลมยาง บ้างเหยียดยืดร่างกาย เพื่อให้การปั่นระยะทาง 50 กม. กว่า ๆ ราบรื่น ไม่เป็นภาระกับตัวเองและเพื่อนร่วมทาง สมาชิกบางคนขอถอนตัวจากการปั่นยามเช้า ด้วยฤทธิ์ชาเขียวยังคงทำหน้าที่ขับกล่อมไม่ให้มีกำลังวังชาเงยหน้าเงยหัวลุกมาจากที่นอน 555

สบายอารมณ์ระหว่างทาง พวกเราเริ่มออกเดินทางออกจากจุดสตาร์ท ที่เวลา 07.30 น. เพื่อนบางคนมีครอบครัว ลูกเมีย มาร่ำลา สั่งเสีย กอดกันกลม ราวกับจะไปสนามรบแล้วคงไม่มีโอกาสกลับมาเจอะเจอกันอีก ผมเห็นภาพนั้นแล้วความรู้สึกเริ่มหวั่นไหว เนื่องจากเป็นสนามแรกของผม แต่เป็นสนามที่นับไม่ถ้วนแล้วของเพื่อน ๆ หลายคน ใจเริ่มเต้นแรง และคิดประหวั่นไปว่า เอ..รึว่าเราจะโดนหลอกมาทำอะไรอะเปล่า ทำไมมันต้องร่ำลากันขนาดนี้ด้วยฟะ
แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ โดนป้ายยาทั้งซื้อรถหรู นาม Brompton ทั้งมาประลองสนามโดยที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องเส้นทางมาก่อน where where ก็ where where เป็นไงเป็นกัน ออกสตาร์ทพร้อมจักรยานคันหรูสีชมพูฟ้าด้วยจิตใจมุ่งมั่น ว่า “กรูต้องไม่ตาย” 555
อากาศยามเข้าตลอดเส้นทาง กับบรรยากาศสวย ๆ ของทั้งสองข้างทาง ทำให้จิตใจของผมล่องลอยไปเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน อากาศในฤดูร้อนของเดือนมีนาคม ไม่คิดว่าในดินแดนที่มีระยะทางหากจากกรุงเทพ ฯ เพียงชั่วโมงเศษ ๆ อุณหภูมิความเย็นและอุณหภูมิความสุข จะแตกต่างกันมากมายขนาดนี้ พวกเราปั่นไปพร้อมกันช้า ๆ ความเร็ว ประมาณ 18-22 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งในวงการนักปั่นถือว่าเป็นระดับ “อนุบาล” เว้นแต่เพื่อนบางคนที่พละกำลังเหลือเฟือ ผ่านการฝึกมาสารพัดหลักสูตร แถมสำทับเกทับเพื่อน ๆ มาอีกว่า ทุกหลักสูตรที่ผ่านมานั้น ล้วนเป็น Number One ตลอด ดังนั้นจะมาปั่นระดับอนุบาล ดูจะเสียหน้าเป็นอย่างมาก ก็เลยต้องทำความเร็ว หายวับไปกับสายลมยามเช้าโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเค้าหายไปไหน 555

ทิวทัศน์ที่พักริมทาง หลังร้านกาแฟระหว่างทางนักปั่น เราปั่นแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ พักตามจุดที่พักสวย ๆ ถ่ายเซลฟี่กันบ้าง แวะชื่นชมความงามของดอกไม้ริมทางกันบ้าง (อย่าเข้าใจว่าเราเป็นพวกเผ่าพันธุ์พิเศษนะครับ ว่าเราเป็นพวกเผ่าพิเศษ หรือพวก “สองซิม” เพียงแต่ความงามระหว่างทางที่เราปั่นมันทำให้เราอดไม่ได้ที่จะต้องแวะทักทายกับธรรมชาติบ้าง) บางจุดที่แวะ เป็นร้านกาแฟสวยงาม รสชาติดี ที่ผมก็คาดไม่ถึงว่ามาตั้งปักหลักอยู่ในป่าในดงอย่างนี้ได้ยังไง

นั่งพักดื่มกาแฟ คุยโม้ เกทับบลั๊ฟแหลก แน่น่อน ว่าตลอดเส้นทางการปั่น ไม่ได้มีแต่ความราบรื่นสวยงาม ปัญหาอุปสรรคย่อมต้องมีเป็นธรรมดา ซึ่งภูมิประเทศตามเส้นทางปั่นบางส่วนเป็นเนิน เป็นเส้นทางขึ้นเขา มุ่งหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักปั่นระดับอนุบาล ย่อมต้องทนทุกข์ทรมาณกับการปั่นขึ้นเนินระยะทางไกล ๆ ผมพร้อมเจ้าBrompton คู่ใจ เห็นระยะขึ้นเนินอยู่ลิบ ๆ ก็คิดว่าคงเป็นแค่ระยะสั้น ๆ ระดับเด็กอนุบาล แต่พอเข้าสู่สถานการณ์จริง ผมก็แอบคิดดัง ๆ พร้อมกับเพื่อน ๆ หลายคนว่า…”กรูจะมาทรมาณตัวเองอย่างนี้ เพื่อ…..?” 555… แต่ในที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยกัน ไม่มีใครเสียฟอร์มลงจากอานรถคู่ใจ แล้วเดินจูงมันเดินขึ้นเนิน ซึ่งหากใครก็ตามที่ทำเยี่ยงนั้น คงต้องโดนเผา โดนล้อเลียน โดนรุมยำ จนต้องแทรกแผ่นดินหนีเป็นแน่ ซึ่งโชคดีของผมที่เจ้า “บร๊อมทั่น” คู่ใจ ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ก็ไม่ทำให้เสียหน้า อิอิ

แอ๊คท่า ถ่ายหน้าร้านกาแฟระหว่างทาง…คอนเฟิร์มว่า สวยงาม คู่ควรกับการแวะทักทายถ่ายรูปและลิ้มรสกาแฟยามเช้า สาย บ่าย เย็น เป็นอย่างยิ่ง ทริป “น่องทอง 25 นครนายกทัวริ่ง” เสร็จสิ้นเอาที่เวลาเที่ยงเศษ ๆ ซึ่งเกินกว่าเวลาที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากความสวยงามของเส้นทางที่ทำให้อดใจไม่ได้ที่จะแวะลงไปชื่นชม บวกกับเวลาแห่งความสุข ที่ได้นั่งหยอกล้อ อำกันระหว่างเส้นทาง จนลืมไปว่าเรายังต้องมีระยะทางอีกยาวไกลที่จะปั่นต่อ แต่มันก็ทำให้การปั่นครั้งนี้เราได้เก็บความสุขเล็ก ๆ กลับไป เพื่อต่อลมหายใจให้มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่พวกเรายังคงต้องต่อสู้ไปอีกยาวไกล พวกเราสัญญากันว่าจะต้องมีเรื่องราวดี ๆ เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในไม่ช้า เรื่องราวที่เกิดบนอานจักรยาน ซึ่งหลายคนคงนึกไม่ออกว่ามันจะสามารถสร้างความรู้สึกดี ๆ สร้างความสุข สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างไร แล้วมันก็คงเป็นโชคดีของผมด้วย ที่โดนพี่จิ๋วป้ายยา ให้ซึ้อจักรยานที่ผมคิดว่าในชีวิตหนึ่งถ้าคิดเองคงไม่กล้าซื้อจักรยานราคาเยี่ยงนี้ให้กับตัวเองเป็นแน่ และโดนซ้ำสองด้วยการเคี่ยวเข็ญให้มาปั่นทริปนี้อีก ดูผมจะเป็นคนใจง่าย ที่แม้จะทำงานอยู่ “กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด” (บช.ปส.) แต่ก็ใจง่ายไปกับยาที่พี่จิ๋วแอบนำมาป้ายโดยไม่รู้ตัวได้เช่นนี้…แต่หลังจากที่ผมได้เจ้า “บร๊อมทั่น” มาเชยชม บวกกับได้มาประลองสนามกับเพื่อน ๆ ที่นี่ ผมยืนยันได้เลยว่า มันเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก….ฟันธง !

อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะขึ้นไปดูช้างระหว่างทางที่เขาใหญ่ดีรึเปล่า…แต่ใครบางคนตะโกนมาว่า พวกมรึงไปกันเหอะ กรูไม่ว่าง…555 ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่หลายคนก็โดนป้ายยาให้เรามาพบกันครั้งนี้ และผมก็อยากจะขอร้องแกมบังคับด้วยว่า ครั้งต่อไป ไม่ว่าพวกมรึงจะไปปั่นกันที่ไหน อย่าลืมป้ายยากระพ้ม อีกสักครา ซึ่งครั้งหน้าขอสัญญาว่า จะไม่เอาเรื่องความเก่ง ความดี ความเลอเลิศ ของน้อง “บร๊อมทั่น” มาเกทับเพื่อน ๆ อีกแล้ว เพราะมั่นใจเหลือเกินว่าครั้งหน้าเราจะ “บร๊อมทั่นไปด้วยกัลลลล” 555 ….สวัสดี รักนะ จุ๊บ ๆ
-

สถานการณ์ยาเสพติดด้านชายแดน สปป.ลาว
เส้นทางลักลอบขนยา ของขบวนการ”เสี่ยลัน”
เจาะชายแดนต้นทางยาเสพติด
เส้นทางยาเสพติดภาคอีสาน
เส้นทางขบวนการ “เสี่ยลัน”
รู้จักกับ บช.ปส.
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด from Pol.Maj.Gen.Yingyos Thepjumnong PhD








You must be logged in to post a comment.