ผู้เขียน: admin

  • IO in Crisis

    IO in Crisis

    วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2560 ….วันแรกของการทำงาน หลังจากหยุดพักงานมากว่า 2 สัปดาห์ ด้วยเหตุผลที่ต้องพักรักษาตัวเอง หลังจากเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ด้วยโรค “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” โรคสมัยนิยม ของคนวัย “เก๋า” (แปลว่ายังไม่ยอมรับความจริงว่า “แก่” 555) นับเป็นการผ่าตัดที่เดียวกัน แผลเดียวกัน ในรอบสองปี ผู้คนรอบตัวมักจะตั้งคำถามยาก ๆ ว่า ผมเป็นโรคนี้ด้วยเหตุอะไร….เอ้า ถ้าผมรู้ว่ามันเหตุอะไร ผมคงหาทางป้องกันไม่ให้มันเป็นแล้วลุงงงงงง 555 … ถึงวันนี้มันก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี แต่ก็นับว่าผมสามารถใช้สวัสดิการของรัฐ ที่เค้ามอบให้กับคนเป็นข้าราชการอย่างเราได้คุ้มค่า เพราะในระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา ผมสามารถเข้าห้องผ่าต้ดใหญ่ ด้วยโรคที่คล้ายคลึงกันได้ถึงสี่ครั้ง เริ่มต้นด้วย เอ็นหัวไหล่ด้านซ้ายขาด ปีต่อมา เอ็นหัวไหล่ด้านขวาขาด ปีต่อมาผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง ยึดไททาเนียมไว้ที่กระดูก 3 ข้อ และล่าสุด ไอ้ที่ผ่าตัดเมื่อครั้งที่แล้ว ยังพบจุดที่ยังไม่เรียบร้อย เลยต้องผ่าซ่อม….สรุป มันเป็นเวรเป็นกรรมครับพ้มมมม

    เอาหล่ะครับ เริ่มมาเข้าเรื่อง ด้วยว่าในระหว่างหยุดซ่อมแซมร่างกายหลังผ่าตัด ผมได้รับคำร้องขอ แกมสั่ง แกมบังคับ จากพี่ชายสุดที่รัก พล.ต.ต.สรกฤษณ์​ แก้วผลึก รองผู้บัญชาการศึกษา หรือพี่กุ๊ก ในฐานะลูกพี่ใหญ่ ในวิชา  RPM (Role of Police in Crisis Management) ที่ผมร่วมเป็นคณะอาจารย์ ของวิทยาลัยตำรวจ มาหลายปีดีดัก ให้มาร่วมแก๊ง มาพูดคุยกับพี่น้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งผมถือว่าเป็นพี่น้องร่วมอาชีพกับพวกเรา นั่นก็คือพวกเราต่างทำหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) เหมือนกัน ดังนั้น ภารกิจของเราก็ดูเหมือนจะใกล้เคียงกันมาก และการมาพูดคุยกับพี่น้อง DSI ในครั้งนี้ ก็ประมาณว่าเป็นการคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนางานของพวกเราให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น

    เรามาเริ่มภาพรวมการทำงานของตำรวจ ในวิชา RPM หรือ Role of Policein Crisis management) หรือวิชาการบริหารเหตุการณ์วิกฤติ ในบทบาทตำรวจกันก่อนแล้วกันนะครับ เพื่อให้เห็นภาพรวมของทุกอนู ว่าเรากำลังจะเตรียมการณ์เพื่อจะทำอะไร  ในวิชา RPM เป็นวิชาที่ว่าด้วย เมื่อมีเหตุการณ์วิกฤติเกิดขึ้น ในฐานะผู้บริหารหน่วย ท่านจะต้องทำอย่างไร ซึ่งในสถานการณ์จริงในอดีตที่ผ่านมา หากทำงานกันแบบลูกทุ่ง การควบคุม สั่งการ บริหารเหตุการ์ ก็จะทำกันแบบที่ทุกฝ่าย โหมกันลงไปในพื้นที่เกิดเหตุ แล้วสั่งกันแบบโหวกเหวก โวยวาย เหมือนแม่ค้าขายหวยรางวัลที่หนึ่ง ในตลาด สั่งกันแบบคนสั่งใช้จินตนาการ ความรู้ ประสบการณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าโชคดี สถานการณ์ก็อาจจะคลี่คลายไปในทางที่เป็นคุณกับเรา แต่ถ้าโชคร้ายหล่ะครับ ทั้งความซวย ความรับผิดชอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจรวมไปถึงความรับผิดทางอาญา ติดคุกติดตาราง ก็จะตามมาด้วย ซึ่งมีหนังตัวอย่างให้เห็นมามากมายแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหลัง ๆ มานี้ ช่วงที่สยามประเทศ ก่อนปฏิวัติ ยังมีการแข่งขันกีฬาสีกันอยู่

    พัฒนาการในวิชา RPM ของบ้านเราก็เริ่มจะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง แม้จะก่อร่างสร้างตัวมาก่อนหน้านั้นสักระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มเผชิญกับสถานการ์จริง การเรียนรู้แบบ Learning By Doing รวมทั้งการได้รับการอบรมจากหน่วยงานจากต่างประเทศ ของกลุ่มวิทยากรในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้การบริหารเหตุการณ์วิกฤติ ตามหลักการของ RPM เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น

    แล้ววันนี้ ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่ผมและพี่น้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในวิชานี้ให้เกิดประโยชน์กับส่วนร่วม ก็เลยถือโอกาส เอาบางส่วนของสไลด์ประกอบการสนทนา มาแปะไว้ที่นี่ เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย นะขอร้าบบบบบ !

  • Annual Spine Surgery

    Annual Spine Surgery

    Again, Today (Dec. 1, 2017) I’m waiting for spine surgery in the evening. Last year on July 11, 2016, I used to have spine surgery like this before. But after the rehabilitation for more than a year, it seems worse than before the surgery. So, I decided to have fixing it again by having the surgery at the same wound, which I hope it must be better,555.

    I think, I shouldn’t talk or chat both physically or via any communication device. And surely, I have to take more rest for being a super healthy guy soon !

    See you all then !

  • ตำรวจกับการวิจัย

    ตำรวจกับการวิจัย

    สไลด์ ประกอบคำบรรยายหัวข้อ การนำการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  วิชาระเบียบการวิจัยอาชญาวิทยา และการบังคับใช้กฎหมาย หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบังคับใช้กฎหมาย  คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ระหว่าง 13.00-16.00 น. ณ ห้องเรียน 5127 อาคาร 51 ชั้น 2 คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    สไลด์ประกอบคำบรรยายนี้ จำเป็นต้องตัดเนื้อหาบางส่วนออก เพื่อความเหมาะสมกับการเผยแพร่ต่อสาธารณะ และเพื่อเป็นการรักษาความลับของทางราชการ

  • สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารองค์กร

    สื่อสังคมออนไลน์กับการสื่อสารองค์กร

    16 พฤศจิกายน 2560 ผมได้รับคำเชื้อเชิญจากท่านผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสสร์ ให้มาพูดคุยกับพี่น้องตำรวจภูธรภาค 3 เกี่ยวกับเรื่องการสื่อสารองค์กร การปฏิบัติการข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ ในฐานะที่ผมได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ทำหน้าที่ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ก็เลยอยากจะนำสรุปสาระสำคัญบางส่วน มาแปะเอาไว้ ให้พี่น้องอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง ซึ่งก็ขอบอกไว้ก่อนนะครับว่า สาระที่ผมนำมาสรุป ไม่ได้อ้างอิงจากตำหรับตำราที่ไหน แต่เป็นจากประสบการณ์ที่ผมอาจจะมีโอกาสได้สัมผัสเนื้อหางานประเภทนี้มาบ้าง ก็คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องตำรวจภูธรภาค 3 รวมทั้งพี่น้องตำรวจหน่วยงานอื่น ๆ ไม่มากก็น้อย…ลองทัศนาดูครับ

  • บทสุดท้ายกับภารกิจผู้การสระแก้ว

    บทสุดท้ายกับภารกิจผู้การสระแก้ว

    ปล่อยแถวระดมกวาดล้าง

     

    ก้าวแรก กับภารกิจ…”ผู้การสระแก้ว”

    30 กันยายน 2560 การข่าว”วงใน”จากห้องประชุม ก.ตร. โทรมาหาผม คนต้นสายส่งเสียงกระซิบกระซาบ บอกกับผมว่า “พี่ ๆ ความลับนะ อย่าบอกว่าหนูคาบข่าวมาบอกพี่” ผมรับปากรับคำคนต้นสาย แถมกับแอบยิ้มในใจว่า ไอ้น้องคนนี้มันต้องแอบเอาข่าวดีมาบอกผมแน่ ๆ พร้อมกับแอบคาดหวัง แบบมั่นใจอีกด้วยว่า ข่าวที่ผมจะได้รับในอีกไม่กี่วินาทีจากสายลับต้นทาง จะต้องบอกผมว่า ผมได้ขึ้นตำแหน่งรองผู้บัญชาการแล้วเป็นแน่ หลังจากหน้าด้านหน้าทน เป็น “ผู้การจังหวัดสระแก้ว” มาแล้ว 4 ปีโดยไม่ได้ขยับก้นย้ายไปที่ไหนเลย ซึ่งน้อยคนนัก ที่จะหน้าด้านหน้าทนอยู่ถึงสี่ปี โดยไม่ขยับเขยื้อนไปที่ไหนเลยได้ อีกอย่างนึง อายุงานสี่ปี สำหรับการเป็นผู้การ มันนานเกินพอ นานกว่าหลักเกณฑ์ ก.ตร.ที่เค้าบอกว่าให้เป็นแค่สองปีก็พอ หลังจากนั้นก็ขึ้น ๆ ไปเหอะ ให้คนอื่นเค้ามาเป็นบ้าง เพราะฉะนั้น การเป็นผู้การสี่ปีของผม ก็แทบจะ “นอนมา” อยู่แล้ว ว่าต้องได้รับการพิจารณา “ถีบ” ให้ขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นแบบไม่ต้องสงสัย
    ผมแอบกระซิบตอบคนต้นสายไปว่า ได้เลยไอ้น้อง พี่จะไม่นำความไปบอกใคร นอกจากลงอัปเดตสถานะใน Facebook…อ้าว !

    รางวัล “คนต้นแบบ” อีกความภาคภูมิใจร่วมกันของตำรวจสระแก้ว

     

    สี่ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก จำได้ว่า 4 ตุลาคม 2556 เย็นวันที่ฝนตกพรำๆ ผมเริ่มมาทำหน้าที่แรก กับการเป็น “ผู้การสระแก้ว” ด้วยการมาเป็นประธานในการปล่อยแถวระดมกวาดล้างอาชญากรรม ที่บริเวณลานหน้าพระสยามเทวาธิราช อ.อรัญประเทศ รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย …ก็คนไม่เคยเป็นผู้การมาก่อนนี่หว่า อิอิ…เหตุการณ์วันนั้น ก็เป็นไปตามแบบธรรมเนียมของการปล่อยแถวระดัมกวาดล้างอาชญากรรมทั่ว ๆ ไป มีการแสดงกำลัง แสดงแสนยานุภาพ รถรา ม้าช้าง มีเท่าไหร่ ขนมาให้หมด ไปไหว้วานขอร้องหน่วยราชการข้างเคียงในพื้นที่ตรงไหนได้ ก็ขอให้เค้ามาร่วมกันอย่างคึกคัก ราวกับจะยกทัพไปจับอาชญากรสำคัญระดับโลกที่ไหน

    ตรวจการตั้งจุดสกัด หลังจากปล่อยแถวระดมกวาดล้าง @ อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว เมื่อ 4 ต.ค.56

    แต่….หลังจากประกอบ “พิธีกรรม” เสร็จ บรรดาสรรพกำลังที่ว่า ก็มลายหายไปพร้อมกับการกลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติ นั่นก็คือไม่มีอะไรเคลื่อนไหวเป็นพิเศษ มากกว่าการเป็นแค่ละครบทหนึ่ง ถ่ายรูป ลงไลน์ ส่งผู้บังคับบัญชา …ซึ่งผมก็รู้สึกอึดอัดทุกครั้ง ที่ต้องถูกสั่งให้เล่นละครบทนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการแสดงสรรพกำลังเพื่อให้ประชาชนมั่นใจ อุ่นใจ ถือเป็นเรื่องจำเป็น แต่หลังจากแสดงกำลัง ปล่อยแถว แล้ว…ไงต่อ นั่นซิ น่าจะจำเป็นกว่า เพราะค่าใช้จ่ายกับกิจกรรมเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าน้อย ๆ เคยมีใคร เคยมีหน่วยไหน ทำการวิจัย ประเมินผล กันบ้างไหม ว่ามันคุ้มค่าไหม แล้วเอาเข้าจริง ๆ ประชาชนเค้ารู้สึกดีขึ้นจริงไหม ยิ่งไปกว่านั้น กิจกรรมลักษณะนี้ ทำกันอย่างเอิกเริก โจ่งครึ่ม แล้วโจรที่ไหนมันจะอยู่ให้กวาด ให้ล้างกัน ผมก็ยังแอบสงสัย แอบขัดแย้งกับกิจกรรมเหล่านี้อยู่ จนระยะหลังเมื่อผมมาเป็น “ผู้การสระแก้ว” อย่างจริงจัง ก็เลยแอบ “กบฎ” กับกิจกรรมละครลวงโลกอย่างนี้ แต่ผมจะทำอะไร อย่างไร ลงไป อย่าให้บอกเลยครับ เดี๋ยวผู้บังคับบัญชาที่เค้าสั่งให้ทำ เค้าจะมารุมกระตืบผมเอา อิอิ

    รับเครื่องหมายยศพลตำรวจตรี

    ครับ ตอนนี้ผมเป็นเหมือนตาแก่ ที่กำลังฟื้นความหลัง…แน่นอนครับ ถ้ามันเป็นความหลังที่เจ็บปวด ก็คงไม่อยากฟื้น แต่ผมคิดว่าตั้งแต่วันแรกที่ผมมาทำหน้าที่ “ผู้การสระแก้ว” จนกระทั่งวันนี้ จะครบสี่ปีอีกไม่กี่วัน มันเป็นเหมือนความหลังที่มีคุณค่าที่สุดอีกสิ่งหนึ่งในชีวิต ไม่ใช่หมายความว่าตลอดสี่ปีที่อยู่ที่นี่ผมจะมีแต่ความสุขสนุกสนานนะครับ ไอ้ความทุกข์ ความเครียด ปัญหาสารพัด มันก็มีอยู่เป็นธรรมดาโลก แต่พอมันถูกคลี่คลาย ถูกแก้ไขด้วย “นวตกรรมแบบตำรวจสระแก้ว” ทุกอย่างมันก็จบแบบ Happy Ending ทุกครั้ง

    พี่อู๋…พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว…ความภาคภูมิใจ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

    ผมเริ่มต้นการเป็นผู้การ ตามแนวทางของผู้บังคับบัญชาต้นแบบ ผู้บังคับบัญชาที่ผมสามารถก้มหัวโค้ง ยกมือไหว้สวัสดี ได้ทั้งร่างกายและหัวใจ ครับ…พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร.หรือที่พวกเราเรียกท่านอย่างสนิทปากว่า “พี่อู๋” …พี่อู๋ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ส่งผมมาเป็นผู้นำคนแบบไปเผชิญชะตากรรมเอาข้างหน้า แต่พี่อู๋ทั้งปลูก ทั้งฝัง ทั้งกำชับ ทั้งขู่ และที่สำคัญ พวกเราที่ได้รับการแต่งตั้งครั้งนั้น ต้องผ่านการฝึก การอบรม เคี่ยวกรำให้มาทำหน้าที่ “ผู้นำ” ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ..การเป็นผู้นำ กับการเป็นผู้การ บางคนคิดว่ามันคือสิ่งเดียวกัน แต่ ณ วันนี้ ผมตระหนักแล้ว ตระหนักจากผลการปฏิบัติตลอดสี่ปีของผมว่า บางครั้งมันอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกันก็ได้ …สิ่งที่พี่อู๋อบรมพวกเรามาตลอด ซึ่งจะว่าไปแล้ว ตั้งแต่พี่อู๋เป็นนายตำรวจปกครองยศพันตำรวจตรีเมื่อครั้งผมเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจโน่นแหละ มันทำให้ผมไม่กล้าทำในสิ่งที่จะทำให้ภาวะผู้นำจะสูญเสีย

    ตรวจเยี่ยมน้ำท่วมใหญ่ 2556

    แล้วสิ่งหนึ่งที่ทำให้กำแพงแห่งความสงสัยถูกทลายลง ว่า หน้าตาโหด ๆ อย่างผมจะมาไม้ไหนหนอ ก็คือเรื่องที่เหมือนจะง่าย แต่มันยากเหลือหลายที่จะต้องต่อสู้กับกิเลส ความอยากได้อยากมีของมนุษย์ โดยเฉพาะมนุษย์ที่อยู่ในจุดที่มองเห็นอะไรก็ตีความไปว่าสิ่งนั้นเป็น “ของกู” ไปซะทุกเรื่อง นั่นก็คือสิ่งที่เรียกว่า “ความเสียสละ” ผมเริ่มสร้่าง เริ่มปรับแต่งสถานที่บรรยากาศที่ทำงานใหม่ ให้พี่น้องตำรวจสระแก้วของผมได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงแบบ “ปฏิรูปยกแผง” ผมเริ่มปฏิรูปงานสวัสดิการพื้นฐาน ทั้งห้องทำงานของฝ่ายอำนายการและห้องอาหาร โดยเฉพาะสวัสดิการอาหาร ซึ่งหลายหน่วยงานเค้าก็มีโครงการอาหารกลางวัน แต่สำหรับตำรวจสระแก้ว ผมมีทั้งอาหารเช้า อาหารกลางวัน และอาหารเย็น สำหรับคนที่ต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่ สรุปก็คือมีอาหารทั้งสามมื้อ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะวันราชการเท่านั้นนะ วันหยุด ก็ยังไม่เว้น ยังตามมาหลอกหลอนให้กินกันอีก เรียกได้ว่าวันละสามมื้อ เจ็ดวันต่อสัปดาห์ กินกันให้อ้วนกันทั้งหน่วย แล้วเวลากินข้าว พี่อู๋สั่งนักสั่งหนา ว่าต้องกินอย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ดังนั้นห้องอาหารของพวกเรา ก็จึงถูกเนรมิตรขึ้นมาใหม่แบบที่หน่วยราชการอื่นเวลามาเยี่ยมมาเยือนพวกเรา ต้องแอบอิจฉาอยู่ไม่น้อย นอกจากนั้น เพื่อเอาใจคอกาแฟ …รวมทั้งตัวผมเองด้วย อิอิ…เราก็จะมีกาแฟสด บริการตลอด 24 ชั่วโมง แบบที่เรียกว่า กดปี๊ด กดปี๊ด น้ำกาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่น ไหลรินออกมา ราวกับอยู่ในร้านกาแฟยอดนิยม Starbucks ยังไงอย่างงั้น 555

    สภาพห้องทำงานแบบเดิม ๆ ก่อนตุลาคม 2556
    สภาพห้องทำงานแบบเดิม ๆ ก่อนตุลาคม 2556
    สภาพอาคารแบบเดิม ๆ ก่อนตุลาคม 2556
    ห้องทำงานใหม่ของพวกเรา ตั้งแต่ 2557
    ห้องทำงานใหม่ของพวกเรา ตั้งแต่ 2557

    ห้องประชุม ก็เป็นอีกหน้าตาของพวกเราที่จะต้องถูกยกเครื่องใหม่ จากเดิมที่เคยนั่งประชุมกันแบบ “บ้านๆ” ผมก็สั่งทุบทิ้งแบบไม่เหลือซาก แล้วปฏิสังขรณ์ห้องประชุมใหม่ ในแบบโอ่อ่า ล้ำสมัย จนหน่วยราชการหลายหน่วยมาขอยืมใช้อยู่บ่อย ๆ ในราคา…ฟรี อิอิ…และนั่นก็เป็นก้าวแรกของการมาเป็น “ผู้การสระแก้ว” เมื่อสี่ปีที่แล้ว บางคนถามผมว่าเอากะตังค์ที่ไหนนักหนามาทำ ซึ่งผมก็อยากจะตอบแบบพระเอกกะเค้าบ้างว่า ไอ้กะตังค์หน่ะ มันไม่ถึงกับแร้นแค้นไม่มี ไม่หนีไม่จ่ายหรอกครับ แต่มันอยู่ที่ว่า จะ “ใจถึง” เอามาเสียสละ หรือว่าจะ “ใจถึง” เอาไว้เป็นส่วนตัว 555

    สภาพห้องประชุมเดิม ก่อนตุลาคม 2556
    สภาพห้องประชุมเดิม ก่อนตุลาคม 2556
    สภาพห้องประชุมเดิม ก่อนตุลาคม 2556
    ห้องรักษ์วินัย ห้องประชุมใหม่ของพวกเรา ตั้งแต่ปี 2557
    หรูหรา เรียบง่าย ห้องประชุมตำรวจสระแก้ว
    หรูหรา เรียบง่าย ห้องประชุมตำรวจสระแก้ว
    ห้องอาหาร “วิจัยกรณี” แหล่งเพิ่มพลังของพวกเรา ตั้งแต่ ต้นปี 2557
    ห้องอาหาร “วิจัยกรณี” แหล่งเพิ่มพลังของพวกเรา ตั้งแต่ ต้นปี 2557

     

    บริการอาหาร เช้า กลางวัน เย็น..กินกันให้อ้วน
    กินต้องดูดี มีเกียรติ…คือตำรวจสระแก้ว
    ความสุขอยู่ที่การกินอาหารร่วมกัน
    กาแฟสดฟรี 24 ชั่วโมง

    ….22 พฤษภาคม 2557 ภายหลังจากการเข้ายึดอำนาจของ คสช. ผมคิดว่า ผมคงต้องสิ้นสุดภารกิจการเป็นผู้การสระแก้วเป็นแน่ แต่กาลกลับตรงกันข้าม จากวันนั้นถึงวันนี้ มันดูเหมือนจะนานนะ แต่ภาพความทรงจำในวันก่อน ๆ มันเหมือนกับเพิ่งจะผ่านพ้นมาได้ไม่นาน บทบาทหน้าที่การเป็นผู้การ จากที่เคยทำหน้าที่ควบคุมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน ในวันก่อนมีการรัฐประหาร ก็กลับมาทำหน้าที่ด้านความมั่นคง ร่วมกับพี่น้องทหาร ซึ่งถือเป็นโชคดีของผมอีกเช่นกัน ที่เคยผ่านรั้วโรงเรียนเตรียมทหารมา ทำให้มีพี่ ๆ น้อง ๆ ทหารสระแก้ว คอยช่วยเหลือสนับสนุนให้งานของพวกเรา ตำรวจสระแก้ว ราบรื่นไปด้วยดี มันเป็นความราบรื่นซะจนทำให้ผมต้องอยู่ต่อเป็นผู้การสระแก้วมาถึงทุกวันนี้ไงครับ  555

    And now the end is near….วันนี้เวลาของการเป็นผู้การสระแก้วของผมหมดลงแล้วครับ  มันหมดลงตั้งแต่ที่ตร.มีคำสั่งให้ไปรักษาราชการในตำแหน่งใหม่ ที่รอการโปรดเกล้า ฯ นั่นก็คือตำแหน่งผู้บังคับการตำรวจปราบปรามยาเสพติด 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด….ชีวิตยังต้องเดินหน้าต่อ …ท่อนหนึ่งของเพลงพระราชนิพนธ์ความฝันอันสูงสุด ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร ที่ว่า…ไม่ท้อถอยคอยสร้างสิ่งควร ….บวกกับความรัก ความปรารถนาดีของพี่น้องตำรวจ พี่น้องประชาชน คนสระแก้ว ทำให้ผมมั่นใจที่จะเดินหน้าต่อ ในแบบขายังแข็ง แรงไม่ตก ชกต่อเนื่อง 555 แม้ว่าสายตาของใครบางคนอาจจะมองว่ามันไม่ก้าวหน้านัก  แต่สำหรับผม ผมตระหนักดีครับว่าการเดินหน้าทำในสิ่งที่ถูกที่ควร ทำในสิ่งที่รักษาเกียรติ รักษาศักดิ์ศรี ผลตอบแทนของมัน “อิ่มใจมาก ๆ ครับ” ใครไม่เคยได้ลิ้มลอง อยากจะแนะนำให้ลองดูครับ รับรองว่าเงินซื้อไม่ได้จริง ๆครับ ผมยืนยัน เพราะผมสัมผัสมาแล้ว จากพี่น้องตำรวจ พี่น้องประชาชน คนสระแก้ว

    ขอบคุณด้วยห้วใจจริง ๆ ครับ กับการให้ผมเดินหน้าต่อได้อย่างมั่นใจ ในเส้นทางของเกียรติ และศักดิ์ศรี ที่เราสร้างมาร่วมกัน ขอโทษ ถ้าที่ผ่านมาผมมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดทำให้ไม่สบายใจ ไม่สบายกาย…และหวังว่า สักวันหนึ่ง เราจะได้มีโอกาสกลับมาร่วมงาน ร่วมชีวิต ดั่งคนในครอบครัวเดียวกัน …”ครอบครัวตำรวจสระแก้ว” …”ครอบครัวชาวสระแก้ว” …เหมือนอย่างที่ผมมีโอกาสเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา

    โชคดี…บุญรักษาครับ

    ปล. ขอถือโอกาสออกจากบรรดากลุ่มไลน์ของพี่น้องตำรวจสระแก้วเลยนะครับ เพื่อความราบรื่นของการบริหารราชการของหัวหน้าหน่วยท่านต่อไป

    สวัสดีค้าบบบบบ

     

     

  • อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส

    อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส

    ค่ำวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 19.00 น. ดนตรีตำรวจมีโอกาสไปแสดง ณ พระลานพระราชวังดุสิตอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ที่ “พวกเรา” ต้องมาทำหน้าที่สำคัญนี้ ที่นี่
    ธีมในวันเสาร์นี้ ผมก็เลยคิดว่าต้องมีความเกี่ยวข้องกับดนตรี ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรด นั่นก็คือดนตรีแจ๊ส ก็เลยเอาเป็นธีมดนตรีแจ๊สเข้ามาเป็นหลักในรายการวันนั้น แต่ก็ไม่ใช่เนื่อหาดนตรีแจ๊สที่หนักหนาอะไร เอาเป็นว่าเป็น “แจ๊สมหาชนแล้วกัน” 555
    แล้วก็อย่างเคย ผมถูกมอบหมายให้มาออกแบบการแสดง ออกแบบดนตรี และควบคุมการผลิตอีกเช่นเคย…งง ๆ กับชีวิตเหมือนกัน ไม่เคยจบด้านการดนตรีโดยตรง แค่เล่นขำ ๆ พอไปวัดไปวาตอนเช้ามืดได้ ไม่เคยจบการแสดงโดยตรง แค่ชอบดูละครของคุณบอย ไม่ได้คุมดนตรีตำรวจโดยตรง แค่ครั้งนึงเค้าแต่งตั้งให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยที่นี่ ซึ่งก็ล่วงเลยมาสิบกว่าปีแล้ว ….แต่ทำไมหนอ ชีวิตถึงต้องได้มาป้วนเปี้ยน กับภารกิจนี้….เพราะชีวิต คือชีวี้ดดดดด…ร้องวน ๆ กันปายยยยยยย