หมวดหมู่: Police Advice

  • ประชุมฝ่ายป้องกันปราบปราม…ประกาศยุทธศาสตร์

    ประชุมฝ่ายป้องกันปราบปราม…ประกาศยุทธศาสตร์

    IMG_2788

     

    วันพุธที่ 29 เมษายน 2558 14.00 น….ประชุมฝ่ายปฏิบัติการป้องกันปราบปราม….ช่วงนี้ ข่าวการสูญเสียจากการทำงานของตำรวจมีให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่เป็นการสูญเสียแบบเอาชีวิตกลับคืนมาไม่ได้ กับการสูญเสียที่เป็นการถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส…เหตุการณ์เหล่านี้ แน่นอน นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจแก่ผู้เกี่ยวข้อง

    ผมมาทำหน้าที่ “ผู้การสระแก้ว” ได้ปีเศษ ก็เห็นการสูญเสียลักษณะนี้มาสองครั้งแล้ว …วันนี้เพื่อเป็นการลดการสูญเสีย และเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ถึงการปฏิบัติหน้าที่แบบ “มืออาชีพ” ผมจึงได้จัดทำยุทธศาสตร์ การสร้างมืออาชีพด้านยุทธวิธีตำรวจขึ้น เพื่อให้พี่น้องตำรวจสระแก้วของผมมีความรู้ มีทักษะ และมีประสบการณ์ที่ถูกต้อง เป็นไปตามหลักยุทธวิธี และเป็นไปตามระเบียบกฏหมาย  ทั้งนี้เพื่อลดการสูญเสีย ในขณะเดียวกัน ก็เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับพี่น้องตำรวจสระแก้วของผมอีกด้วย

    แล้วเรามาคอยดูกันครับ ว่าตำรวจสระแก้วของผม จะสามารถสร้างความเป็นมืออาชีพ ด้านยุทธวิธีตำรวจตามที่ผมได้ “ท้าทาย” ไว้ได้หรือไม่…มาคอยดูกันครับ

    IMG_2789

  • ตำรวจสระแก้ว…เตรียมเข้าประชาคมอาเซี่ยน

    ตำรวจสระแก้ว…เตรียมเข้าประชาคมอาเซี่ยน

    IMG_1695

    วันอังคารที่ 16 กันยายน 2557…ผมนัดแนะตำรวจสระแก้วที่เกี่ยวข้อง และพอที่จะมีแววในการใช้เทคโนโลยี มาพูดคุยทำความเข้าใจ และเตรียมความพร้อมในการนำเครื่องมือเครื่องใช้ทางเทคโนโลยีที่เป็นอุปกรณ์เคลื่อนที่ในมือ ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์เคลื่อนที่ อุปกรณ์ Taplet หรือแม้กระทั่งคอมพิวเตอร์แบบ Laptop  มาเป็นอุปกรณ์สำคัญในการทำงานของตำรวจ เป็นอุปกรณ์ที่จะทำให้ตำรวจสระแก้วมีประสิทธิภาพในการทำงานเพิ่มขึ้น และเป็นการใช้เครื่องมือที่มีติดตัวกันแทบทุกคน ไปใช้ประโยชน์สูงสุดทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และหน้าที่การงานของตนเอง

    IMG_1696

    ใช่แล้วครับ เรากำลังเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยการใช้เทคโนโลยีง่าย ๆ ใกล้ตัว ที่วันนี้แทบจะทุกคนมีติดตัวดั่งอาวุธประจำกาย มาพัฒนาเอาความสามารถของมันมาใช้ในงานตำรวจ ทั้งงานในเชิงป้องกันปราบปราม งานปฏิบัติการข่าวสาร และงานประชาสัมพันธ์ ….ผมจัดกิจกรรมนี้ขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมพี่น้องตำรวจสระแก้วของผมเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรคนเก่งระดับประเทศ คุณชีพธรรม คำวิเศษณ์ และคุณอรภัค สุวรรณภักดี พร้อมน้องซี วิทยากรผู้ช่วยคนขยัน

    IMG_1697

    วันนี้การเตรียมความพร้อมของพวกเรา คง “ต้วมเตี้ยม” เรื่องการเตรียมความพร้อมเรื่องภาษาอย่างเดียวไม่ได้แล้วครับ ประเทศของเราออกแนว “ล้าหลัง” เพื่อนบ้านอีก 9 ประเทศมามากเกินพอแล้ว เรื่องภาษาหน่ะสำคัญครับ แต่ในมิติด้านอื่น ๆ เช่นเรื่องที่เรากำลังทำอยู่นี้ หรือเรื่องการทำความเข้าใจกับอาชญากรรมรูปแบบใหม่ ๆ เป็นประเด็นสำคัญที่เราต้องเร่งเตรียมตัวกันครับ ถามว่าช้าไปไหม กับการเพิ่งเริ่มมาเตรียมตัว ตอบแบบไม่อายเลยครับว่า “ช้ามาก” แต่ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยครับ แล้วที่สำคัญเราคงรอคำสั่งหรือการช่วยเหลือจากหน่วยเหนือไม่ได้แล้วครับ เข้าใจครับว่าภาระงานของผู้บังคับบัญชาข้างบน หนักหนาเกินกว่าที่จะมาดูรายละเอียดที่จังหวัดเล็ก ๆ อย่างสระแก้วบ้านเรา

    IMG_1698

    วันนี้เราก็เลยต้องช่วยกันเองครับ มันเป็นการทำตามหน้าที่ของการเป็น “มืออาชีพ” ครับ ที่ต้องเตรียมความพร้อมเมื่อพอจะคาดเดาได้ว่าเราจะต้องเผชิญอะไร ไม่ใช่ว่านั่งงอมืองอเท้ารอคำสั่ง รอความช่วยเหลืออย่างเดียว ….และเมื่อถึงวันนั้น แม้ว่าตำรวจสระแก้วจะไม่ได้มีความพร้อม 100 % แต่ก็มั่นใจได้ครับว่าเราได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว และสมศักดิ์ศรีของการเป็น “ตำรวจมืออาชีพ” ครับพ้ม

  • ตำรวจเลี้ยงกุ้ง

    ตำรวจเลี้ยงกุ้ง

    IMG_1668.JPG

    3 กันยายน 2557 13.30 น…..ผมพร้อมด้วยพี่ ๆ น้อง ๆ ตำรวจสระแก้ว ร่วมกันปล่อยพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลา ที่พวกเราตกลงปลงใจกันว่า จะช่วยกันทำเป็นอาชีพเสริม ในพื้นที่เล็ก ๆ บริเวณหน้าบ้านพักของข้าราชการตำรวจ ภายในศูนย์ราชการจังหวัดสระแก้ว

    วันนี้พี่น้องตำรวจ “ต้องปรับตัว” ครับ …สภาพเศรษฐกิจ ปากท้องต้องหาเลี้ยง ความเย้ายวนของโลกทุนนิยม ที่สรรหาสินค้าจำเป็นบ้างไม่จำเป็นบ้าง มาทำหน้าที่หลอกหลอน ยั่วยวน เงินในกระเป๋าให้ไหลออกทุกวัน ลำพังเงินเดือนค่าครองชีพปัจจุบัน หากไม่มีสิ่งยั่วยวนอย่างนี้ ผมยืนยันได้เลยครับว่า “ตำรวจบ้านนอก” อย่างพวกเรา อยู่ได้อย่างสบายครับ …แต่เพราะพวกเราคงต้องอยู่กับโลกของการกระตุ้นการจับจ่ายอย่างนี้ไม่มีวันสิ้นสุด การหาช่องทางรายได้เพิ่ม เป็นสิ่งจำเป็นครับ

    IMG_1669.JPG

    ผมเห็นสินทรัพย์ที่พวกเราพอจะนำมาเป็นทุน ในการทำอาชีพเสริมได้ นั่นคือพื้นที่บริเวณบ้านพัก ที่ค่อนข้างจะ “เหลือเฟือ” ก็เลยช่วยกันคนละไม่คนละมือ  “ขุดรากถอนโคน” ปรับสภาพพื้นที่ให้สามารถทำเป็นบ่อเลี้ยงกุ้งใหญ่ รวมทั้งบ่อเลี้ยงปลาดุก โดยนอกจากพวกเราจะช่วยกันระดมแรงงานแล้ว ยังช่วยกันระดมทุนตั้งต้นในการซื้ออาหารเลี้ยงกุ้งเลี้ยงปลากันด้วย มีผมพร้อมกับพี่ ๆ น้อง ๆ รองผู้การทุกท่าน ร่วมกันออกทุนตั้งต้น และหาซื้อพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปลาดุก ในราคาพิเศษมาให้ งานนี้ก็คงต้องชื่นชมความเอาจริงเอาจังของพี่น้องตำรวจของผม โดยเฉพาะท่านรองผู้การคนเก่ง พ.ต.อ.เจนเชิง ประทุมสุวรรณ ที่เป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการทั้งผลักทั้งดันโครงการนี้ให้สำเร็จ

    เราคาดหวังว่า ผลผลิตตรงนี้ จะเสริมรายได้เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างน้อยเป็นค่ากับข้าวให้กับครอบครัวพี่น้องตำรวจของพวกเราได้ และนอกจากนั้น ความสามัคคี ความคิดสร้างสรรค์ การฝึกโจทก์ทางธุรกิจ จะเป็นสิ่งที่ตามมา และเมื่อถึงวันนั้น ผมคิดว่าครอบครัวตำรวจสระแก้วของผม คงต้องเป็นครอบครัวตำรวจที่มีความสุข จนหลายคนต้อง “แอบอิจฉา”…ไม่เชื่อต้องลองแอบมาดูกันครับ แล้วผมจะต่อรองซื้อกุ้ง ซื้อปลาราคาถูกจากพี่น้องตำรวจของผม มาเผาให้กินกัน 555

    IMG_1670-0.JPG

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคลงมือทำ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ภาคลงมือทำ

    24 มิ.ย. 57 เวลา 11.00-2

    ปีเศษ ๆ ของการเข้ามาดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ตำรวจของพี่อู๋ “พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว” ทำให้วันนี้  หลาย ๆ คนเริ่มคุ้นเคยกับสไตล์การทำงาน การบังคับบัญชาแบบทางไกล หรือที่เรียกเป็นภาษาทางการว่าการ “ประชุมทางไกล” (Video Conference) ศัพท์แสงต่าง ๆ ที่แต่เดิมดูไม่คุ้นหู เริ่มนำมาพูดกันทุกวันจนคุ้นชิน ซึ่งแน่นอนว่าส่วนมากเป็นศัพท์แสงทางการทหารที่บางคนอาจจะเคยร่ำเรียนมาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารของเหล่าทัพต่าง ๆ ก็คงจะมีความคุ้นเคยอยู่บ้าง

    แต่ผมก็ยังมั่นใจว่าหลาย ๆ คนใช้มันทุกวัน พูดมันจนติดปาก โดยยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริงว่า “มันคืออะไรกันแน่…ฟะ” ? ….ผมก็เป็นอีกคนหนึ่งซึ่งทำท่าที “แอ๊ค” ใช้คำศัพท์เท่ห์ ๆ นั่นกะเค้าบ้างเหมือนกัน หนึ่งในคำศัพท์เจ้าปัญหาที่ว่านั้นก็คือคำว่า IO (ไอโอ) หรือคำเต็ม ๆ ว่า Information Operations แปลเป็นภาษาไทยตรง ๆ ว่า การปฏิบัติการข่าวสาร

    ไอ้เจ้า IO นั้นมันคืออะไรกันแน่ สำคัญแค่ไหน แล้วในส่วนของม๋าต๋า ตำรวจไทย จะเอาเจ้า IO นี้ไปใช้ในการทำงานให้เกิดประโยชน์จริง ๆ ได้อย่างไร….ลองตามมาสำรวจความคิดของกระพ้มกันนะครับ

    ว่ากันว่าการปฏิบัติการข่าวสาร หรือว่าไอ้เจ้า IO นี้เร่ิมเข้ามามีบทบาทสำคัญจริง ๆ หลังสงครามเย็นสิ้นสุด แล้วโลกทั้งโลก ไม่ว่าโลกทางธุรกิจหรือจะโลกทางการทหาร เริ่มเปลี่ยน เริ่มปรับตัวมาสู่ยุคข้อมูลข่าวสาร ที่เมื่อซักเกือบ ๆ  20 ปีที่ผ่านมามีผู้กล่าวกันว่าข้อมูลข่าวสารคืออำนาจ นั่นหมายความว่า ใครมีข้อมูลในมือคนนั้นก็จะมีอำนาจเหนือคน…ว่าไปนั่น

    กล่าวโดยรวบรัดก็คือ การปฏิบัติการข่าวสารก็คือการชิงความได้เปรียบเรื่องข้อมูลข่าวสารนั่นเอง โดยมีสมมติฐานเบื้องต้นว่า ข่าวสารที่แม่นตรงถูกต้องจะทำให้การสั่งการของผู้บังคับบัญชาถูกต้องเกิดประสิทธิภาพไปด้วย และในทางกลับกันข่าวสารที่บิดเบี้ยวไม่ถูกต้องแม่นตรงก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามสั่งการผิด ทำงานผิด ผลก็คือความพ่ายแพ้ในสนามรบนั่นเอง

    ไอ้ที่ผมกล่าวไว้ข้างต้น เป็นการกล่าวสรุปรวบรัดแบบลูกทุ่งนะครับ อย่าได้เอาไปอ้างอิงที่ไหนเชียว…อายเค้า แต่ถ้าอยากรู้ข้อมูลเชิงวิชาการแบบขนานแท้ กระพ้มก็ได้จัดเตรียมไว้ให้แล้วครับ สามารถเข้าไปอ่าน เข้าไปดาวน์โหลดตามลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ …เป็นบทความเรื่องนี้โดยตรง จากจุลสารความมั่นคงศึกษา ซึ่งมีปรมาจารย์การยุทธสมัยใหม่ที่ชื่อ “สุรชาติ บำรุงสุข” เป็นบรรณาธิการ ครับ

    (คลิกเพื่อเข้าไปอ่านได้เลยครับ …ปฏิบัติการข่าวสาร : Information Operations โดยสุรชาติ บำรุงสุข)

    ทีนี้มาว่าเรื่องของเรากันต่อครับ เรื่องของเรายังไม่จบง่าย ๆ ถ้าหากว่าวันนี้พี่อู๋ ยังคงสั่งผ่าน Video Conference ให้หลาย ๆ หน่วยไปทำ “ไอโอ”…หลายคนหน้าตาตื่นมาถามผมว่า ไอ้เครื่องทำไอโอนี่มันไปหาซื้อได้ที่ไหนฟะ…นัยว่าคุ้น ๆ ว่ามันเป็นเครื่องกรองน้ำ หรือว่าเครื่องทำน้ำแร่ …อะไรประมาณนั้น …ฮา !

    หลังจากที่กระพ้ม ได้พากเพียรอ่านสารพัดตำรา ของท่านอาจารย์สุรชาติ รวมทั้งของท่านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทยหรือภาษาต่างด้าว ก็สรุปความได้ว่า การ “ไอโอ” ในบริบทของความเป็น “ตำรวจไทย” มีความหมาย และการปฏิบัติที่ค่อนข้างจะแตกต่างไปจากความหมายดั้งเดิม จะเป็นด้วยภารกิจ จะเป็นด้วยประวัติศาสตร์ หรือแม้กระทั่งประเพณีนิยมของตำรวจไทย

    และต่อไปนี้เป็นสรุปความหมายของคำว่า “ไอโอ”, IO, Information Operations, หรือ การปฏิบัติการข่าวสาร ในบริบทของการเป็น “ตำรวจไทย” …ผมขอย้ำนะครับว่าในบริบทของ “ตำรวจไทย” ซึ่งไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับตำรวจพม่า หรือตำรวจเขมร ในฐานะเป็นประชาคมอาเซี่ยนเดียวกันอย่างเด็ดขาด… หากเมื่อไหร่ก็ตาม ท่านผู้อ่านได้รับคำสั่งให้ไปทำ “ไอโอ” ….มันหมายความว่าท่านต้องทำสิ่งต่อไปนี้

    1. สำรวจความเคลื่อนไหวของข่าวเปิดจากสื่อ ซึ่งรวมถึงทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อออนไลน์ทุกชนิด ซึ่ง ณ ปัจจุบัน (พ.ศ.2556) สื่อใหม่ที่ชื่อว่า Social Media มีบทบาทในสังคมโลก “สูงมาก” สูงจนบางครั้งมีบทบาทนำสื่อกระแสหลัก อย่างหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ เสียด้วยซ้ำ สังเกตุได้จากข่าวซุบซิบ หรือข่าวคลิปหลุด ภาพหลุด …อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ มักมีจุดเริ่มต้นจากสื่อที่ชื่อว่า Social Media แล้วถูกส่งต่อกันไปในสื่อผู้น้องของ Social Media นั่นก็คือ Social Network ยี่ห้อ Facebook, Twitter หรือสื่อน้องใหม่ไฟแรงที่ชื่อ Line นั่นเอง…โดยคนที่ทำหน้าที่ IO จะต้องเข้าไปดูประเด็นข่าวในเรื่องที่จะทำ แล้วสรุปให้ได้ว่าประเด็นที่กำลังเผยแพร่ในสื่อดังกล่าวในสังคม มีประเด็นใดบวก มีประเด็นใดลบกับเราบ้าง แล้วจง “หาข้อสรุปกับสิ่งนั้น”

    2. ประเด็นข่าวด้านใดเป็นบวก…ทำให้คงอยู่ให้ยาวนานที่สุด  ประเด็นข่าวด้านใดเป็นด้านลบ…ทำให้ลบออกไปจากกระแสสังคมให้เร็วที่สุด…เรื่องนี้นี่แหละ ที่เป็นหัวใจสำคัญ เป็นเรื่องที่เราต้องใช้ทักษะในเรื่อง “สื่อมวลชนสัมพันธ์” (Media Relations) ซึ่งจะว่าไปแล้ว ไม่ใช่ว่าจะสร้างในวันสองวัน มันต้องมี “กระบวนการ” และกระบวนการดั่งว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้เวลา ใช้ศิลปะ รวมทั้งต้องใช้ทุนทรัพย์บ้างพอประมาณ  เนื่องด้วยสื่อมวลชน จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการบอกกล่าวข่าวเชิงบวกกับสาธารณะชน ในขณะเดียวกัน ก็จะคอยปิดปาก ไม่พูดข่าวลบ แต่..ช้าก่อนพี่น้อง วันนี้เรามีเทคโนโลยีที่ชื่อว่า Social Network มาเป็นตัวช่วยที่ดีมาก มีประสิทธิภาพมาก Social Network จะเป็นเครื่องมือที่เราจะใช้สื่อสารกับสื่อสารมวลชนทุกแขนง รวมทั้งสาธารณะชน ในการชี้แจงเรื่องทุกเรื่อง รวมทั้งในการสร้างภาพความทรงจำที่ดี

    แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะประสบผลสำเร็จกับการสื่อสารด้วยสื่อที่เรียกว่า Social Network เสมอไป การใช้ Social Network จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ครับพี่น้อง อาทิเช่น ต้องมีความเป็นกันเอง ไม่เป็นทางการจ๋า ต้องรู้จักกลยุทธ์การใช้ถ้อยคำโปรยห้ว หรือ Headline มาสร้างความน่าสนใจ แล้วที่สำคัญ ต้องมีกลยุทธ์ในเรื่องเวลา ไม่ใช่ว่าอยากจะโพสต์อะไร เวลาไหนก็ใส่เข้าไปแบบไม่รู้จักกาละเทศะ ….กลยุทธ์การเลือกรูป การ “สร้างรูป” การ “สร้างคลิป” ก็เป็นอีกเรื่องที่ต้องมีการวางแผน ไม่ใช่ว่า “อะไรก็ได้” ประโคมเข้าไป บางทีนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังเป็นขยะที่ในระยะเวลาหนึ่ง ก็ทำให้คนเบื่อหน่าย ไม่อยากจะเข้ามาดู มาเกี่ยวขัองด้วย

    พูดถึงเรื่อง Social Media รวมทั้งญาติผู้น้องที่ชื่อ Social Network แล้ว คงต้องใช้เวลาทำความเข้าใจกันอีกเยอะ ไว้วันหลังเรามาคุยแบบเจาะลึกกันอีกครั้งก็แล้วกันครับ

    3. มีทักษะการนำเสนอที่ดี น่าเชื่อถือ เป็นมืออาชีพ….เรื่องนี้ถือเป็นทักษะของการประชาสัมพันธ์ และการประชาสัมพันธ์นี่เอง เป็นเวทีของการ “ปล่อยของ” หลังจากที่ทีมไอโอ ได้ทำการ “ใคร่ครวญ วิเคราะห์ แยกแยะ” (เรียกเป็นคาถาย่อ ๆ ว่า….ค….ว…..ย….อย่า ! อย่าคิดเป็นอื่นโดยเด็ดขาด) การเลือกใช้สื่อ การปรากฏตัวต่อสื่อ การทำเอกสารข่าวแจก หรือแม้กระทั่งก้าวหน้าไปกว่านั้น ก็คือการทำ Video Clip ข่าวแจก และส่งต่อไปตามสื่อทุกแขนง ถือเป็นการใช้ทุกช่องทางในการสื่อสารกับประชาชน นอกจากนั้น ส่ิงสำคัญก็คือประเด็นที่จะสื่อออกไป ต้องไม่ “เยิ่นเย้อ” ต้อง “ตรงประเด็น” และสื่อที่ข้อจริง ข้อเท็จอย่าได้นำมาสื่อโดยเด็ดขาด เพราะหากสื่อหรือสังคม “จับได้” ว่าส่ิงที่ท่านสื่อออกไปเป็นเท็จ ท่านจะเสียคน เสียความน่าเชื่อถือ แบบไม่ต้องผุดต้องเกิดโดยทันที

    พูดถึงเรื่องการทำ “เอกสารข่าวแจก” หรือที่เรียกว่า Press Release  นั้น ขออนุญาตเหน็บแนม กระแนะกระแหนหน่อยเหอะครับ ….ด้วยว่าจะเป็นประเพณีนิยมหรืออะไรก็ไม่รู้ การทำเอกสารข่าวแจกกว่าจะเข้าเรื่องได้ บางหน่วยต้องเกริ่นนำแบบเยิ่นเย้อ ประมาณว่า…ตามนโยบายของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซื่งสื่อมายังผู้นำชาติอาเซี่ยนทุกชาติ รวมถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ซึ่งท่านก็ได้มีบัญชามายังท่านผบ.ตร. ผบ.ตร.ก็เลยสั่งมายังผบช. ผบช.กำชับมายัง ผบก. ผบก.กระเด้งรับ สั่งต่อไปยัง ผกก. ผกก.สั่งรองผกก.สส. รองผกก.สส. สั่งต่อไปยังสว.สส. สว.สส.สั่งผบ.หมู่ ผบ.หมู่ชื่อดาบปื๊ด ก็เลยไปจับครอบครองยาบ้ามาได้ 10 เม็ด….บ้าไปแล้วครับพี่น้อง ไม่ต้องเยิ่นเย้อยืดยาดขนาดนั้นครับ คนอ่านสื่อ ไม่ต้องการรู้หรอกครับ ว่าผู้การ ผู้กำกับ สารวัตร เป็นใคร ชาวบ้านเค้าต้องการรู้เพียงว่า ไอ้เจ้าผู้ต้องหาเนี่ยมันทำอะไรผิดมา แล้วโดนจับด้วยข้อหาอะไร มีพฤติการณ์ที่น่าสนใจเป็นประโยชน์กับคนที่เค้ารับทราบข่าวสารอย่างไร…ประมาณนี้ครับ ไม่ต้อง “เยอะ”

    และทั้งหลายทั้งปวงก็เป็นสรุปเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารในบริบทตำรวจไทย สุดท้ายสำหรับวันนี้ …ผมสรุปเป็นคำบรรยายแบบง่าย ๆ สำหรับมิตรรักแควนเพลงที่อาจจะนำไปใช้ประโยชน์ ได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วแต่ท่านหล่ะครับ…แล้วก็เป็นคู่มือประกอบการบรรยายของกระพ้ม ในสถานที่ต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยครับ คลิกเข้าไปอ่านที่ลิงค์ด้านล่างนี้ได้เลยครับ

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ว่าด้วยฝ่ายอำนวยการตำรวจ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ว่าด้วยฝ่ายอำนวยการตำรวจ

    วันที่ 3 ก.ค. 57 เวลา 10.30-2

    งานอำนวยการ กับตำรวจดูจะห่างเหินกันมาก เหมือนกับเป็นงานฝาก เป็นลูกนอกสมรส ตำรวจส่วนมากจึงให้ความสนใจกับงานอำนวยการน้อยมาก โดยเฉพาะคนเก่ง ๆ ก็หันไปเอาดีทางยิงปืน ขี่ม้า ล่อเป้า เผากระท่อม เป็นพระเอกแบบในละครทีวีกันซะหมด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งอาจจะคิดว่างานอำนวยการ ไม่มีโอกาสเบ่งบารมี อวดกล้าม โชว์พลัง เหมือนอย่างหน่วยปฏิบัติทั้งหลาย อีกทั้งความก้าวหน้าของฝ่ายอำนวยการ ก็ไม่ได้มีช่องทางพิเศษที่จะเปิดโอกาสให้คนฝ่ายอำนวยการคาดการอนาคตได้ ที่สำคัญ พอจะก้าวหน้าซะหน่อยก็จะมีใครก็ไม่รู้ มาปิดหัว นัยว่าขึ้นที่อื่นไม่ได้ ขอมาเอาตำแหน่งไว้ก่อน ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้เรื่องงานอำนวยการ สภาพงานอำนวยการของตำรวจไทยก็เลยทุลักทุเลมาถึงวันนี้

    ซึ่งตลอดระยะเวลา ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตร. ต่างก็เปล่งวาจาเป็นเสียงเดียวกันว่า งานอำนวยการเป็นงานสำคัญ เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมของตร. (แต่ทำไมเวลาแต่งตั้งคนในอาณัติของผู้บังคับบัญชา ไม่เห็นให้ไปลงงานอำนวยการเลย เห็นไปแต่หน่วยชื่อเพราะๆ ที่มีโอกาสโชว์กล้ามกันทั้งน้านนนน ! )

    เอาหล่ะ กลับมาเข้าเรื่องของเราต่อ เพราะที่สุด เราก็ต้องทำตามคำสรรเสริญของเจ้านายอยู่ดี คืองานอำนวยการสำคัญที่สุด แล้วสิ่งที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ทีแรก คือหากได้รับมอบหมายให้ทำอะไรแล้ว ทำสิ่งนั้นให้ดีที่สุด ให้ทุกคนบนโลกนี้รู้สึกว่า เราคือ “ตัวจริง” ในเรื่องนั้น ๆ แล้วสิ่งที่ทำ ผมรับรองได้ว่ามันจะส่งผลดีถึงอนาคตเป็นแน่  อ้อ…แล้วก็ขอบอกอีกอย่าง ว่าไม่มีตำรวจคนไหน ย่ำอยู่ในหน้าที่เดียว ตำแหน่งเดียวทั้งชีวิตหรอกครับ วันนี้อยู่ตรงนี้ วันหน้าก็ต้องก้าวหน้าไปทางอื่น มันเป็นวัฏฏะของอาชีพหน่ะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอยู่ตรงนี้ แล้วทำตรงนี้ให้ดีที่สุด เป็นตัวจริงสำหรับตรงนี้ พอถึงวันข้างหน้า ก็ไปเป็นมืออาชีพในเรื่องที่รออยู่ข้างหน้าอีก  เรียกว่าได้โอกาสก็สะสมบุญไปเรื่อย ๆ เชื่อแน่เลยว่า หากวันหนึ่งเป็นผู้บริหาร ก็ต้องเป็นผู้บริหารที่รอบรู้ สั่งงานสั่งการได้ทุกแขนง

    ทีนี้ ในหน้างานอำนวยการที่เรียกกันว่า ฝ่ายอำนวยการ 5 ซึ่งในอดีตถูกโฟกัสกันแค่งาน “ประชาสัมพันธ์” แต่วันนี้ ฝอ.5 คงต้องปรับบทบาทใหม่ แทบจะเรียกว่ายกเครื่อง หรือ Paradigm Shift กันเลยหล่ะครับพี่น้อง การปรับจากงานประชาสัมพันธ์ มาเป็นงาน “ปฏิบัติการข่าวสาร” (ซึ่งในทางคุณลักษณะของงานฝ่ายอำนวยการ 5 ของตร. ผมไม่แน่ใจว่ามีการลงรายละเอียดเรื่องการปฏิบัติการข่าวสารหรือยัง แต่ในทางปฏิบัติหน่ะ ตอบได้เลยว่า วันนี้ พอพูดถึงไอโอ หรือการปฏิบัติการข่าวสาร ฝอ.5 ต้องถูกเล็งมาเป็นอันดับแรก)

    แล้วการทำหน้าที่ปฏิบัติการข่าวสาร ที่ถูกต้องเป็นไปตามหลักการ หรือถึงขนาด เป็น “มืออาชีพด้านการปฏิบัติการข่าวสาร” ในวันนี้ เราก็ยังไม่มีโอกาสได้เห็นกัน…ก็คาดว่าในไม่ช้าไม่นาน เราคงจะได้เห็น “ตำรวจนักปฏิบัติการข่าวสารมืออาชีพ” มาประดับไว้ในสังคมโล่เงินเป็นแน่ ซึ่งผมรับรองได้ว่า หากพวกเราเป็นมืออาชีพในด้านนี้แล้ว งานในสายปฏิบัติหลัก ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ต้องมีความเป็นหนึ่งไม่แพ้ใคร เนื่องจากการไอโอ หรือปฏิบัติการข่าวสารนี้ เป็นทั้งเครื่องมือในการทำงานหลักของตำรวจ และเป็นทั้งเครื่องมือในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งหากใช้ให้เป็น ประโยชน์ก็จะได้รับทั้งผลงานที่ได้ และการบอกกล่าวกับชาวโลกให้รับรู้ถึงผลงานของตนเอง

  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ทิศทางการทำงานของตำรวจ

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจ : ทิศทางการทำงานของตำรวจ

    12 ก.ค.57 รองเอก@สระแก้ว

    ผมอยู่ในวงการตำรวจ จะว่าไปแล้วหากนับตั้งแต่เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจชั้นปีที่ 1 จนกระทั่งถึงวันนี้ พ.ศ.2557 ก็นับว่า 30 ปีเข้าไปแล้ว ตลอดระยะเวลาของการ “มีอาชีพเป็นตำรวจ” ยอมรับเลยนะครับ ว่า “ไร้ทิศทาง” ผู้บริหารในแต่ละยุค หรือในทุกระดับ ทำงานในลักษณะแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ทิศทางเรื่องการพัฒนา ทิศทางแก้ปัญหาระยะยาว อย่าหวังว่าจะได้เห็น พวกเรา รวมถึงตัวผมเองด้วย ต่างก็หมกมุ่นอยู่กับการแก้ปัญหารายวัน จนกระทั่งอยุ่มาวันหนึ่ง เราได้เริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กับการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่ิมมีทิศทางที่แน่นอน และสิ่งที่เป็นตัวกำหนดทิศทางที่แน่นอนของตำรวจนี่แหละครับ ที่เราเรียกกันว่า “วิสัยทัศน์”

    ไอ้เจ้าวิสัยทัศน์ หลายๆ คนอาจจะเข้าใจผิด หรือเข้าใจว่ามันเป็นเพียงประโยคคำขวัญเท่ ๆ ประจำตัวผู้บังคับบัญชา ซึ่งผมก็เชื่อว่าผู้บังคับบัญชาหลาย ๆ คนที่ผ่านมาก็อาจจะคิดอย่างนี้ด้วยซ้ำ ดังนั้นการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จะแทบไม่มีให้เห็น

    มาวันนี้ องค์กรตำรวจ เริ่มนำวิสัยทัศน์ มาใช้เป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร เป็นการขับเคลื่อนอย่างมีเป้าหมายร่วมกัน ผมขอเปรียบวิสัยทัศน์ เป็นเหมือนเรามีจุดหมายว่าจะไปเชียงใหม่ เพราะฉะนั้นทุกคนก็ต้องมุ่งหน้าไปเชียงใหม่ด้วยกัน ทีนี้การไปเชียงใหม่ มันก็ไปได้หลายวิธี ตรงนี้หล่ะครับที่ผู้นำก็จะต้องร่วมกันวางยุทธศาสตร์ว่าจะไปเชียงใหม่อย่างไร หากมียุทธศาสตร์การไปเชียงใหม่ 3 ด้านไปทางรถ ไปทางรถไฟ ไปทางเครื่องบิน ต่อไปก็ต้องกำหนดกลยุทธ์หละครับ ว่าจะไปรถหน่ะไปถนนเส้นไหนดี จะทำอย่างไรให้ถึงเร็วที่สุดประหยัด ปลอดภัยที่สุด  ส่วนพวกจะไปเครื่องบินก็เหมือนกัน ก็ต้องมากำหนดกลยุทธ์ว่าจะใช้สายการบินประเภทไหน แบบต้นทุนต่ำดีไหม แล้วจะจองยังไงถึงจะได้ราคาต่ำสุด ฯลฯ อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งมันทำให้เรามีทิศทางการทำงานเป็นไปในทางเดียวกัน

    ทีนี้มาถึงเรื่องวิสัยทัศน์ขององค์กรเรา ที่ว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน” เรามาลองวิเคราะห์แยกแยะทีละประโยค เอาประโยคแรกก่อน คำว่า “เป็นตำรวจมืออาชีพ” มันเป็นยังไง ผมยืนยันเลยนะครับ ว่ามันคนละเรื่องกับมีอาชีพเป็นตำรวจ  ความเป็นมืออาชีพ หรือ Professional เนี่ย มันไปไกลเกินกว่าการมีอาชีพรับเงินเดือน มันเป็นการทำงานที่ไม่ใช่สักแต่ว่าทำ แต่สิ่งที่แสดงความเป็นมืออาชีพ มันจำเป็นต้องประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ประการด้วยกัน นั่นคือ

    1. ต้องมีความรู้จริง ในงานที่ตนรับผิดชอบ….ก็ลองเปรียบอย่างงี้ซิครับ ถ้าเราไปหาหมอ แล้วปรึกษาอะไร หมอก็ตอบไม่ได้ ได้แต่พูดว่า… “ไม่รู้ซินะ”  อย่างงี้แสดงว่าหมอคนนั้นขาดความเป็นมืออาชีพ ฉันใดฉันนั้น หากเราเป็นตำรวจ เอาเป็นว่าหากเป็นตำรวจสายตรวจ แล้วมีชาวบ้านมาถามถึงวิธีป้องกันการโจรกรรมรถยนต์ ที่จอดในบ้าน ถ้าเราทำอ้ำๆ อึ้ง ๆ หรือตอบไม่ได้ อย่างงี้จะไปเป็นตำรวจทำไม

    2. ต้องมีทักษะ ในงานที่ตนรับผิดชอบ….เช่นกัน หากหมอผ่าตัด ไม่มีความชำนาญ งก ๆ เงิ่น ๆ หันไปถามพยาบาล อยู่ร่ำไป ขาดทักษะในการเป็นหมอผ่าตัด อย่างงี้ เราจะกล้าไปผ่าตัดกับหมอคนนั้นรึเปล่า …เหมือนกัน หากเป็นตำรวจ การวิ่งไล่จับคนร้าย การใส่เครื่องพันธนาการ ยังทำเหมือนยามหน้าบริษัท ไม่มีทักษะเฉพาะ ไม่มีวิธีการเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัย รวมทั้ง ทำให้เกิดช่องว่างทางกฎหมาย ให้ทางฝ่ายผู้ต้องหาฟ้องเอาอีก …อย่างงี้หล่ะครับ ที่เรียกว่า ไม่มีความเป็นมืออาชีพ

    3. ต้องมีประสบการณ์…มืออาชีพต้องมีประสบการณ์ครับ บางคนถามว่า อ้าวแล้วงั้นเด็ก ๆ ก็เสียเปรียบซิครับ  ไม่ใช่อย่างงั้นครับ ประสบการณ์เป็นสิ่งที่สร้างได้ครับ สร้างได้จากการฝึกฝนจนเกิดความชำนาญ และทำไปอย่างอัตโนมัติ …นี่แหละครับมืออาชีพ

    4. มืออาชีพต้องมีคุณธรรม ครับ โดยเฉพาะอย่างย่ิง อาชีพอย่างเรา อาชีพที่ต้องตัดสินชีวิตคน ซึ่งการเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เป็นจุดเริ่มต้นที่จะทำให้คนขาดอิสระภาพนี่หล่ะครับ คุณธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ซึ่งผมคิดว่า บางครั้งหากมีสิ่งที่ต้องตัดสินใจ ระหว่างถูกกฎหมายแต่ผิดคุณธรรม ผมคิดว่า คนเป็นมืออาชีพ ควรจะต้องยึดคุณธรรมเป็นหลัก และสุดท้ายต้องกล้ารับผิดชอบในสิ่งที่ตนตัดสินใจไปในทางที่ถูกต้องในระบบคุณธรรม

    5. มืออาชีพ ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี….แน่นอนหล่ะครับ ภาพลักษณ์ที่ดี แต่งตัวดี ผมสั้นฟันขาวรองเท้ามัน อาวุธ เครื่องไม้เครื่องมือ ครบถ้วน …อย่างนี้ใครเห็นก็เกิดความมั่นใจครับ ว่าเราจะช่วยดูแลชีวิตทรัพย์สินเค้าได้ แต่ถ้าแต่งตัวก็โทรม ผมยาว หนวดเคราไม่เคยโกน รองเท้าก็ขุดมาจากสมัยกรุงสุโขทัย ถึงจะเก่งแสนเก่ง แต่ความมั่นใจเมื่อแรกพบ มันไม่ทำให้เชื่อได้ว่าจะทำงานให้เค้าได้ครับ …เพราะฉะนั้น ภาพลักษณ์ ภาพปรากฎของการเป็น “มืออาชีพ” ก็มีความสำคัญไม่แพ้เรื่องอื่นๆ เลยครับ

    พูดมาซะยาว มาถึงประโยคท่านที่สองครับ ที่ว่า “เพื่อความผาสุกของประชาชน” …นี่แหละครับ คือวัตถุประสงค์ของการทำงาน  ทำเพื่ออะไร ถ้าเพื่อความสุขของเจ้านาย ก็คงต้องมียุทธศาสตร์ อย่างหนึ่ง แต่ถ้าเพื่อ “ให้” ความสุข ความผาสุก กับประชาชน มันก็ต้องมีการกำหนดวิธีการที่สามารถบรรลุเป้าประสงค์ให้ได้

     

    หลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คงทำหน้างง ๆ แล้วถามว่า มันจะเกี่ยวกับเรื่อง ไอโอ เรื่องปฏิบัติการข่าวสารยังไง ….เกี่ยวซิครับ เกี่ยวมากด้วย แล้วยิ่งเราต้องร่วมกันทำหน้าที่กับส่วนต่างๆ ของงานตำรวจ งานไอโอ หรืองานปฏิบัติการข่าวสาร ก็ต้องถือเป็นภารกิจ “แถวหน้า” ของงานตำรวจด้วยเหมือนกัน แต่ก่อนจะลงลึกไปกว่านี้ ผมขอให้มองภาพกว้าง ๆ ของงาน “อำนวยการ” ตำรวจก่อนแล้วกันครับ