หมวดหมู่: Police Aesthetics

  • โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    โรงเรียนนายร้อยตำรวจ…แห่งประเทศไทย (1)

    เค้าว่ากันว่า คนที่เริ่มแก่ จะเริ่ม “รื้อฟื้น” ความทรงจำเก่า ๆ เท่านั้นยังไม่พอ รื้อฟื้นแล้วก็ไม่อยากเก็บเอาไว้ในใจคนเดียว กลับอยากที่จะเอามาเล่าให้คนรอบข้าง ให้ลูกหลาน หรือแม้กระทั่งเพื่อนฝูงคนรุ่นราวคราวเดียวกัน ได้เห็นภาพจำในอดีต นัยว่าพฤติกรรมดังกล่าว สามารถ “สร้างสุข” เล็ก ๆ น้อย ๆ ให้กับชีวิตที่เดินทางมาแสนไกลได้

    วันนี้ ผมก็เลยอยากจะทำหน้าที่ คนที่เดินทางผ่านมาครึ่งค่อนชีิวิต ค้นหาประวัติ ค้นหาปูมของสถาบันการศึกษาที่สร้างให้ผมได้มีวันนี้ สถาบันการศึกษาที่เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์ที่สำคัญ รวมทั้งบุคคลที่สำคัญของชาติ

    หลาย ๆ ครั้ง เวลามีวิกฤติการเกี่ยวกับคนใน “แวดวงสีกากี” สถาบันที่ชื่อว่า “โรงเรียนนายร้อยตำรวจ” หรือที่ชาวบ้านทั่วไปมักเรียกเป็นชื่อเล่นๆ จนติดปากว่า “โรงเรียนนายร้อยสามพราน” มักถูกลากออกมา “ขึงพืด” และถูกวิพากษ์โดย “ใครก็ไม่รู้” ที่อาจจะรู้จักสถาบันแห่งนี้จริงบ้าง ไม่จริงบ้าง ครึ่งๆ กลาง ๆ บ้าง แต่ก็ทำหน้าที่ “อวดรู้” ทำให้ความเป็นสถาบัน ได้รับความเสียหาย …ครับ ตัวสถาบัน ตัวอาคาร หรือแม้แต่ตำหรับตำรา ครูบาอาจารย์ ล้วนปลูกฝังค่านิยม ในการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ ที่ดี แต่การจะเป็นคนดี หรือคนชั่ว เมื่อจบการศึกษาออกไปนั้น คงแล้วแต่เวรแต่กรรม แล้วแต่การกระทำของตนมากกว่าที่จะไปโยนความผิดให้สถาบัน

    เอาหล่ะครับ วันนี้ผมไม่ได้มาทำหน้าที่เป็น “คนแก่” ที่จะแค่ขุดคุ้ยประวัติสถาบันมาเล่าเพียงเพื่อให้ “มันปาก” ไปวัน ๆ แต่ผมกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า “การค้นหาร่องรอยเพื่อปลุกเร้าอุดมการณ์”….ผมเชื่อครับว่า การที่เรารู้จักปูมประวัติของเราเอง การที่เราซึมซับที่มาที่ไปของสถาบันที่สร้างพวกเรามา จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการปลุกเร้าอุดมการณ์ของการเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ….ผมก็เลยเอาบทความที่เขียนโดยท่าน พล.ต.จ.มงคล จีระเศรษฐ…ผมเขียนไม่ผิดหรอกครับ พล.ต.จ. อ่านว่าพลตำรวจจัตวา ซึ่งปัจจุบันก็คือ พันตำรวจเอกพิเศษนั่นแหละครับ …ท่านได้เขียนไว้ในวารสารตำรวจ ฉบับวันตำรวจ ปี พ.ศ.2499 ซึ่งเป็นปีที่กรมตำรวจมีอธิบดีกรมตำรวจที่ชื่อ “พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์”

    บทความที่ผมเอามาลง เป็นแค่บางส่วนของบทความที่ชื่อ “โรงเรียนนายร้อยตำรวจแห่งประเทศไทย” ซึ่งมีความยาวหลายสิบหน้า แล้วไง ผมจะขวนขวายเอามาลงให้อ่านกันเพ่ิมเติมในโอกาสต่อไปนะครับ  สำหรับวันนี้ขอเชิญท่านที่เป็นตำรวจ ไม่ใช่ตำรวจ จะเกลียดตำรวจ จะรักตำรวจ ก็ขอเชิญหาความสำเริงสำราญกับบทความที่ผมตัดลอกมานำเสนอในวันนี้ เผื่อว่า….พวกเราจะได้มีความเข้าใจในความเป็นมาเป็นไปของ “ตำรวจไทย” มากขึ้น…เรียนเชิญขอรับ

    เอาหล่ะครับ..วันนี้คงพอหอมปากหอมคอแค่นี้ก่อน แต่ก่อนจากกัน ผมอยากฝากเพลงให้ฟังซะหน่อยครับ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของปูมประวัติโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ก็คงจะเป็นเพลงอื่นไปไม่ได้หรอกครับ นอกจากเพลง “สามพราน” เพลงนี้ เป็นเสมือนเพลงสัญญลักษณ์ของโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ประพันธ์ทำนองโดยศิลปินแห่งชาติ ครูเอื้อ สุนทรสนาน และประพันธ์คำร้องโดยครูศรีสวัสดิ์ พิจิตรวรการ ซึ่งในเวอร์ชั่นที่ผมจะนำมาเสนอให้ฟังกันนี้ สมัยผมเป็นผู้กำกับอยู่ที่ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ (ดุริยางค์ตำรวจ) ผมได้ให้ลูกน้องเรียบเรียงเสียงประสานขึ้นมาใหม่ และนำออกบันทึกเทปในรายการดนตรีกวีศิลป์ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2552 …ในคลิปด้านล่างนี้ผมจะมีแถมให้อีกเพลงครับ ชื่อเพลง “มีแต่เราเฝ้าถนน” ประพันธ์คำร้องโดยอดีตอธิบดีกรมตำรวจ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา…แต่หากมีบทสัมภาษณ์กระผมติดไปบ้าง ก็ทน ๆ ดูกันหน่อยแล้วกันนะครับ บังเอิญเป็นคลิปที่ติดมาทั้งพวง จากรายการดนตรี กวี ศิลป์ ทางสถานี Thai PBS เค้าหน่ะครับ…อิอิ

  • มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์

    มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์

    เกียรติตำรวจของไทย เกียรติวินัยกล้าหาญมั่นคง…..ท่อนหนึ่งของเพลงที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์” ที่คนทั่วไปมักจะเรียกกันติดปาก จนกลายเป็นชื่อจริงของเพลงนี้ไปแล้วว่า “มาร์ชตำรวจ”

    แต่จะมีซักกี่คนที่จะรู้ที่มาที่ไปของเพลงนี้ ว่าใครกันหนอ ช่างบรรจงแต่งเนื้อเพลง ใครกันหนอช่างเข้าใจแต่งทำนอง จนเรียกได้ว่า เพลงนี้เป็นอีกหนึ่งเพลงอมตะของฟ้าเมืองไทย ซึ่งไม่ว่าจะตำรวจ หรือไม่ตำรวจก็ต้องรู้จัก ต้องร้องได้ หรือพอจะร้องเพลงนี้ได้บ้าง

    บางคนบอกว่า เพลงนี้น่าจะแต่งขึ้นในสมัยที่เรามีผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก เนื่องจากในเนื้อเพลง หากลองสังเกตดูดี ๆ จะมีคำว่า “ประชา” เยอะมาก….เช่น …เข้าประจันเหล่าร้ายเพื่อ”ประชา” , ….เพื่อให้”ประชา” ดำรงสุขสถาพรชัย,…ช่วย”ประชา” ไม่ว่าหนไหน,…เราอยู่ไหน”ประชา”อุ่นใจทั่วกัน,…แล้วงี้จะไม่ให้เชื่อได้ไงว่าเพลงนี้แต่งสมัยผบ.ตร.ชื่อ พล.ต.อ.ประชา ฯ….(ฮา !)

    วันนี้ผมมีโอกาสไปขุดค้นร่องรอยประวัติศาสตร์ และได้ร่วมวงสนทนาคุยกับท่าน ศาสตราจารย์“วิกิพีเดีย” ซึ่งในโลกใบนี้ ท่านอาจารย์วิกิ นี่แหละ ที่ทำหน้าที่เหมือนอับดุลย์ คือ “รู้ทุกเรื่อง” …ท่่านอาจารย์วิกิ เล่าให้ผมฟังว่า….”

    เพลงมาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์ หรือมาร์ชตำรวจนั้น ประพันธ์ทำนองโดยครูนารถ ถาวรบุตร และเนื้อร้องโดยครูแก้ว อัจฉริยกุล โดยแต่งขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2500

    นอกจากนั้น ชรินทร์ นันทนาคร นักร้องระดับตำนานได้เล่าไว้ในคอลัมน์หกแยกบันเทิง ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เมื่อปีพ.ศ.2539 ไว้ว่า ครูนารถ ถาวรบุตร แต่งเพลงนี้ขึ้นโดยคำสั่งของพลตำรวจเอกเผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องแพ้เพลงมาร์ชกองทัพบกไม่ได้เป็นอันขาด ซึ่งท่านก็สามารถแต่งสำเร็จได้ในเวลาไม่นานนัก ปรากฏว่าพลตำรวจเอกเผ่าประทับใจกับผลงานชิ้นนี้มาก โดยเฉพาะเนื้อร้องในท่อน “เกิดมาแล้วต้องตาย ชาติชายเอาไว้ลายตำรวจไทย…” ถึงกับมอบรางวัลให้ครูนารถเป็นเงินปึกหนึ่ง พร้อมเขียนคำชมลงในกระดาษ มีนามบัตรและลายเซ็นส่วนตัว ซึ่งเขียนไว้ว่า “สำหรับครู เอาไว้ให้ตำรวจดู เวลาครูเล่นไพ่

    ในบทความดังกล่าว ชรินทร์ยังระบุว่า ครูนารถได้เล่าเรื่องการแต่งเพลงนี้ให้ชรินทร์ฟังในภายหลังอย่างติดตลกด้วยว่า “ฉันไม่อยากแต่งเลยวะ ชรินทร์ เพราะฉันไม่ค่อยชอบตำรวจ มันมาจับฉันเรื่อย เวลาฉันเล่นไพ่”….

    ฟังประวัติเพลงมาซะยืดยาวแล้ว…หลายคนคงอยากจะฟังฉบับเต็ม ๆ แล้วหล่ะซิครับ….เอาเป็นว่า เดี๋ยวผม “จัดเต็ม”ให้เลยครับ แต่เวอร์ชั่นที่ผมจะเอามาให้ฟังนี้ เป็นเวอร์ชั่นที่ผมดัดแปลงนิดหนึ่ง ซึ่งระหว่างที่ผมดำรงตำแหน่ง “ผู้กำกับการ ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ” เมื่อสักปีพ.ศ.2550 หรือว่า 2551 นี่แหละครับ ช่วงนั้นพวกเราได้มีโอกาสนำวงไปออกอากาศที่สถานีโทรทัศน์”Thai PBS” เนื่องในวันตำรวจ ผมก็เลยให้เอาบทอุดมคติตำรวจ มาต่อที่ส่วนหัวของเพลง นัยว่า เพื่อเป็นการ “ตอกย้ำ” อุดมการณ์ในการเป็น “ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์” ซึ่งฟังดูก็เข้าท่าทีครับ

    เอาหล่ะครับ ยืดยาดเยิ่นเย้อมานาน มาลองฟังเพลง “มาร์ชพิทักษ์สันติราษฏร์” ฉบับล่าสุด จากการขับร้องบรรเลง โดยนักดนตรีและน้อง ๆ เยาวชนดนตรี จากกองดุริยางค์ตำรวจ (ชื่อเป็นทางการคือ “ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ”) รวมทั้งนักร้องจากชมรมดนตรีสากลโรงเรียนนายร้อยตำรวจ กันดีกว่าครับ แล้วไงขอให้บทเพลง ๆ นี้ มีส่วนสำคัญในการปลูกฝัง หรือว่า เรียกกลับคืน ส่ิงที่เรียกว่า “อุดมการณ์” ของคนเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฏร์  เพื่อให้ประชาชน ที่เค้าเป็น “นายจ้าง” ตัวจริงของพวกเรา ได้รับในส่ิงที่ท่อนหนึ่งของบทเพลงที่เขียนไว้ว่า “เราอยู่ไหนประชาอุ่นใจทั่วกัน” อย่างแท้จริงด้วยเถอะครับ

  • เกียรติศักดิ์ทหารเสือ

    เกียรติศักดิ์ทหารเสือ

    เสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2555 …ผมได้รับว่าจ้าง  เอ๊ย ! ได้รับการร้องขอให้ช่วยไปเป็นพิธีกรในงานพระราชทานเพลิงศพผู้ใหญ่ท่่านหนึ่ง ที่วัดโสมนัสวิหาร ….เดิมที ผมทำท่าที “อิดเอื้อน” ด้วยว่าติดธุรเกี่ยวกับลูก แล้วที่สำคัญ ผมกำลังพยายาม “Rebranding” ตัวเอง ไม่ให้คนทั่วไปติดภาพ “มือถือไมค์ ไฟส่องหน้า” ของผม ท่ีจะว่าไปแล้วตอนนี้มันกลายเป็น Brand ประจำตัวไปซะแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าก่อนหน้านี้ ได้รับการแต่งตั้งไปอยู่ในหน่วยดนตรี และตอกย้ำด้วยการเป็นรองผู้การที่กองสารนิเทศ แล้วบังเอิญ ผมเล่นสมบทบาทเกินไปหน่อย ผู้คน โดยเฉพาะผู้ใหญ่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็เลยคิดว่าผมเป็น “ตัวจริง” ในแนวทางนี้

    แต่ก็เอาหล่ะครับ…ได้รับบทบาทไหน ก็พยายามเล่นบทบาทนั้นให้ดีที่สุด ผมว่าน่าจะถูกต้องแล้วหล่ะครับ..วกกลับมาที่เรื่องเดิมดีกว่า …ในที่สุดผมก็ตกปากรับคำที่จะเป็นพิธีกรในงานพระราชทานเพลิงศพท่านผู้ใหญ่ดังกล่าว ซึ่งก็คือท่่าน พล.ท.สัณห์ พิสุทธิ์ศักดิ์  ด้วยว่าท่านเป็นทั้งบิดาและเป็นคุณพ่อภรรยา ของผู้ใหญ่ที่ผมเคารพรักหลายท่าน อาทิ ท่านพล.ต.ต.วรเดช พิสุทธิ์ศักดิ์ (พี่ต้อ, นรต.27), พล.ต.ท.พิสิฏฐ์ พิสุทธิ์ศักดิ์ (พี่ต้อย,นรต.32), พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ (ที่ปรึกษา สบ.10)….ซึ่งทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดีหล่ะครับ ผมเตรียมตัวศึกษาข้อมูล และซักซ้อมทำความเข้าใจขั้นตอนพิธีการต่าง ๆ มาเป็นอย่างดี แต่ก็ยังอดที่จะประหม่าไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ผ่านงานลักษณะเดียวกันนี้มาไม่น้อย…จะไม่ให้ประหม่าได้ไงหล่ะครับ ก็งานระดับชาติอย่างนี้ ผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง มาร่วมงานกันเต็มไปหมด

    แต่ประเด็นที่ผมอยากจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็คือเรื่องดนตรี และเพลง ที่เจ้าภาพจะใช้ประกอบในงานครับ นัยว่าเพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้วายชนม์ ที่เมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่ ใช้บทเพลงเป็นเครื่องมือในการสร้างอุดมการณ์ให้ชีวิต โดยเฉพาะชีวิตคนในเครื่องแบบนายทหารแห่งกองทัพบกไทย….แน่นอนหล่ะครับ ผมซึ่งเคยเป็นอดีตผู้กำกับการ กองดุริยางค์ตำรวจ (ฝ่ายดนตรี กองสวัสดิการ สำนักงานกำลังพล….ชื่อแบบเป็นทางการ ซึ่ง…ยาวมากกกก) ก็ได้รับคำสั่งให้ไปเจรจาต้าอ้วย กับประดานักดนตรี ลูกน้องเก่า ให้เล่นเพลงที่ท่านเจ้าภาพอยากให้เล่น โดยเฉพาะในช่วง Highlight ของงาน  และที่สำคัญ มีเวลาตั้งตัวเจรจาความกันไม่ถึง 24 ชั่วโมง ด้วยว่าก่อนหน้านี้ เจ้าภาพจะใช้วงดนตรี จากดุริยางค์ทหารบก แต่ติดขัดปัญหาทางเทคนิคบางประการ ก็เลยเปลี่ยนมาใช้ดุริยางค์ตำรวจแทน

    แรก ๆ นักดนตรีลูกน้องเก่า ทำท่า “มีปัญหา” ด้วยว่า เพลงสำคัญที่ท่านเจ้าภาพต้องการให้เล่น นักดนตรีไม่มีโน้ต และไม่เคยเล่น ไม่เคยรู้จักมาก่อน …แต่ก็ด้วยความที่ผมได้รับมอบหมายมาแล้ว และก็พอจะ “รู้ทาง” บรรดาลูกน้องเก่าเหล่านี้ ในที่สุดทุกอย่างก็เป็นไปได้ และเป็นไปได้ด้วยดีแบบที่ผมก็ต้องแอบปลื้มกับความเก๋า ความเก่ง ของลูกน้อง เพื่อนร่วมงานเก่าของผมอยู่ไม่น้อย

    ในบรรดาบทเพลง Request ของเจ้าภาพ มีอยู่เพลงหนึ่งครับ ที่แม้ขณะนี้ งานผ่านไปได้ 2 วันแล้ว เสียงของบทเพลงนี้ยังคงก้องอยู่ในโสตประสาทของผมอยู่ตลอดเวลา ….พี่ต๋อย ภรรยาของท่าน พล.ต.อ.วุฒิ ลิปตพัลลภ ซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็กของท่าน พล.ท.สัณห์ ฯ เล่าให้ผมฟังว่า คุณป๋า (พล.ท.สัณห์ ฯ) ขณะยังมีชีวิตอยู่ ท่านมีความผูกพันกับเพลงนี้มาก ท่านเขียนเนื้อร้องของเพลง ซึ่งเป็นบทโคลงในพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ไว้ในสมุดไดอารีส่วนตัวของท่าน และหยิบขึ้นมาอ่่านเพื่อเป็นการตอกย้ำอุดมการณ์รักชาติ อุดมการณ์ของนายทหารแห่งกองทัพบกไทย อยู่ตลอด….ผมได้ฟังประวัติ ของท่านพล.ท.สัณห์ ฯ จากบรรดาลูก ๆ หลาน ๆ ของท่าน ประกอบกับได้ไปทำการบ้านสืบค้นประวัติของท่านมาด้วยอีกส่วนหนึ่ง ก็ยิ่งรู้สึกประทับใจใน “ลีลาการดำเนินชีวิต” ของท่าน ที่ท่านใช้บทเพลงหลาย ๆ บทเพลง เป็นเครื่องมือดำเนินชีวิตของท่าน ทำให้ชีวิตของท่าน แม้จะจากไปแล้ว ยังคงถูกบันทึกในประวัติศาสตร์ ว่าท่านเป็น “คนดี” ที่สมควรแก่การยกย่อง ท่านหนึ่ง

    วันนี้ผมก็เลยอยากจะนำบทเพลงที่ว่านั้น มาแนะนำให้หลาย ๆ ท่านได้ฟังกัน ซึ่งจะว่าไปแล้ว สมัยผมเป็นนักเรียนเตรียมทหาร และนักเรียนนายร้อยตำรวจ เราก็เคยร้องกันอยู่เป็นประจำในเวลาวิ่งตอนเช้า ๆ ….แต่เวอร์ชั่นที่ผมจะนำมาแนะนำให้ท่านฟังนั้น เป็นเสียงร้องของคุณสันติ ลุนเพ่…เจ้าพ่อเพลงปลุกใจ….เพลงนี้ประพันธ์ทำนองโดยศิลปินแห่งชาติ ครูสง่า อารัมภีร์ และครูสุนทรียา ณ เวียงกาญจน์ ส่วนเนื้อเพลง นำมาจากโคลงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 เพลงนี้ชื่อว่าเพลง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ” …ซึ่งผมอยากจะแนะนำให้ท่านลองฟังเพลงนี้ ในห้องเงียบ ๆ ที่มีเครื่องเสียงคุณภาพดี ๆ หรืออาจจะใส่หูฟัง ฟังจากเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์พกพาอะไรก็ได้นะครับ…แล้วท่านจะค้นพบอะไรบางอย่าง ซึ่งผมเชื่อว่า “อะไรบางอย่าง” นั้น ท่านพล.ท.สัณห์ พิสุทธิ์ศักดิ์ และพี่น้องทหาร ตำรวจ รวมถึงผู้เสียสละเพื่อชาติหลาย ๆ ท่าน ได้ค้นพบมาแล้ว…..สิ่งนั้นถูกเรียกกันว่า “อุดมการณ์” ครับ….

    คลิกฟังเพลง “เกียรติศักดิ์ทหารเสือ”  จาก Youtube ด้านล่างนี้เลยครับ