หมวดหมู่: Police Story

  • CND@Vienna 2020

    CND@Vienna 2020

    หน้าศูนย์ประชุม VIC Vienna International Center

  • ADEC  @ Tokyo 2020

    ADEC @ Tokyo 2020

    17-21 กุมภาพันธ์ 2563 ประชุม Asia-Pacific Operation Drug Enforcement Conference (ADEC-25) ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ผู้ร่วมประชุม 38 กับอีก 6 องค์กร …ว่ากันว่า ผู้เข้าร่วมประชุมหายไปเยอะมาก เนื่องจากพิษไว้รัส COVID-19

    แอ๊คชั่นถ่าย ภายในห้องประชุม

    บรรยากาศการประชุม “ซีเรียส” เอาจริงเอาจัง ต่างคนต่างเอาเรื่อง เอาประสบการณ์การปราบปรามยาเสพติดของประเทศตัวเอง มาเล่าสู่กันฟัง

    Team Thailand ถ่ายกับ ผบ.ตร.ญี่ปุ่น

    สำหรับผมเเอง ครั้งนี้ก็ได้รับมอบหมายให้มาเล่าเรื่องการปราบปรามยาเสพติดของ “กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) …มาคราวนี้ ประเมินตัวเองว่า “สอบไม่ผ่าน” เนื่องจากเนื้อหาที่เตรียมมา ยังไม่หนักแน่นพอ

    สหาย ไทย เมียนม่า ลาว

    ญี่ปุ่นช่วงเวลานี้ อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 10 องศาเศษ ๆ …ก็หนาวเอาการอยู่ การตื่นตัวของคนโตเกียว กับการระบาดของไวรัส COVID-19 ดูเหมือนจะยังไม่ค่อยมีให้เห็นเท่าไหร่ ซึ่งเดิมวางแผนจะอยู่เที่ยวต่อสัก 2-3 วัน แต่พอดูการตื่นตระหนกในบ้านเราแล้ว ท่าทางจะหนักเอาการอยู่ ก็เลยกลับดีกว่า หลังจากประชุมเสร็จ

    รับของที่ระลึกจาก ผบ.ตร.ญี่ปุ่น

    เอาไว้ หมด COVID-19 แล้วค่อยกลับมาเที่ยวใหม่แล้วกันนะจ๊ะ Tokyo !

    บรรยาย ในที่ประชุม
    บรรยายในที่ประชุม
    หนีหนาวเข้า Starbucks
    อาหารมื้อแรก
    หนีหนาวเข้าร้านกาแฟ
    มีเวลา Shopping แป๊บ
    วัดข้างโรงแรมที่พัก Tokyo Prince Hotel
    ด้านหลังเป็น Tokyo Tower
    ขอแค่นี้..ถือว่าถึงญี่ปุ่น
    มื้อสุดท้ายในโตเกียว
  • โฆษกตำรวจกับสื่อสังคมออนไลน์

    โฆษกตำรวจกับสื่อสังคมออนไลน์

    SocialMediaForPoliceSpokePerson from Pol.Maj.Gen.Yingyos Thepjumnong PhD

    วันพุธที่ 7 สิงหาคม 2562 มีโอกาสมาสนทนาวิสาสะ กับตำรวจที่ทำหน้าที่ “โฆษก” จากหน่วยงานระดับกองบังคับการ และกองบัญชาการ ทั่วประเทศ ที่โรงแรม The Siamese Hotel Pattaya จัดโดยกองบัญชาการศึกษา

    หัวข้อที่นำมาพูดคุยกัน และจะนำไปสู่การทำ Work Shop เป็นประเด็นที่วันนี้ ถ้าคนเป็นโฆษก ไม่รู้จัก ไม่อยากยุ่ง ถือว่าหน้าที่โฆษก “บกพร่อง”

    งานนี้ ได้รับความอนุเคราะห์ จากสหายเก่า “ชีพธรรม คำวิเศษณ์” ผู้ที่ช่ำชอง คร่ำหวอดอยู่กับวงการสื่อสังคมออนไลน์ อุตส่าห์เสียสละเวลามาพูดคุยกับพวกเราในวันนี้ด้วย

    ขอบคุณที่ให้โอกาสพวกเราร่วมกันสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแน่นอนพี่น้องประชาชน…ของพวกเรา

    ร้กนะ จุ๊บ ๆ

  • นักสืบกับสื่อมวลชนสัมพันธ์

    นักสืบกับสื่อมวลชนสัมพันธ์

    นักสืบกับสื่อมวลชนสัมพันธ์ from Pol.Maj.Gen.Yingyos Thepjumnong PhD

    วันพุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 วันหยุดเข้าพรรษา แต่ภารกิจไม่หยุด ผมได้รับคำชักชวนจาก”พี่หนึ่ง” พ.ต.อ.เขมรินทร์ หัสศิริ รองผู้บังคับการอำนวยการ ตำรวจภูธรภาค 8 พี่ที่เป็นอดีตนักเรียนปกครอง สมัยผมเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ให้มาคุยกับน้อง ๆ นักสืบระดับผู้กำกับการ และรองผู้กำกับการ ซึ่งมาเก็บตัวรับความรู้จากกูรูระดับโลก จากหน่วยงานสืบสวนระดับตำนาน FBI แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งความจริงเรื่องที่ผมมาพูดคุยกับน้อง ๆ นักสืบ อาจไม่อยู่ในหลักสูตรของ FBI โดยตรง แต่มันเป้นดั่ง “อาหารเสริม” ที่ผู้ดูแลหลักสูตรจัดมาให้นักเรียน ก็เลยจำเป็นต้องมานั่งคุยกันในภาคกลางคืน ของวันหยุด

    และเพื่ออำนวยความสะดวก กับน้อง ๆ ที่เข้ามาเรียนในหลักสูตรนี้ และเพื่อเป็นการลดการตัดไม้ทำลายป่า ไม่ต้องมานั่งจดเนื้อหาใส่กระดาษ…. 555 ก็เลยอยากจะอำนวยความสะดวกด้วยการนำสไลด์ประกอบการพูดคุยมาโพสต์ไว้ให้น้อง ๆ เผื่อว่าอาจจะนำไปใช้ประโยชน์ได้บ้าง

    ก็ขอเชิญบรรดาน้อง ๆ นักสืบนำความรู้ที่ได้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์กับงานในหน้าที่ด้วยนะครับ

    รักนะ จุ๊บ ๆ

    นักสืบกับสื่อมวลชนสัมพันธ์ from Pol.Maj.Gen.Yingyos Thepjumnong PhD

  • สื่อสังคมออนไลน์กับ การปฏิบัติการข่าวสาร สำหรับนักบริหาร

    สื่อสังคมออนไลน์กับ การปฏิบัติการข่าวสาร สำหรับนักบริหาร

    https://www.slideshare.net/yingyos/ss-139177963

    สไลด์ประกอบคำบรรยาย เรื่องสื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารสำหรับผู้บริหาร หลักสูตรนักบริหารมหานคร รุ่นที่ 14 วันอังคารที่ 2 เมษายน 2562 ณ ห้องศูภมิตร โรงแรมรอยัลปริ๊นเซส หลานหลวง


  • สื่อสังคมออนไลน์กับสถานการณ์รอบไทย-สถานการณ์รอบโลก

    สื่อสังคมออนไลน์กับสถานการณ์รอบไทย-สถานการณ์รอบโลก

    หากย้อนหลังไปสัก 20 ปีที่แล้ว ช่วงเวลาแห่งการหาเสียงเป็นกอบโกยของธุรกิจสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณาหาเสียง เครื่องเสียง รถขยายเสียง หรือหากยกระดับขึ้นมาสักหน่อย ก็คงเป็นพวกบริษัทออร์แกไนเซอร์….แต่ในวันนี้ ใครจะคิดว่า ธุรกิจที่ลืมตาอ้าปากได้จากการรณรงค์เลือกตั้ง จะต้องประสบปัญหาอย่างหนัก เนื่องจากผู้เล่นรายใหม่ ที่ชื่อ Social Media ได้เข้ามาทำหน้าที่นั้นเกือบจะทั้งหมดก็ว่าได้

    ในระดับอินเตอร์หน่อย สมัยอดีตประธานาธิบดีบารัคโอบามา การใช้ Twitter รณรงค์หาเสียง รวมทั้งการใช้ในการสื่อสารกับคนอเมริกันในขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ทำให้การรับรู้ถึงวิธีคิด รวมทั้งผลงานของท่านประธานาธิบดี ส่งตรงไปถึงมือประชาชนทั้งประเทศได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านระบบราชการ และแน่นอนความรวดเร็วในการสื่อสารโดยตรง บวกกับบุคลิกภายนอก เป็นคนหนุ่มที่ดูกระฉับกระเฉง ภาพโดยรวมของท่านประธานาธิบดีโอบามา จึงเป็นภาพของคนรุ่นใหม่ที่ดูทันสมัย ประเด็นใดที่จะเป็นประเด็นปัญหา ก็สามารถชี้แจงได้โดยตรง และในทางกลับกัน สามารถหยั่งรู้ถึงความรู้สึกนึกคิดของคนในสังคมได้โดยตรง ซึ่งความป๊อบปูล่าร์ ทันสมัย ดูเป็นกันเองเช่นนี้ จึงทำให้มีผู้ติดตามท่านประธานาธิบดีโอบามา ณ วันนี้มากกว่า 100 ล้านคน และดูจะเป็นนักการเมืองที่มีผู้ติดตามในทวิตเตอร์ มากที่สุดในโลกเสียด้วย

    มาที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริการคนปัจจุบัน นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่หลายคนไม่นึกไม่ฝันว่านักการเมืองฝีปากกล้า แสดงออกหลาย ๆ เรื่องในลักษณะ “ขวานผ่าซาก” ว้นนี้จะได้รับเลือกจากคนอเมริกันให้มาทำหน้าที่ผู้นำประเทศกับเขาได้เหมือนกัน แน่นอนว่า การรณรงค์หาเสียงของคุณทรัมป์ คงไม่ได้เดินเคาะประตูบ้านเหมือนกับการเลือกตั้งส.ส.ในบ้านเรา การพบปะผู้คนตามเวทีดีเบตก็ตาม ตามเวทีปราศรัยใหญ่ของพรรคก็ตาม ซึ่งเป็นการรณรงค์แบบดั้งเดิมก็คงต้องเดินหน้าไป แต่การรณรงค์พูดนโยบายแบบถึงตัวคนอเมริกันโดยผ่าน ทวิตเตอร์ เป็นสิ่งที่คุณทรัมป์ แกมีความชำนาญไม่น้อยไปกว่านักการเมืองคนใดในโลกเหมือนกัน และเพราะความที่แกเป็นนักการตลาดระดับหมื่นล้านมาก่อน มีหรือว่ากลยุทธ์ในการสรรหาข้อความ สรรหาภาพที่กระแทกใจคน จะน้อยหน้าคนอื่น ๆ และการทวีตของแกก็ใช่ว่าจะจบแค่เรื่องการรณรงค์หาเสียง การใช้ชีวิตประจำวันของแก ไม่ว่าจะเรื่องอะไร สังคมโลกเป็นต้องเห็นความเคลื่อนไหวของแกผ่านสื่อสัญลักษณ์นกสีฟ้านามทวิตเตอร์ กระทั่งเรื่องราวที่ค่อนข้างจริงจัง อย่างนโยบายต่างประเทศ บางครั้งก็ยังถูกคุณทรัมป์ ระบายลงไปผ่านทวิตเตอร์ ด้วยตัวแกเองไม่ต้องผ่านคณะทำงานกลั่นกรองข้อมูลให้เมื่อย ซึ่งจะว่าไปแล้วก็เสมือนความจริงใจของท่านประธานาธิบดีในทุกเรื่อง ที่ส่งตรงถึงมือประชาชน ผ่านทวิตเตอร์ ซึ่งระดับเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจอย่างแก คงคิดดีแล้วแหละครับ ว่าทำอย่างนี้มันกระแทกใจประชาชนดี

    และถึงแม้ว่า ยอดคนติดตามคุณทรัมป์ในทวิตเตอร์ จะมีมากไม่เท่ากับโอบาม่า แต่กับจำนวน 50 กว่าล้านผู้ติดตาม ซึ่งไม่ใช่น้อยเลยสำหรับนักการเมืองอายุอานามเกิน 60 อย่างทรัมป์ ก็ถือได้ว่าไม่ธรรมดา

    กลับมาที่เมืองไทยบ้าง ถึงแม้ว่าเพิ่งผ่านสงครามการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งกันมา และจะยังมีทีท่าทะเลาะกันไม่เลิก ซึ่งก็คงต้องปล่อยไปตามเวรตามกรรมของคนในประเทศต่อไป ที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งใคร เพราะต่างเป็นคนเก่ง คนดี คนรักชาติด้วยกันทั้งน้านนนน….เรามาพูดเรื่องของเราดีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา แม้ว่าสื่อสังคมออนไลน์ที่ชื่อว่าทวิตเตอร์ จะยังมีการใช้อยู่ในวงจำกัด เนื่องจากยุทธศาสตร์ในการใช้สื่อชนิดนี้ ยังไม่ค่อยมีความชัดเจน ประกอบกับความคุ้นเคยกับเฟซบุ๊ค ที่ครองตลาดเมืองไทยมานานกว่า และโดยที่กรุงเทพมหานครถูกขนานนามให้เป็น “เมืองหลวงของเฟซบุ๊ค” ด้วยเป็นเมืองที่มีสถิติผู้ใช้มากที่สุดในโลก ก็เลยทำให้การใช้เฟซบุ๊คในการรณรงค์ทางการเมือง รวมทั้งสื่อยอดนิยมในเมืองไทยตัวอื่น เช่นยูทูป หรือไลน์ ยังคงเป็นที่นิยมมากกว่า

    อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ซึ่งสื่อสังคมออนไลน์คงทำหน้าที่ได้เข้มข้นขึ้น และการกำหนดยุทธศาสตร์ การใช้สื่อชนิดนี้น่าจะมีความชัดเจนขึ้น ถูกกาละเทศะมากขึ้นแล้ว ทวิตเตอร์ น่าจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในบางสถานการณ์ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งหากเปรียบทวิตเตอร์ ก็น่าจะเป็นสื่อที่ทำหน้าที่คล้ายกับเครื่องบินรบ ที่มีวิถีการยิงที่เร็ว แรง และแม่นยำกับเป้าหมาย ภารกิจสำคัญบางอย่างที่อยากให้ได้ผลตอบรับหรือการรับรู้ที่เร็วและแรง ทวิตเตอร์น่าจะทำหน้าที่ของมันได้ดีกว่า แต่หากต้องการผลแบบซึมลึกไม่รีบร้อน แต่ได้ปริมาณในวงกว้าง เฟซบุ๊ค หรือยูทูป ก็คงต้องรับหน้าที่เช่นนี้ต่อไป เป็นต้น

    บทสรุปในเรื่องนี้ก็คือ ประเทศเราก็คงหนีไม่พ้นกับการเปลี่ยนวิธีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารโดยใช้เครื่องมือที่ชื่อ Social Media ซึ่งความสำเร็จในหลาย ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ การค้า การบันเทิง สังคม และโดยเฉพาะการเมือง ก็มีให้เห็นในหลายประเทศมาแล้ว และแนวโน้มลักษณะนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเปิด ทั้งเปิดรับเทคโนโลยี ความก้าวหน้าแบบเต็มรูปแบบ แบบไร้ขีดจำกัดเช่นนี้ มันก็คงหลีกไม่พ้น เหมือนอย่างหลาย ๆ ปรากฎการณ์ที่ผ่านมา ปัญหาอยู่ที่ว่า เราจะเตรียมตัวใช้ปรากฎการณ์ทางสื่อแบบนี้แบบผู้ชนะ ที่สามารถควบคุมสื่อและใช้ประโยชน์มันได้อย่างเต็มที่ หรือจะเป็นเพียงผู้เสพ ที่ทำหน้าที่นำเข้าข้อมูลเพื่อความบันเทิง เพื่อความสะใจ หรือเพื่อสร้างความแตกแยกในบ้านเมืองต่อไป….ลองตรองดูเถิด