หมวดหมู่: Police Story

  • ประเทศไทย ณ พ.ศ.2562 กับการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ (Social Media)

    ประเทศไทย ณ พ.ศ.2562 กับการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ (Social Media)

    ประเทศไทย 25 มีนาคม 2562 ผ่านพ้นวันเลือกตั้งทั่วไปมา 1 วัน หลังจากอัดอั้นตันใจมาเกือบ 8 ปี…อนิจจา เด็กสิบขวบในวันนั้น ที่ยังไม่รู้ประสีประสา ในวันที่น้ำท่วมกรุงเทพ ฯ​ครั้งใหญ่ ใครเป็นใครก็คงยังไม่มีโอกาสรู้จัก ถ้าจะมีภาพจำบ้างบางส่วน ก็น่าจะยังได้เห็นผู้หญิงวัยกลางคนกว่า ๆ หน้าตาสะสวย กับชายหนุ่มวัยใกล้เกษียณ แต่ยังดูกระฉับกระเฉง แต่งกายคล้ายทหาร ยืนทำสีหน้าคล้ายกับเป็นทุกข์ร้อน อยู่บนท้ายกระบะรถขนส่งแบบทหาร แล้วค่อย ๆ เคลื่อนที่ฝ่ากระแสน้ำ เข้าไปแจกข้าวของ ถุงยังชีพ ให้กำลังใจพี่น้องประชาชนสองข้างทางที่กำลังสาปแช่งภัยธรรมชาติที่มาเยือนโดยมิได้เชื้อเชิญ

    ภาพที่เห็น หากไม่ต้องมีคำบรรยาย การตีความตามภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมาทางสื่อ น่าจะตีความ หญิงสาวหน้าตาสะสวยนางนั้น กับชายฉะกรรจ์มาดสุภาพบุรุษในชุดเขียวน่าจะมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ช่วยกันคนละไม้คนละมือ ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังตกทุกข์ได้ยาก และแน่นอน ภาพดังว่าเป็นการทำงานร่วมกันในภารกิจแรก ๆ ของการก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย แบบงง ๆ จะตั้งใจหรือเปล่าหรือมีคนจัดสรรให้ไม่ทราบแน่ แต่ที่แน่ ๆ ภาพ ๆ เดียวที่ถูกตีความในการทำงานอย่างขะมักขะเม้นกับท่านผู้นำกองทัพ ทำเอากองเชียร์ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรก มั่นใจได้เลยว่าการบ้านการเมืองช่วงต่อจากนั้นจะต้องสงบเรียบร้อย และเกิดความร่วมมือที่ดีระหว่างการเมืองกับกองทัพ ซึ่งจากประวัติศาสตร์ความเป็นชาติไทย หากทั้งสองส่วนเข้ากันไม่ได้เหมือนน้ำกับน้ำมันบ้านเมืองคงไม่ราบรื่นเป็นแน่

    วันชื่น คืนสุข….555

    จากบทเรียนข้างต้น เพียงแค่ภาพ ๆ เดียวก็อาจทำให้มูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้น พุ่งขึ้นกระฉูดแบบที่นักลงทุนในหลายประเทศก็คงรู้สึก งง ๆ กับปรากฏการณ์เช่นนี้ แต่สำหรับสยามประเทศ มันเป็นปรากฎการณ์ที่คนในประเทศเข้าใจได้ ว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งภาพลักษณะดังว่า หากย้อนหลังไปสัก 20 ปี ในวันที่อินเตอร์เน็ต ยังคงเป็นเครื่องมือของคนกลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มเดียว อาการกระเพื่อมไหวจากการเสพภาพก็คงยังไม่เกิดผลกระทบอะไรมากนัก แต่สิบปีให้หลังมานี้ ในวันที่อินเตอร์เน็ต เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของคนในประเทศ และโทรศัพท์มือถือ เป็นอุปกรณ์เสมือนปัจจัยที่หก ที่ไม่ว่าคนจะยากดีมีจน มีสิทธิ์เข้าถึงและใช้ประโยชน์ได้ไม่แพ้กัน และดูจะเป็นเครื่องมือแสดงความเท่าเทียมของการเข้าถึงข้อมูลของพลเมืองโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อาการสั่นสะเทือนจากการเสพภาพเพียงภาพเดียวจึงทำให้เกิดผลกระทบได้อย่างที่คนในอดีตไม่เคยสัมผัสมาก่อน

    มาถึงวันนี้ เรื่องส่วนตัวของศิลปินนักร้องบางคน ที่จะว่าไปแล้วไม่ได้พิสดาลพันลึกเกินเลยไปกว่านิยายปรำปราเรื่องขุนช้างขุนแผน แต่กลับมีคนเข้าไปเสพ เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์ ซ้ำร้ายสถานีโทรทัศน์แทบทุกช่อง วิทยุทุกคลื่น ที่ถือกันว่าเป็น “สื่อแบบดั้งเดิม” ก็ยังเอาข่าวในโลกออนไลน์มาต่อยอด มาวิพากษ์วิจารณ์กันไม่นอยไปกว่าเรื่องนาฬิกาการเมือง 

    เรื่องของคุณป๊อบ ปองกูล หรือที่ฉายาว่า “ป๊อบโลกสองใบ” เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในทุกช่องทางของสื่อกระแสหลัก ทั้งทีวี วิทยุ หนังสือพิมพ์ ซึ่งแหล่งข่าวที่สื่อกระแสหลักเหล่านั้นนำมารายงาน รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ต่อ ก็ไม่ได้มาจากแหล่งข่าวปฐมภูมิ หากแต่เป็นแหล่งข่าวที่มาจากสื่อสังคมออนไลน์เกือบจะทั้งหมด การพาดหัวข่าว หรือการอ่านเปิดหัวของผู้ดำเนินรายการต่างขึ้นต้นด้วยความรู้สึก หรือการวิพากษ์สถานการณ์ของ “ชาวเน็ต”

    ชาวเน็ต….ยุ่งอะไรกับชีวิตชาวบ้านเค้าเนี่ย

    “ชาวเน็ต”….คนพวกนี้เป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงมีอิทธิพลต่อความคิดความอ่านของคนในประเทศ รวมทั้งสื่อกระแสหลักจนเข้ามากินพื้นที่ข่าวการเมืองซึ่งอยู่ระหว่างช่วงชุลมุน เตรียมการเลือกตั้งกันอยู่ แต่ความคิดเห็นของ “ชาวเน็ต”กลับมีพลังมากกว่าเรื่องสำคัญของบ้านเมือง จนถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันในสื่อทุกแขนง….ใช่แล้วครับ เรากำลังอยู่ในยุคที่ทุกคนไม่ว่าจะยากดีมีจน อาชีพไม่เกี่ยว การศึกษาไม่เกี่ยง แต่มีพื้นที่แสดงออก รวมทั้งพื้นที่รับสารอย่างเท่าเทียมกัน มันเป็นการแสดงออกทางประชาธิปไตยแบบเป็นรูปธรรมที่สุดตั้งแต่กำเนิดมนุษยชาติมา

    ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากการมีพื่นที่ในการ “ปล่อยของ” แบบเท่าเทียมกันแล้ว ในทางกลับกัน พื้นที่ “รับสาร” ก็มีความเท่าเทียมไม่แพ้กัน เพียงแต่มีเครื่องมือสื่อสารที่เรียกว่า “สมาร์ทโฟน” ที่สามารถเข้าถึงสัญญาณอินเตอน์เน็ตได้ บรรดาข่าวสาร ไม่ว่าข่าวสารที่เป็นความรู้ ความบันเทิง ความเคลื่อนไหวในบ้านเมือง หรือรอบโลก ก็สามารถดึงมาอยู่ในมือเจ้าของเครื่อง “สมาร์ทโฟน” ได้ทุกที่ ทุกเวลา

    พลเมืองบนโลกใบใหม่ที่ไม่ต้องปรากฎสัญชาติ ไม่ต้องแสดงตัวตน แต่เสียงดังให้คนหวั่นไหวได้

    และถึงตรงนี้อาจสรุปได้ว่า ศควรรษนี้ ได้เปลี่ยน “ระบบนิเวศน์ในการรับรู้ข่าวสารของผู้คนในโลกไปอย่างสิ้นเชิง”  เครือข่ายที่เรียกว่าอินเตอร์เน็ต นอกจากเปลี่ยนวิถีของผู้คนในการสื่อสาร การเชื่อมโยงข้อมูล หรือแม้กระทั่งการทำมาค้าขายแล้ว ยังทำให้ผู้คนบนโลกสามารถเป็นทั้งผู้ส่งสาร ที่ทำหน้าที่ได้ไม่แพ้สถานีโทรทัศน์ วิทยุ หรือสำนักพิมพ์ ได้ไม่แพ้กัน หากเนื้อหาน่าสนใจ และขณะเดียวกัน 

    หากอยากรู้ อยากเรียน หรือมากไปกว่านั้น อยาก “เสือ….” เรื่องอะไร ความรู้บนโลกออนไลน์ ก็มีประเคนให้ไม่เลือกสถานที่ และวันเวลาเช่นกันหากอยากรู้ อยากเรียน หรือมากไปกว่านั้น อยาก “เสือ….” เรื่องอะไร ความรู้บนโลกออนไลน์ ก็มีประเคนให้ไม่เลือกสถานที่ และวันเวลาเช่นกัน

    ปรากฎการณ์นี้ บอกอะไรกับเรา….เรากำลังอยู่บนโลกที่สถานีโทรทัศน์ สถานีข่าว สำนักพิมพ์ สถานีวิทยุ สามารถเกิดขึ้นได้พร้อม ๆ กัน แบบที่เจ้าของสถานีไม่ต้องสอบใบผู้ประกาศ ไม่ต้องลงทุนด้วยเงินลงทุนหลักหลาย ๆ ล้าน ไม่ต้องมีรถถ่ายทอดสด และที่สำคัญ “ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบความถูกต้องของข่าว” แต่สามารถสรรหาอะไรบนโลกมายัดเยียดให้กับคนบนโลกใบนี้ได้แบบพร้อม ๆ กันคราวละหลายล้านช่องสถานีข่าว และในทางกลับกัน เราสามารถหาความรู้บนโลกใบนี้ได้ โดยไม่ต้องสอบเข้าโรงเรียน ไม่ต้องเอ็นทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัย จากแหล่งความรู้ทั่วโลกได้พร้อม ๆ กันหลายล้านแหล่ง…ซึ่งบทสรุปที่ว่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญไปสู่การใช้เครื่องมือที่ชื่อว่า “สื่อสังคมออนไลน์” (Social Media) ในการดำเนินการปฏิบัติการพิเศษบางอย่างที่ถูกเรียกว่า “ปฏิบ้ติการข่าวสาร” หรือ ไอโอ ที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า Information Operations ซึ่งก่อนจะไปถึงเรื่องนี้ ผมขอพามารู้จักของประสิทธิภาพ การทะลุทะลวงข้อมูลของเครื่องมือที่ชื่อว่า สื่อสังคมออนไลน์อีกสักสองสามตอน…แล้วเจอกันนะขอร้าบบบบ



  • ตำรวจกับการวิจัย

    ตำรวจกับการวิจัย

    สไลด์ ประกอบคำบรรยายหัวข้อ การนำการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ  วิชาระเบียบการวิจัยอาชญาวิทยา และการบังคับใช้กฎหมาย หลักสูตรศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบังคับใช้กฎหมาย  คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ภาคการศึกษาที่ 1 ปีการศึกษา 2560 วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 ระหว่าง 13.00-16.00 น. ณ ห้องเรียน 5127 อาคาร 51 ชั้น 2 คณะสังคมศาสตร์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม

    สไลด์ประกอบคำบรรยายนี้ จำเป็นต้องตัดเนื้อหาบางส่วนออก เพื่อความเหมาะสมกับการเผยแพร่ต่อสาธารณะ และเพื่อเป็นการรักษาความลับของทางราชการ

  • อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส

    อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนรักแห่งแจ๊ส

    ค่ำวันเสาร์ที่ 15 กรกฎาคม 2560 19.00 น. ดนตรีตำรวจมีโอกาสไปแสดง ณ พระลานพระราชวังดุสิตอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง ที่ “พวกเรา” ต้องมาทำหน้าที่สำคัญนี้ ที่นี่
    ธีมในวันเสาร์นี้ ผมก็เลยคิดว่าต้องมีความเกี่ยวข้องกับดนตรี ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงโปรด นั่นก็คือดนตรีแจ๊ส ก็เลยเอาเป็นธีมดนตรีแจ๊สเข้ามาเป็นหลักในรายการวันนั้น แต่ก็ไม่ใช่เนื่อหาดนตรีแจ๊สที่หนักหนาอะไร เอาเป็นว่าเป็น “แจ๊สมหาชนแล้วกัน” 555
    แล้วก็อย่างเคย ผมถูกมอบหมายให้มาออกแบบการแสดง ออกแบบดนตรี และควบคุมการผลิตอีกเช่นเคย…งง ๆ กับชีวิตเหมือนกัน ไม่เคยจบด้านการดนตรีโดยตรง แค่เล่นขำ ๆ พอไปวัดไปวาตอนเช้ามืดได้ ไม่เคยจบการแสดงโดยตรง แค่ชอบดูละครของคุณบอย ไม่ได้คุมดนตรีตำรวจโดยตรง แค่ครั้งนึงเค้าแต่งตั้งให้มาเป็นหัวหน้าหน่วยที่นี่ ซึ่งก็ล่วงเลยมาสิบกว่าปีแล้ว ….แต่ทำไมหนอ ชีวิตถึงต้องได้มาป้วนเปี้ยน กับภารกิจนี้….เพราะชีวิต คือชีวี้ดดดดด…ร้องวน ๆ กันปายยยยยยย


  • Koh Mr.SaxMan ที่ผมรู้จัก

    Koh Mr.SaxMan ที่ผมรู้จัก

    13 กค.60…ผมชักชวนน้องรัก เศกพล อุ่นสำราญ…555 พูดชื่อนี้หลายคนอาจจะงง ไม่ใช่ใครที่ไหนครับ โก้ Mr.Saxman นั่นแหละครับ…ผมชวนน้องโก้ให้มาซ้อมเพลง ทำความเข้าใจกัน ก่อนที่จะขึ้นเล่นคอนเสิร์ต “อ้อมกอดผู้พิทักษ์ ในคืนร้กแห่งแจ๊ส” ซึ่งจะจัดให้มีในค่ำคืนวันเสาร์ที่ 15 กค.60 ณ พระลานพระราชวังดุสิต หรือที่ชาวเราทั่วไปเรียกกันว่า ลานพระบรมรูปทรงม้านั่นแหละครับ

    งานนี้…เช่นเคยครับ ผมได้รับ “คำสั่ง” จากบิ๊กแป๊ะ ท่านผบ.ตร.ให้ทำหน้าที่ ออกแบบ-ควบคุม และ “ทำยังไงก็ได้” ให้ออกมาไม่ต้องเยอะ เอาแค่…”ดีที่สุด” ก็พอ…แหะๆ สั่งน้อยไปอะเปล่าคับ ลูกเพ่….”คำสั่งผู้บังคับบัญชา เหมือนพรจากสวรรค์”… คำปฏิญาณที่ผมได้รับการสั่งสอนมาจากเมื่อครั้งเป็นนักเรียนเตรียมทหาร….ทำให้ผมไม่อาจปฎิเสธวาจาสิทธิ์นั้นได้ ว่าแล้ว ในเมื่อลูกพี่ต้องการสิ่งที่ดีที่สุด “โก้ Mr.Saxman” จึงเป็นเป้าหมายแรก ที่ผมต้องติดต่อให้ได้ แต่ปัญหาก็คือ มิสเตอร์โก้น้องรัก ก็เป็นศิลปินคิวทองซะด้วย ไม่รู้ว่าจะมีวาสนาได้น้องโก้มาเชยชมหรือไม่

    เสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน หลังจากที่โทรหลายกริ๊งแล้วไม่รับ ก็เลยสื่อสารโดยนกพิราบ…เอ๊ย Inbox ทาง Facebook …ได้ผลครับ น้องโก้ตอบกลับมาแบบที่กาแฟยังไม่ทันได้หายร้อน และยังไม่ทันได้อธิบายรายละเอียดอะไร ได้แค่คิดว่าจะพูดว่าอะไร น้องโก้ก็ตอบสวนมาว่า “โอเคครับพี่แรก ตกลงผมไปเล่นด้วยครับ”…เฮ้ย พี่ยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย น้องโก้บอกว่า แค่พี่แรกคิดผมก็รู้แล้วว่าจะพูดอะไร….ดราม่ามั่กๆ น้องรัก

    น้องโก้ม้กจะเป็นคนหวานทั้งปาก และการกระทำเสมอ นี่ถ้าเกิดผมเป็นผู้หญิงนะ ผมต้องสอยน้องโก้มาเชยชมแน่ ๆ อิอิ….แล้ววันนี้ วันที่เรานัดแนะกันก็มาถึง น้องโก้หอบซาลาเปา พะรุงพะรัง มาหลายสิบลูก บอกว่าเอามาฝากให้น้อง ๆ ได้กินกันระหว่างซ้อม…แต่ อิอิ เสร็จพี่ไปแล้ว น้องเอ๊ย….นอกจากนั้น ก็ยังหอบเอาผลงานแผ่นซีดีเปล่า …เอ๊ย ซีดีผลงานของน้องโก้ อีกหลายแผ่นมาฝากให้ผม เนื่องจากรู้ว่าผมเป็น “ติ่งตัวจริง” ของ โก้ Mr.Saxman….ขอบคุณมากครับน้องรัก

    ในคอนเสริ์ตครั้งนี้ ผมขอให้น้องโก้ เล่นกับวง Jazz Orchestra ของตำรวจ หลายเพลงด้วยกัน แต่เพลงสำคัญที่ผมเน้นให้น้องโก้ “ต้องเล่น” คือเพลง Memory of You เพลงของน้องโก้เอง แต่ผมให้น้องโก้จินตนาการ ใส่อารมร์ ใส่ความรู้สึกในเพลง Memory of You โดยให้ You ในบริบทของการแสดงครั้งนี้คือ “พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9”  โดยที่ระหว่างน้องโก้บรรเลง บนจอก็จะมีภาพของพระองค์ท่านตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ จนกระทั่ง….สวรรณคต…..แน่นอนครับ ระหว่างซ้อม น้องโก้สะกดอารมณ์พวกเรา ด้วยเสียงกรีดร้องของ Alto Saxophone ตัวเก่ง จนพวกเราหลายคนน้ำตาซึม…นี่ขนาดแค่ซ้อมนะเนี่ย

    อยากจะฟังอารมณ์เพลง Memory of You ของโก้ Mr.Saxman ต้องตามไปฟังกันในวันจริงครับ พี่น้องงงง เย็นวันเสาร์ที่ 15 กค.60 ระหว่างเวลา 19.00-21.00 น. ณ พระลานพระราชวังดุสิต (ลานพระรูปทรงม้า) แล้วยังมีศิลปินคุณภาพใต้ฟ้าเมืองไทยอีกหลายคน อาทิเช่น พี่ปั่น ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว คุณกบ เสาวนิตย์ นวพันธุ์  คุณเท่ห์ อุเทน พรหมมินทร์ รับประกันความสุขโดย…ใครดีหล่ะ อิอิ …บิ๊กแป๊ะ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ครับพี่น้องงงงงง อ้อ …งานนี้ ไม่ต้องจองบัตร ไม่ต้องเสียกะตัง ไปแต่ตัว กะหัวใจ ไปช้าที่นั่งหมดนะเอ้า แล้วสำนักพระราชวังยังได้จัดเครื่องสักการะ พระบรมรูปพระปิยะมหาราชไว้ให้อีกด้วย …ฟรีอีกแระ …นั่งๆ ฟังเพลง คอแห้ง ก็ยังมีน้ำดื่มบริการฟรีอีก แถมถ้าฝนตก บิ๊กแป๊ะ ผบ.ตร.ยังจัดร่ม จัดเสื้อกันฝนให้อีกแหนะ….เอากันเข้าไป เอาใจกันขนาดนี้ ดนตรีคุณภาพขนาดนี้ ไม่ไปเสียใจแย่เลย

    สุดท้ายก็ต้องขอขอบคุณงาม ๆ กับน้ำใจของน้องโก้ และศิลปินทุกท่าน ที่พอรู้ว่าเราจะร่วมกันนำความสุขสู่ประชาชน เราจะร่วมกันรำลึกถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และเรากำลังจะแสดงความจงรักภักดีกับพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ทุกคนไม่รีรอที่จะร่วมแรงร่วมใจกัน ….ซาบซึ้ง ซาบซึ้ง…..

    ไปเชียร์ ไปชม ไปดื่มด่ำความสุขกันให้ได้นะครับ….แล้วเจอกานนนนน !

     

  • ตำรวจสระแก้ว กับบทบาทใหม่ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน

    ตำรวจสระแก้ว กับบทบาทใหม่ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซี่ยน

    หนังสือพิมพ์ตำรวจ (สมาคมตำรวจ) ฉบับ เมษายน 2559 Vol.28