หมวดหมู่: My Police Diary

  • น่องทอง25…เราจะแก่ไปด้วยกัน

    น่องทอง25…เราจะแก่ไปด้วยกัน

    เสาร์-อาทิตย์ ที่ 9-10 มีนาคม 2562  พวกเราพลพรรคเพื่อนเตรียมทหาร 25 พร้อมครอบครัวในนามกลุ่มนักปั่น “น่องทอง 25” มีนัดไปปั่นจักรยานด้วยกันในย่านจังหวัดนครนายก -ปราจีนบุรี ด้วยการชักนำของ เพื่อนตู่ พ.อ.สุรินทร์ ปรึยานุภาพ รองผอ.รมน.จว.นครนายก หัวเรือใหญ่ เจ้าภาพในพื้นที่ ผู้ที่ทุ่มเทสำรวจเส้นทางซ้ำแล้วซ้ำอีก จนมั่นใจว่าเส้นทางนี้ประดาหนุ่มน้อยเตรียมเกษียณอย่างพวกเราต้องประทับใจเป็นแน่ นอกจากสำรวจเส้นทางแล้วยังมีน้ำใจตระเตรียม “ชาเขียว” ไว้ให้พวกเราดื่มกินแก้กระหายภายหลังเหน็ดเหนื่อยจากการปั่น ซึ่งชาเขียวที่พี่ตู่เตรียมมาให้ทำเอาพวกเราดื่มกินกันจนเดินเซไปเซมา ม่ายรู้ว่าแอบผสมอะไรมา แถมยังทำให้พวกเราพักผ่อนนอนหลับได้น้อยลง ด้วยว่าเสพชาเขียวของพี่ตู่เข้าไปแล้วสภาพเหมือนคนเมา นั่งล้อมวงขำกลิ้งกันทั้งคืน

    รูปหมู เอ๊ย รูปหมู่ ผองเพื่อนชมรมน่องทอง ตท.25

    แน่นอนว่าสำหรับมือใหม่อย่างผม ซึ่งไม่เคยออกนอกลู่นอกทางเลย นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาที่บ้านให้มาปั่นกับพวกเพื่อนๆ เตรียมทหาร 25 แบบไม่ต้องกังวัลใจว่าจะไปเถลไถลที่ไหน ด้วยว่าวาจาผู้ชักชวนมาร่วมปั่น ซึ่งก็คือเพื่อนจิ๋ว พล.ต.จิรวัฒน์ พันธ์สวัสดิ์ อดีตผู้ช่วยทูตทหาร ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี นั้นน่าเลื่อมใสยิ่งนัก ก็เลยได้รับโอกาส ปล่อยเสือเข้าป่า เอ๊ย ปล่อยนกออกจากกรง ให้โบยบินไปกับจักรยาน Brompton ป้ายแดงได้อย่างอิสระเสรี

    กับ Brompton ป้ายแดง สีบาดตา ชมพูฟ้า สวนกุหลาบ อิอิ

    ผมมาถึงที่นัดหมายในเวลาเกือบ 17.00 น. ของวันที่ 9 มีนาคม 2562 ซึ่งเกินเวลานัดหมายไปเกือบชั่วโมง ด้วยการจราจรเส้นทางรังสิต นครนายกวันนี้ มันเข้าขั้นวิกฤติเข้าไปทุกที ระยะทางไม่ได้ไกลมากมาย แต่ใช้เวลาเกือบสามชั่วโมง หากว่าช่วงหาเสียงเลือกตั้งนี้ พรรคการเมืองไหนเสนอนโยบายแก้ปัญหาการจราจรถนนสายนี้ได้ ผมทุ่มคะแนนให้ยกครัวเลยนะ..ซิบอกให้

    กับ BMW โดยพี่แอ๊น จยย.คุ้มกัน ซึ่งทำหน้าที่ดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทางได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง

    มาถึงแล้วไม่ให้เป็นการเสียเวลา ผมได้รับการจัดสรรเวลาให้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าพร้อมเตรียมอุปกรณ์ให้เรียบร้อยภายในห้านาที มิเช่นนั้นแล้วเพื่อน ๆ ที่กระสันเตรียมตัวจะออกตัวตั้งแต่เที่ยงจะรุมแดกผมให้เดี้ยงกลับบ้านไปแบบไม่เหลือเยื่อใยในความเป็นเพื่อน ว่าแล้วก็รีบเตรียมเครื่องอุปกรณ์ “คลี่น้อง Brompton” จักรยานพับได้สัญชาติอังกฤษ ซึ่งว่ากันว่าใครได้ลิขสิทธิความเป็นเจ้าของ จะทำให้หน้าตาดูดี บุคลิกน่าเลื่อมใส…สรุปว่าดูดีมีชาติตระกูลขึ้นอีกเยอะ 555….ว่าแล้วก็ขึ้นควบน้อง “บร๊อมทั่น” ในทันทีโดยมิรอช้า (Brompton อ่านออกเสียงว่า บร๊อมทั่น ไม่ใช่ บรอมตั้น…ซึ่งจะทำให้จักรยานไฮโซดูโลโซไปทันที 555)

    ฝูงจักรยาน “น่องทอง25” ต่างล่องลอยไร้กังวลในเส้นทางสุดแสนจะโรแมนติก

    ตลอดเส้นทางการปั่นในช่วงเย็น มุ่งหน้าสู่เขื่อนขุนด่านปราการชล บนเส้นทางเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ อากาศเย็นๆ เป็นใจให้การปั่นของพวกเราในวันนั้นไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยหรือท้อแท้กับเส้นทางกว่ายี่สิบกิโลเมตร ใครคนนึงในกลุ่ม “น่องทอง 25” บอกกับผมไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เราไม่เน้นความเร็ว แต่เราจะไปพร้อม ๆ กัน เก็บเกี่ยวความสุข ความสวยงามระหว่างทางไปด้วยกัน ประหนึ่งว่าได้ทั้งความสุขทางใจ กับสุขภาพที่แข็งแรงไปด้วยกัน เพื่อนบางคนพาครอบครัว พาลูกเล็กมาร่วมกิจกรรมกับพวกเราด้วย ซึ่งเด็ก ๆ เหล่านั้น ก็มุ่งมั่นที่จะไปพร้อม ๆ กับลุง ๆ อา ๆ แบบไม่รู้เหนื่อยเช่นกัน …ใช่แล้วครับมันเป็นความสุขง่าย ๆ มันเป็นทางเดินของชีวิต ที่ดูเหมือนจะธรรมดา ไม่มีพิธีรีตรอง ไม่มีมูลค่ามากมาย แต่เต็มไปด้วยความแช่มชื่นหัวใจ ที่ไม่สามารถซื้อหาได้ด้วยเงิน

    สมาชิก “น่องทอง 25” ในเย็นวันเสาร์ที่ 9 มีนาคม 2562…บันทึกไว้เป็นหลักฐาน…เราจะแก่ไปด้วยกัน

    พวกเราจบกิจกรรมสำรวจเส้นทางยามเย็น ไว้ที่เวลา 18.45 น. หลังจากนัดแนะเวลารับประทานอาหารเย็นกันแล้ว ก็แยกย้ายไปล้างเนื้อล้างตัว เปลี่ยนเสื้อผ้ามาเจอกันอีกครั้ง และจากความเหนื่อยเล็ก ๆ กับเส้นทางไม่ไกลนัก ก็ทำให้หลายคนหิวโซได้เหมือนกัน อาหารหน้าตาบ้าน ๆ กับร้านใกล้ ๆ ที่พัก จึงทำให้หลายคนเหมือนได้ขึ้นสวรรค์…เรารับประทานอาหารเย็นกันจนเวลาใกล้สามทุ่ม ซึ่งจะว่าไปแล้วก็สมควรกับเวลาที่ควรจะไปพักผ่อน เพื่อเตรียมกายเตรียมใจไว้สู้ศึกในวันรุ่งขึ้น แต่ด้วยความที่ “ชาเขียวลังใหญ่” ถูกบรรจงตระเตรียมไว้รองรับบรรดาเหล่าสมาชิก “น่องทอง 25 ” แล้วตั้งแต่ตะวันยังไม่ตกดิน ก็เลยทำให้พวกเราจำเป็นต้องมานั่งล้อมวง ชงชาเขียว เล่าความหลัง ฟังเรื่องขำ กันต่อ

    ล้อมวงกินข้าว เล่าความหลัง เติมพลังหนุ่ม

    ชาเขียว กระป๋องแล้วกระป๋องเล่า ถูกกระชากห่วงพร้อมรินเข้าปากสมาชิกอย่างไม่เกรงใจตับ ทำให้บรรยากาศการสนทนาธรรมท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นใจ เป็นไปอย่างสนุกสนาน หลายคนทนปวดฉี่ ไม่อยากลุกไปไหน เนื่องด้วยกลัวว่าหากตัวไม่ปรากฎในวงชาเขียว จะถูกเหล่าสมาชิกที่เหลือ ลอบแทงหลังทันที 555… ช่วงเวลาในวงชาเขียวกับความสุขเล็ก ๆ ที่ได้อยู่ท่ามกลางสมาชิกเพื่อน ๆ นักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 25 มันทำให้ชีวิตของผมในช่วงนั้น รู้สึกมีคุณค่า อยากมีอายุยาว ๆ เพื่อว่าจะได้ลิ้มรสกลิ่นอายแห่งความสุขเช่นนี้ไปอีกนาน ๆ ซึ่งผมก็เชื่อเหลือเกินว่า พวกเราในกลุ่มก็คงรู้สึกเช่นนั้นเหมือนกับผม…โอ้ว แม่เจ้า ! เผลอแป๊บเดียว ใครคนนึงตะโกนขึ้นมาในวงว่า “ตีหนึ่งแล้วจ้าาาา” ….ตายหล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นตั้งแต่หกโมงเช้า เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนในเส้นทางอีกกว่า 50 กม. …ไม่ง่วงก็ต้องนอน ทุกคนหุนหันพลันลุกจากวงชาเขียวไปแบบไม่เกรงใจกระป๋องชาเขียวที่เหลืออีกมากมายเพื่อไปนอนสะสมพลังไว้สู้ต่อ….เราจะปั่นไปด้วยกัน

    ตรวจสอบสภาพลมยาง “บร๊อมทั่น” ก่อนลงสนามจริง

    06.30 น. ของเช้าวันที่ 10 มีนาคม 2562 ได้เวลานัดหมายในการเติมพลังอาหารเช้าก่อนออกเดินทาง สมาชิกน่องทอง 25 ทยอยมาร่วมเสพกาแฟ พร้อมอาหารเช้าเบา ๆ ก่อนตะลุยเส้นทางระยะยาวไปพร้อมกัน หัวข้อสนทนาหยอกล้อที่ค้างคากันตั้งแต่เมื่อคืนยังไม่สิ้นสุด ยังคงนำมาสนทนาเหน็บแนมกันยามเช้าเป็นกับแกล้มกาแฟอย่างสนุกสนาน หลายคนตระเตรียมความพร้อมของจักรยานคู่ใจ บ้างเติมลมยาง บ้างเหยียดยืดร่างกาย เพื่อให้การปั่นระยะทาง 50 กม. กว่า ๆ ราบรื่น ไม่เป็นภาระกับตัวเองและเพื่อนร่วมทาง สมาชิกบางคนขอถอนตัวจากการปั่นยามเช้า ด้วยฤทธิ์ชาเขียวยังคงทำหน้าที่ขับกล่อมไม่ให้มีกำลังวังชาเงยหน้าเงยหัวลุกมาจากที่นอน 555

    สบายอารมณ์ระหว่างทาง

    พวกเราเริ่มออกเดินทางออกจากจุดสตาร์ท ที่เวลา 07.30 น. เพื่อนบางคนมีครอบครัว ลูกเมีย มาร่ำลา สั่งเสีย กอดกันกลม ราวกับจะไปสนามรบแล้วคงไม่มีโอกาสกลับมาเจอะเจอกันอีก ผมเห็นภาพนั้นแล้วความรู้สึกเริ่มหวั่นไหว เนื่องจากเป็นสนามแรกของผม แต่เป็นสนามที่นับไม่ถ้วนแล้วของเพื่อน ๆ หลายคน ใจเริ่มเต้นแรง และคิดประหวั่นไปว่า เอ..รึว่าเราจะโดนหลอกมาทำอะไรอะเปล่า ทำไมมันต้องร่ำลากันขนาดนี้ด้วยฟะ

    แต่ไหน ๆ ก็ไหน ๆ โดนป้ายยาทั้งซื้อรถหรู นาม Brompton ทั้งมาประลองสนามโดยที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องเส้นทางมาก่อน where where ก็ where where เป็นไงเป็นกัน ออกสตาร์ทพร้อมจักรยานคันหรูสีชมพูฟ้าด้วยจิตใจมุ่งมั่น ว่า “กรูต้องไม่ตาย” 555

    อากาศยามเข้าตลอดเส้นทาง กับบรรยากาศสวย ๆ ของทั้งสองข้างทาง ทำให้จิตใจของผมล่องลอยไปเหมือนอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ซึ่งไม่เคยพบเห็นมาก่อน อากาศในฤดูร้อนของเดือนมีนาคม ไม่คิดว่าในดินแดนที่มีระยะทางหากจากกรุงเทพ ฯ เพียงชั่วโมงเศษ ๆ อุณหภูมิความเย็นและอุณหภูมิความสุข จะแตกต่างกันมากมายขนาดนี้ พวกเราปั่นไปพร้อมกันช้า ๆ ความเร็ว ประมาณ 18-22 กม.ต่อชั่วโมง ซึ่งในวงการนักปั่นถือว่าเป็นระดับ “อนุบาล” เว้นแต่เพื่อนบางคนที่พละกำลังเหลือเฟือ ผ่านการฝึกมาสารพัดหลักสูตร แถมสำทับเกทับเพื่อน ๆ มาอีกว่า ทุกหลักสูตรที่ผ่านมานั้น ล้วนเป็น Number One ตลอด ดังนั้นจะมาปั่นระดับอนุบาล ดูจะเสียหน้าเป็นอย่างมาก ก็เลยต้องทำความเร็ว หายวับไปกับสายลมยามเช้าโดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเค้าหายไปไหน 555

    ทิวทัศน์ที่พักริมทาง หลังร้านกาแฟระหว่างทางนักปั่น

    เราปั่นแบบเรื่อย ๆ มาเรียง ๆ พักตามจุดที่พักสวย ๆ ถ่ายเซลฟี่กันบ้าง แวะชื่นชมความงามของดอกไม้ริมทางกันบ้าง (อย่าเข้าใจว่าเราเป็นพวกเผ่าพันธุ์พิเศษนะครับ ว่าเราเป็นพวกเผ่าพิเศษ หรือพวก “สองซิม” เพียงแต่ความงามระหว่างทางที่เราปั่นมันทำให้เราอดไม่ได้ที่จะต้องแวะทักทายกับธรรมชาติบ้าง) บางจุดที่แวะ เป็นร้านกาแฟสวยงาม รสชาติดี ที่ผมก็คาดไม่ถึงว่ามาตั้งปักหลักอยู่ในป่าในดงอย่างนี้ได้ยังไง

    นั่งพักดื่มกาแฟ คุยโม้ เกทับบลั๊ฟแหลก

    แน่น่อน ว่าตลอดเส้นทางการปั่น ไม่ได้มีแต่ความราบรื่นสวยงาม ปัญหาอุปสรรคย่อมต้องมีเป็นธรรมดา ซึ่งภูมิประเทศตามเส้นทางปั่นบางส่วนเป็นเนิน เป็นเส้นทางขึ้นเขา มุ่งหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นักปั่นระดับอนุบาล ย่อมต้องทนทุกข์ทรมาณกับการปั่นขึ้นเนินระยะทางไกล ๆ ผมพร้อมเจ้าBrompton คู่ใจ เห็นระยะขึ้นเนินอยู่ลิบ ๆ ก็คิดว่าคงเป็นแค่ระยะสั้น ๆ ระดับเด็กอนุบาล แต่พอเข้าสู่สถานการณ์จริง ผมก็แอบคิดดัง ๆ พร้อมกับเพื่อน ๆ หลายคนว่า…”กรูจะมาทรมาณตัวเองอย่างนี้ เพื่อ…..?” 555… แต่ในที่สุดเราก็ผ่านมันมาได้ด้วยกัน ไม่มีใครเสียฟอร์มลงจากอานรถคู่ใจ แล้วเดินจูงมันเดินขึ้นเนิน ซึ่งหากใครก็ตามที่ทำเยี่ยงนั้น คงต้องโดนเผา โดนล้อเลียน โดนรุมยำ จนต้องแทรกแผ่นดินหนีเป็นแน่ ซึ่งโชคดีของผมที่เจ้า “บร๊อมทั่น” คู่ใจ ถึงแม้จะตัวเล็ก แต่ก็ไม่ทำให้เสียหน้า อิอิ

    แอ๊คท่า ถ่ายหน้าร้านกาแฟระหว่างทาง…คอนเฟิร์มว่า สวยงาม คู่ควรกับการแวะทักทายถ่ายรูปและลิ้มรสกาแฟยามเช้า สาย บ่าย เย็น เป็นอย่างยิ่ง

    ทริป “น่องทอง 25 นครนายกทัวริ่ง” เสร็จสิ้นเอาที่เวลาเที่ยงเศษ ๆ ซึ่งเกินกว่าเวลาที่พวกเราคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากความสวยงามของเส้นทางที่ทำให้อดใจไม่ได้ที่จะแวะลงไปชื่นชม บวกกับเวลาแห่งความสุข ที่ได้นั่งหยอกล้อ อำกันระหว่างเส้นทาง จนลืมไปว่าเรายังต้องมีระยะทางอีกยาวไกลที่จะปั่นต่อ แต่มันก็ทำให้การปั่นครั้งนี้เราได้เก็บความสุขเล็ก ๆ กลับไป เพื่อต่อลมหายใจให้มีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริงที่พวกเรายังคงต้องต่อสู้ไปอีกยาวไกล พวกเราสัญญากันว่าจะต้องมีเรื่องราวดี ๆ เช่นนี้เกิดขึ้นอีกในไม่ช้า เรื่องราวที่เกิดบนอานจักรยาน ซึ่งหลายคนคงนึกไม่ออกว่ามันจะสามารถสร้างความรู้สึกดี ๆ สร้างความสุข สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับชีวิตได้อย่างไร แล้วมันก็คงเป็นโชคดีของผมด้วย ที่โดนพี่จิ๋วป้ายยา ให้ซึ้อจักรยานที่ผมคิดว่าในชีวิตหนึ่งถ้าคิดเองคงไม่กล้าซื้อจักรยานราคาเยี่ยงนี้ให้กับตัวเองเป็นแน่ และโดนซ้ำสองด้วยการเคี่ยวเข็ญให้มาปั่นทริปนี้อีก ดูผมจะเป็นคนใจง่าย ที่แม้จะทำงานอยู่ “กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด” (บช.ปส.) แต่ก็ใจง่ายไปกับยาที่พี่จิ๋วแอบนำมาป้ายโดยไม่รู้ตัวได้เช่นนี้…แต่หลังจากที่ผมได้เจ้า “บร๊อมทั่น” มาเชยชม บวกกับได้มาประลองสนามกับเพื่อน ๆ ที่นี่ ผมยืนยันได้เลยว่า มันเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก….ฟันธง !

    อยู่ระหว่างตัดสินใจว่าจะขึ้นไปดูช้างระหว่างทางที่เขาใหญ่ดีรึเปล่า…แต่ใครบางคนตะโกนมาว่า พวกมรึงไปกันเหอะ กรูไม่ว่าง…555

    ขอบคุณเพื่อน ๆ ที่หลายคนก็โดนป้ายยาให้เรามาพบกันครั้งนี้ และผมก็อยากจะขอร้องแกมบังคับด้วยว่า ครั้งต่อไป ไม่ว่าพวกมรึงจะไปปั่นกันที่ไหน อย่าลืมป้ายยากระพ้ม อีกสักครา ซึ่งครั้งหน้าขอสัญญาว่า จะไม่เอาเรื่องความเก่ง ความดี ความเลอเลิศ ของน้อง “บร๊อมทั่น” มาเกทับเพื่อน ๆ อีกแล้ว เพราะมั่นใจเหลือเกินว่าครั้งหน้าเราจะ “บร๊อมทั่นไปด้วยกัลลลล” 555 ….สวัสดี รักนะ จุ๊บ ๆ

  • สถานการณ์ยาเสพติดด้านชายแดน สปป.ลาว

    สถานการณ์ยาเสพติดด้านชายแดน สปป.ลาว

    เส้นทางลักลอบขนยา ของขบวนการ”เสี่ยลัน”

    เจาะชายแดนต้นทางยาเสพติด

    เส้นทางยาเสพติดภาคอีสาน

    เส้นทางขบวนการ “เสี่ยลัน”

    รู้จักกับ บช.ปส.

    กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด from Pol.Maj.Gen.Yingyos Thepjumnong PhD

  • การปฏิบัติการข่าวสาร-สื่อสังคมออนไลน์ กับตำรวจไทย 4.0

    การปฏิบัติการข่าวสาร-สื่อสังคมออนไลน์ กับตำรวจไทย 4.0

    สไลด์ประกอบคำบรรยาย วิชาการปฏิบัติการข่าวสาร สือสังคมออนไลน์ กับตำรวจไทย 4.0 สำหรับ นักเรียนนายสิบตำรวจ ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7

    มีโอกาสมาคุยกับ น้อง ๆ นักเรียนนายสิบตำรวจ ที่ศูนย์ฝึกอบรมตำรวจภูธรภาค 7 ตามคำเชื้อเชิญ ของเพื่อนอ้อ พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี ผู้การศูนย์ฝึก…อย่างน้อย การมาช่วยหว่าน ช่วยปลูกเมล็ดพันธุ์ ที่กำลังจะเจริญเติบโต มาทดแทน คนรุ่นเก่า ก็อาจจะทำให้องค์กรนี้ สังคมนี้ ดีขึ้น…บ้าง ไม่มากก็น้อย

    รักนะ จุ๊บ ๆ

  • สื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ : สำหรับหลักสูตร บตส.45

    สื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ : สำหรับหลักสูตร บตส.45

    สไลด์ประกอบคำบรรยาย วิชาสื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ สำหรับหลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูงรุ่นที่ 45 (บตส.45)
    10 กย.2561 มาคุยกับนักเรียนหลักสูตร “บริหารงานตำรวจชั้นสูงรุ่นที่ 45” (บตส.45) หรือเรียกชื่อหลักสูตรเป็นชื่อเล่นว่า “โรงเรียนผู้การ” ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับ “สูงสุด” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
    การปฏิบ้ติการข่าวสาร เป็น “กลไก” หนึ่งในการบริหารเหตุการณ์ ทั้งในภาวะวิกฤติ และในภาวะปกติ ซึ่งจากเหตุการณ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางสังคม วิกฤติเรื่องภัยธรรมชาติ อุบัติภัย หรือในหน้างานของตำรวจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติอาชญากรรม หรือแม้กระทั่งอาชญากรรมข้ามชาติ …ล้วนแล้วแต่ต้องถูก “บริหารจัดการ” ไม่เช่นนั้นแล้ว การแก้ไขปัญหา อาจจะไม่ได้ผล หรือได้ผลในแบบ “ไร้ประสิทธิภาพ”
    การปฏิบัติการข่าวสาร เดิมทีเดียว เป็นยุทธศาสตร์ทางการทหารที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด และเข้าสู่ยุคสงครามเย็น หรือ “สงครามตัวแทน” ซึ่งนอกจากการรบพุ่งด้วยกำลังทางทหารและศาตราวุธแล้ว ปฎิบัติการทางทหารรูปแบบใหม่ท่ีเรียกว่า “การปฏิบัติการข่าวสาร” ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญไม่น้อย ซึ่งยุทธวิธีของการปฏิบัติการข่าวสารในทางทหารมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวลวง สงครามจิตวิทยา การทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สงครามอิเลคโทรนิคส์ รวมทั้งปฏิบัติการต่อต้านการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้่าม
    อย่างไรก็ตาม เมื่ออินเตอร์เน็ต เริ่มเข้ามาปฏิวัติโลก หลังจากสิ้นสุดการปฏิว้ติอุตสาหกรรมมาเกือบศตวรรษแล้ว ข้อมูลข่าวสารก็กลายมาเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะมาช่วยทั้ง “ทำลายล้าง” และ “อภิวัฒน์” สังคมมนุษย์ การปฏิบัติการข่าวสารในยุคปัจจุบัน จึงมุ่งให้ความสนใจไปที่การปฏิบัติการกับข้อมูลเป็นหลัก ทั้งการปฎิบัติการด้านจิตวิทยาด้านข้อมูล การปล่อยข้อมูลลวง รวมถึงการสร้างข้อมูลเท็จในบางกรณี ซึ่งหลาย ๆ ครั้งในโลกยุคปัจจุบัน เราคงจะได้เห็นอาณุภาพของข้อมูลทั้งที่เป็นจริง และเป็นเท็จในทำลายล้าง รวมทั้งสร้างสรรค์มานักต่อนักแล้ว
    การพูดคุยกับนักศึกษาหลักสูตร บตส.45 ในว้นนี้ จึงมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจร่วมกันสามประการ กล่าวคือ ประการแรก ให้เห็นความสำคัญของการ “บริหารเหตุการณ์” โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติ ในฐานะทั้งเป็นผู้นำบริหารเหตุการณ์ และในฐานะฝ่ายอำนวยการที่จะต้องให้ความเห็นต่อผู้บังคับบัญชา
    ประการที่สอง ให้เห็นความสำคัญของการ “ปฏิบัติการข่าวสาร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารเหตุวิกฤติ ไม่แพ้องค์ประกอบด้านอื่น ทั้งนี้เพื่อสร้างการับรู้ให้กับสังคม สร้างความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ และเป้าหมายสูงสุดก็คือการให้สังคมเห็นพ้อง กับการปฏิบัติของฝ่ายเรา
    ประการสุดท้าย เพื่อแนะนำช่องทางในการเผยแพร่สื่อ ในช่องทางที่จำเป็นของยุคสมัย นั่นคือ”สื่อสังคมออนไลน์” หรือ “Social Media” ซึ่งนอกจากมีแนวโน้มสำคัญในการเข้ามาแทนที่สื่อกระแสหลักแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติการที่ง่ายต่อความเข้าใจของผู้ปฏิบัติ และที่สำคัญประหยัดงบประมาณในการดำเนินการอย่างมหาศาล
    การพูดคุยกันในวันนี้ มิได้หวังจะทำหน้าที่ “ผู้สอน” เป็นแต่เพียงการหารือหนทางปฏิบัติร่วมกัน ในฐานะที่ทั้งวิทยาการและผู้เข้ารับการอบรมมีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่มาในระยะเวลาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้น จึงไม่มีหนทางปฏิบัติที่ดีทีสุด ถูกที่สุด เป็นแต่เพียงการนำประสบการณ์มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน เพื่อเตรียมการณ์ที่จะรองรับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ ทันท่วงที และที่สำคัญ…เกิดประสิทธิภาพสูงสุด….
    รักนะ จุ๊บ ๆ
  • การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจภูธรภาค 4

    การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจภูธรภาค 4

    9 ส.ค.61 ผมได้รับการชักชวนมาคุยกับพี่น้องตำรวจภูธรภาค 4 ณ ที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดขอนแก่น มีพี่น้องที่ทำหน้าที่ ไอโอ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (ซึ่งอันที่จริง ก็เป็นศัพท์เทคนนิคของตำรวจที่ยังค่อนข้างสับสนในแง่ความหมาย และแนวทางปฏิบัติอยู่ 555) มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยเดินทางมาจากจังหวัดต่าง ๆ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่ ณ พื่นที่ส่วนกลาง ของตำรวจภูธร ภาค 4 รวม ๆ แล้วเกือบ 300 คน
    ยังไงผมก็ขออนุญาตออกตัวซะก่อนนะครับว่า หัวข้อนี้แม้เป็นเรื่องวิชาการทางการทหารที่มีใช้กันมานานแล้วก็ตาม แต่ในบริบทความเป็นตำรวจ นับว่ายังใหม่อยู่มาก เพราะเป้าหมายในวิชาชีพมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเป้าหมายความสำเร็จคือการพัฒนาองค์ความรู้ไปพร้อม ๆ กัน โดยผมทำหน้าที่เพียงแนะนำแนวความคิดเบื้องต้น หลังจากนั้น การทดลองปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน ก็จะเป็นการร่วมการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านนี้สำหรับกิจการตำรวจไปด้วยกัน
    สไลด์ที่นำมาแชร์ไว้นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ใช้ประกอบคำบรรยาย อาจมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน 100 % แต่ก็ครอบคลุมไปมากกว่า 90 % แล้วผมก็อยากจะขอเน้นนะครับ ว่านี่เป้นเพียงข้อแนะนำแนวทางปฏิบ้ติ ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง ในการนำไปอ้างอิงต่อทางวิชาการ ซึ่งผมจะ….ไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น….555
    รักนะ จุ๊บ ๆ
  • สื่อสังคมออนไลน์กับปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ สำหรับหลักสูตร บตส.44-45

    สื่อสังคมออนไลน์กับปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ สำหรับหลักสูตร บตส.44-45

     

    สไลด์ประกอบคำบรรยาย วิชาสื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ สำหรับนักศึกษา หลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูงรุ่นที่ 44-45

    คลิปประกอบคำบรรยาย