ป้ายกำกับ: io
-

สื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ : สำหรับหลักสูตร บตส.45
สไลด์ประกอบคำบรรยาย วิชาสื่อสังคมออนไลน์กับการปฏิบัติการข่าวสารในภาวะวิกฤติ สำหรับหลักสูตรบริหารงานตำรวจชั้นสูงรุ่นที่ 45 (บตส.45)10 กย.2561 มาคุยกับนักเรียนหลักสูตร “บริหารงานตำรวจชั้นสูงรุ่นที่ 45” (บตส.45) หรือเรียกชื่อหลักสูตรเป็นชื่อเล่นว่า “โรงเรียนผู้การ” ซึ่งเป็นหลักสูตรระดับ “สูงสุด” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติการปฏิบ้ติการข่าวสาร เป็น “กลไก” หนึ่งในการบริหารเหตุการณ์ ทั้งในภาวะวิกฤติ และในภาวะปกติ ซึ่งจากเหตุการณ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติทางสังคม วิกฤติเรื่องภัยธรรมชาติ อุบัติภัย หรือในหน้างานของตำรวจโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติอาชญากรรม หรือแม้กระทั่งอาชญากรรมข้ามชาติ …ล้วนแล้วแต่ต้องถูก “บริหารจัดการ” ไม่เช่นนั้นแล้ว การแก้ไขปัญหา อาจจะไม่ได้ผล หรือได้ผลในแบบ “ไร้ประสิทธิภาพ”การปฏิบัติการข่าวสาร เดิมทีเดียว เป็นยุทธศาสตร์ทางการทหารที่เริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองสิ้นสุด และเข้าสู่ยุคสงครามเย็น หรือ “สงครามตัวแทน” ซึ่งนอกจากการรบพุ่งด้วยกำลังทางทหารและศาตราวุธแล้ว ปฎิบัติการทางทหารรูปแบบใหม่ท่ีเรียกว่า “การปฏิบัติการข่าวสาร” ก็เข้ามามีบทบาทสำคัญไม่น้อย ซึ่งยุทธวิธีของการปฏิบัติการข่าวสารในทางทหารมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยข่าวลวง สงครามจิตวิทยา การทำลายเครือข่ายคอมพิวเตอร์ สงครามอิเลคโทรนิคส์ รวมทั้งปฏิบัติการต่อต้านการปฏิบัติของฝ่ายตรงข้่ามอย่างไรก็ตาม เมื่ออินเตอร์เน็ต เริ่มเข้ามาปฏิวัติโลก หลังจากสิ้นสุดการปฏิว้ติอุตสาหกรรมมาเกือบศตวรรษแล้ว ข้อมูลข่าวสารก็กลายมาเป็นเครื่องมือใหม่ที่จะมาช่วยทั้ง “ทำลายล้าง” และ “อภิวัฒน์” สังคมมนุษย์ การปฏิบัติการข่าวสารในยุคปัจจุบัน จึงมุ่งให้ความสนใจไปที่การปฏิบัติการกับข้อมูลเป็นหลัก ทั้งการปฎิบัติการด้านจิตวิทยาด้านข้อมูล การปล่อยข้อมูลลวง รวมถึงการสร้างข้อมูลเท็จในบางกรณี ซึ่งหลาย ๆ ครั้งในโลกยุคปัจจุบัน เราคงจะได้เห็นอาณุภาพของข้อมูลทั้งที่เป็นจริง และเป็นเท็จในทำลายล้าง รวมทั้งสร้างสรรค์มานักต่อนักแล้วการพูดคุยกับนักศึกษาหลักสูตร บตส.45 ในว้นนี้ จึงมุ่งเน้นสร้างความเข้าใจร่วมกันสามประการ กล่าวคือ ประการแรก ให้เห็นความสำคัญของการ “บริหารเหตุการณ์” โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติ ในฐานะทั้งเป็นผู้นำบริหารเหตุการณ์ และในฐานะฝ่ายอำนวยการที่จะต้องให้ความเห็นต่อผู้บังคับบัญชาประการที่สอง ให้เห็นความสำคัญของการ “ปฏิบัติการข่าวสาร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการบริหารเหตุวิกฤติ ไม่แพ้องค์ประกอบด้านอื่น ทั้งนี้เพื่อสร้างการับรู้ให้กับสังคม สร้างความชอบธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ และเป้าหมายสูงสุดก็คือการให้สังคมเห็นพ้อง กับการปฏิบัติของฝ่ายเราประการสุดท้าย เพื่อแนะนำช่องทางในการเผยแพร่สื่อ ในช่องทางที่จำเป็นของยุคสมัย นั่นคือ”สื่อสังคมออนไลน์” หรือ “Social Media” ซึ่งนอกจากมีแนวโน้มสำคัญในการเข้ามาแทนที่สื่อกระแสหลักแล้ว ยังเป็นการปฏิบัติการที่ง่ายต่อความเข้าใจของผู้ปฏิบัติ และที่สำคัญประหยัดงบประมาณในการดำเนินการอย่างมหาศาลการพูดคุยกันในวันนี้ มิได้หวังจะทำหน้าที่ “ผู้สอน” เป็นแต่เพียงการหารือหนทางปฏิบัติร่วมกัน ในฐานะที่ทั้งวิทยาการและผู้เข้ารับการอบรมมีประสบการณ์ในการปฏิบัติหน้าที่มาในระยะเวลาไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้น จึงไม่มีหนทางปฏิบัติที่ดีทีสุด ถูกที่สุด เป็นแต่เพียงการนำประสบการณ์มาพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกัน เพื่อเตรียมการณ์ที่จะรองรับสถานการณ์ใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีสติ ทันท่วงที และที่สำคัญ…เกิดประสิทธิภาพสูงสุด….รักนะ จุ๊บ ๆ -

การปฏิบัติการข่าวสารสำหรับตำรวจภูธรภาค 4
9 ส.ค.61 ผมได้รับการชักชวนมาคุยกับพี่น้องตำรวจภูธรภาค 4 ณ ที่ทำการ ตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดขอนแก่น มีพี่น้องที่ทำหน้าที่ ไอโอ ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์ (ซึ่งอันที่จริง ก็เป็นศัพท์เทคนนิคของตำรวจที่ยังค่อนข้างสับสนในแง่ความหมาย และแนวทางปฏิบัติอยู่ 555) มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้กัน โดยเดินทางมาจากจังหวัดต่าง ๆ ในสังกัดตำรวจภูธรภาค 4 ทั้ง 12 จังหวัด และเจ้าหน้าที่ซึ่งทำหน้าที่ ณ พื่นที่ส่วนกลาง ของตำรวจภูธร ภาค 4 รวม ๆ แล้วเกือบ 300 คนยังไงผมก็ขออนุญาตออกตัวซะก่อนนะครับว่า หัวข้อนี้แม้เป็นเรื่องวิชาการทางการทหารที่มีใช้กันมานานแล้วก็ตาม แต่ในบริบทความเป็นตำรวจ นับว่ายังใหม่อยู่มาก เพราะเป้าหมายในวิชาชีพมีความแตกต่างกัน ดังนั้นเป้าหมายความสำเร็จคือการพัฒนาองค์ความรู้ไปพร้อม ๆ กัน โดยผมทำหน้าที่เพียงแนะนำแนวความคิดเบื้องต้น หลังจากนั้น การทดลองปฏิบัติไปพร้อม ๆ กัน ก็จะเป็นการร่วมการพัฒนาองค์ความรู้ในด้านนี้สำหรับกิจการตำรวจไปด้วยกันสไลด์ที่นำมาแชร์ไว้นี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ที่ใช้ประกอบคำบรรยาย อาจมีเนื้อหาไม่ครบถ้วน 100 % แต่ก็ครอบคลุมไปมากกว่า 90 % แล้วผมก็อยากจะขอเน้นนะครับ ว่านี่เป้นเพียงข้อแนะนำแนวทางปฏิบ้ติ ซึ่งไม่ควรอย่างยิ่ง ในการนำไปอ้างอิงต่อทางวิชาการ ซึ่งผมจะ….ไม่ขอรับผิดชอบใด ๆ ทั้งสิ้น….555รักนะ จุ๊บ ๆ -

IO in Crisis
วันจันทร์ 18 ธันวาคม 2560 ….วันแรกของการทำงาน หลังจากหยุดพักงานมากว่า 2 สัปดาห์ ด้วยเหตุผลที่ต้องพักรักษาตัวเอง หลังจากเข้ารับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง ด้วยโรค “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” โรคสมัยนิยม ของคนวัย “เก๋า” (แปลว่ายังไม่ยอมรับความจริงว่า “แก่” 555) นับเป็นการผ่าตัดที่เดียวกัน แผลเดียวกัน ในรอบสองปี ผู้คนรอบตัวมักจะตั้งคำถามยาก ๆ ว่า ผมเป็นโรคนี้ด้วยเหตุอะไร….เอ้า ถ้าผมรู้ว่ามันเหตุอะไร ผมคงหาทางป้องกันไม่ให้มันเป็นแล้วลุงงงงงง 555 … ถึงวันนี้มันก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี แต่ก็นับว่าผมสามารถใช้สวัสดิการของรัฐ ที่เค้ามอบให้กับคนเป็นข้าราชการอย่างเราได้คุ้มค่า เพราะในระยะเวลา 4 ปี ที่ผ่านมา ผมสามารถเข้าห้องผ่าต้ดใหญ่ ด้วยโรคที่คล้ายคลึงกันได้ถึงสี่ครั้ง เริ่มต้นด้วย เอ็นหัวไหล่ด้านซ้ายขาด ปีต่อมา เอ็นหัวไหล่ด้านขวาขาด ปีต่อมาผ่าตัดหมอนรองกระดูกสันหลัง ยึดไททาเนียมไว้ที่กระดูก 3 ข้อ และล่าสุด ไอ้ที่ผ่าตัดเมื่อครั้งที่แล้ว ยังพบจุดที่ยังไม่เรียบร้อย เลยต้องผ่าซ่อม….สรุป มันเป็นเวรเป็นกรรมครับพ้มมมม
เอาหล่ะครับ เริ่มมาเข้าเรื่อง ด้วยว่าในระหว่างหยุดซ่อมแซมร่างกายหลังผ่าตัด ผมได้รับคำร้องขอ แกมสั่ง แกมบังคับ จากพี่ชายสุดที่รัก พล.ต.ต.สรกฤษณ์ แก้วผลึก รองผู้บัญชาการศึกษา หรือพี่กุ๊ก ในฐานะลูกพี่ใหญ่ ในวิชา RPM (Role of Police in Crisis Management) ที่ผมร่วมเป็นคณะอาจารย์ ของวิทยาลัยตำรวจ มาหลายปีดีดัก ให้มาร่วมแก๊ง มาพูดคุยกับพี่น้องกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งผมถือว่าเป็นพี่น้องร่วมอาชีพกับพวกเรา นั่นก็คือพวกเราต่างทำหน้าที่หน่วยบังคับใช้กฎหมาย (Law Enforcement) เหมือนกัน ดังนั้น ภารกิจของเราก็ดูเหมือนจะใกล้เคียงกันมาก และการมาพูดคุยกับพี่น้อง DSI ในครั้งนี้ ก็ประมาณว่าเป็นการคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อร่วมกันพัฒนางานของพวกเราให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
เรามาเริ่มภาพรวมการทำงานของตำรวจ ในวิชา RPM หรือ Role of Policein Crisis management) หรือวิชาการบริหารเหตุการณ์วิกฤติ ในบทบาทตำรวจกันก่อนแล้วกันนะครับ เพื่อให้เห็นภาพรวมของทุกอนู ว่าเรากำลังจะเตรียมการณ์เพื่อจะทำอะไร ในวิชา RPM เป็นวิชาที่ว่าด้วย เมื่อมีเหตุการณ์วิกฤติเกิดขึ้น ในฐานะผู้บริหารหน่วย ท่านจะต้องทำอย่างไร ซึ่งในสถานการณ์จริงในอดีตที่ผ่านมา หากทำงานกันแบบลูกทุ่ง การควบคุม สั่งการ บริหารเหตุการ์ ก็จะทำกันแบบที่ทุกฝ่าย โหมกันลงไปในพื้นที่เกิดเหตุ แล้วสั่งกันแบบโหวกเหวก โวยวาย เหมือนแม่ค้าขายหวยรางวัลที่หนึ่ง ในตลาด สั่งกันแบบคนสั่งใช้จินตนาการ ความรู้ ประสบการณ์ของตัวเองเป็นที่ตั้ง ถ้าโชคดี สถานการณ์ก็อาจจะคลี่คลายไปในทางที่เป็นคุณกับเรา แต่ถ้าโชคร้ายหล่ะครับ ทั้งความซวย ความรับผิดชอบตามกฎหมาย ซึ่งอาจรวมไปถึงความรับผิดทางอาญา ติดคุกติดตาราง ก็จะตามมาด้วย ซึ่งมีหนังตัวอย่างให้เห็นมามากมายแล้ว โดยเฉพาะในช่วงหลัง ๆ มานี้ ช่วงที่สยามประเทศ ก่อนปฏิวัติ ยังมีการแข่งขันกีฬาสีกันอยู่
พัฒนาการในวิชา RPM ของบ้านเราก็เริ่มจะเห็นเป็นรูปเป็นร่าง แม้จะก่อร่างสร้างตัวมาก่อนหน้านั้นสักระยะหนึ่ง แต่พอเริ่มเผชิญกับสถานการ์จริง การเรียนรู้แบบ Learning By Doing รวมทั้งการได้รับการอบรมจากหน่วยงานจากต่างประเทศ ของกลุ่มวิทยากรในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทำให้การบริหารเหตุการณ์วิกฤติ ตามหลักการของ RPM เริ่มเป็นรูปธรรมมากขึ้น
แล้ววันนี้ ก็เป็นอีกโอกาสหนึ่ง ที่ผมและพี่น้องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มาสนทนาแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ในวิชานี้ให้เกิดประโยชน์กับส่วนร่วม ก็เลยถือโอกาส เอาบางส่วนของสไลด์ประกอบการสนทนา มาแปะไว้ที่นี่ เผื่อว่าอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ไม่มากก็น้อย นะขอร้าบบบบบ !


You must be logged in to post a comment.